
ปรารภแล้วปรารภอีก จึงจะค่อยๆ มั่นคงในความเป็นธรรมะที่ไม่ใช่เรา
ปรารภแล้วปรารภอีกคือเริ่มแล้วเริ่มอีก ไตร่ตรองแล้วไตร่ตรองอีก ฟังแล้วฟังอีก ด้วยความเพียรที่จะศึกษาธรรมะเพื่อความเข้าใจยิ่งขึ้นต่อไปโดยไม่ใช่เราที่จะปรารภธรรมะ แต่เป็นธรรมะที่เกิดขึ้นทำหน้าที่ปรารภแล้วปรารภอีก ไตร่ตรองแล้วไตร่ตรองอีก ฟังแล้วฟังอีก
สติ ปัญญา ความเห็นถูก ใส่ใจ สนใจมนสิการ ฉันทะ วิตก ทุกอย่างที่ดีงามที่เป็นไปในการฟังและพิจารณาด้วยดีบ่อยๆ เนืองๆ เริ่มแล้วเริ่มอีก ฟังแล้วฟังอีก เริ่มในขณะที่ฟังเดี๋ยวนี้แต่ละขณะ ... แต่ละขณะ ไม่อย่างนั้นจะเอาความมั่นคงมาจากไหน?!
จำด้วยความเข้าใจ เพราะฉะนั้นมั่นคงหลักสำคัญที่สุดคือปัญญา แต่ความจำที่ไม่มีความเข้าใจไม่มั่นคงเพราะฉะนั้นจำต้องเกิดแน่ แต่ถ้าไม่มีปัญญาก็ไม่มั่นคง มั่นคงด้วยความเข้าใจและจะปรุงแต่งให้ความเข้าใจมั่นคงขึ้นเป็นความจำด้วยดี จำพร้อมปัญญาปรุงแต่ง ... จำอารมณ์เดียวกันและปัญญาเข้าใจเพราะเกิดพร้อมกันรู้อารมณ์เดียวกัน
ความจำในความเป็นธรรมะที่ไม่ใช่เรา ที่ไม่ใช่ตัวตนจะต้องมีปัญญาเกิดร่วมด้วย จนกว่าจะมั่นคงขึ้น ... มั่นคงขึ้น จึงต้องปรารภแล้วปรารภอีก ทั้งในขั้นฟังก็ปรารภที่จะฟังบ่อยๆ ทั้งในขั้นพิจารณาไตร่ตรองซึ่งเป็นกิจของปัญญา ของวิตก ของสติ ไม่ใช่เรา จนปรารภแล้วปรารภอีกในขั้นที่สติจะเกิดขึ้นรู้บ่อยๆ เริ่มระลึกบ่อยๆ เนืองๆ ทางตาหูจมูกลิ้นกายใจ ในสภาพธรรมะที่เป็นธาตุรู้บ้าง ธาตุไม่รู้บ้างตามความเป็นจริง จนกว่าจะมั่นคงขึ้นเพราะมั่นคงคือปัญญาที่เกิดขึ้นจากการปรารภตั้งแต่ขั้นฟัง ขั้นที่สติเกิดขึ้น ปัญญาเกิดขึ้นเข้าใจคือถึงเฉพาะคือปฏิปัติด้วยปัญญาที่เข้าใจลักษณะจนค่อยๆ มั่นคงขึ้น จนเป็นวิปัสสนาญานขั้นต่างๆ ก็มั่นคงขึ้น ... มั่นคงขึ้นด้วยความไม่ใช่เราที่ปรารภแล้วปรารภอีก เริ่มแล้วเริ่มอีก ทีละเล็กทีละน้อยตั้งแต่ขั้นฟัง