เพราะฉะนั้น ไม่มีตนแต่มีธรรม
โดย เมตตา  3 มิ.ย. 2569
หัวข้อหมายเลข 52443

[เล่มที่ 47] พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต เล่ม ๑ ภาค ๖ - หน้า 101

การตั้งตนไว้ในทางที่ผิด ได้แก่การตั้งตนไว้ผิดจากพระดำรัสที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ โดยนัยอันชอบธรรม ชื่อว่า ปจฺจุปฺปฏฺานา การตั้งตนไว้ผิด.


อ.อรรณพ: กราบเท้าท่านอาจารย์อย่างยิ่งครับ ตั้งแต่ต้นการสนทนาท่านอาจารย์ได้ให้คำที่ผมใช้ภาษาผม ท่านอาจารย์ได้ให้คำที่ปรามความเป็นตัวตนของพวกเราตั้งแต่ต้น เพราะพวกเราก็จะหยิบยกข้อธรรมประเด็นธรรมมาที่จะกราบเรียนสนทนากับท่านอาจารย์ เช่น ตั้งตนไว้ชอบ เพราะเรามาฟังที่ท่านอาจารย์กล่าวในคลิปมาก็ได้รับประโยชน์

แต่ในวันนี้ยิ่งได้รับประโยชน์ว่า ไม่ใช่เพียงแค่เราจะเอาหัวข้อเรื่องใดเรื่องหนึ่งมาสนทนากัน อย่างวิพากษ์กันให้ละเอียดลงไป แต่ท่านอาจารย์ก็ได้ให้สาระสำคัญ คือความเข้าใจในความเป็นธรรมที่ไม่ใช่เรา ซึ่งเราจะหลงลืมตรงนี้อยู่เสมอครับ เพราะว่าลึกๆ ก็ยังมีความเป็นเราที่จะอยากเข้าใจความละเอียดของข้อธรรมข้อใดข้อหนึ่ง ซึ่งพอท่านอาจารย์ได้กล่าวถึงความเป็นธรรม ตั้งแต่ว่า ตน คืออะไร? ครับ เราไม่เข้าใจ แล้วจะตั้งตนไว้ชอบได้อย่างไร

เพราะฉะนั้น ในความละเอียด แม้ว่าเราจะสนใจนะ สนใจจะตั้งตนไว้ชอบ ได้ยินข้อความที่ อ.วิชัย กล่าวมาในมงคลสูตรนี่ครับ จากทุศีลสู่สุศีล ความเป็นเราก็เกิดขึ้นมาทันทีเลยที่เราจะทำอย่างไร ท่านอาจารย์บอก แล้วจะอย่างไรล่ะ จะทำอย่างร!! ให้เตือนว่า ไม่มีเราที่จะทำๆ ต้องมีพื้นฐานความเข้าใจว่า เป็นธรรมที่ไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตนจริงๆ

ผมเห็นประโยชน์เลยว่า ไม่อย่างนั้นเราจะไม่ได้รับประโยชน์จากพระธรรมประการใด ได้ยินจักรสูตร มงคลสูตร หรืออะไรก็แล้วแต่นะครับ ก็เป็นเช่นนั้น แล้วก็น่าสลดใจที่ผมเองจริงๆ ผมเตรียมข้อความมาจะกราบเรียนถามท่านอาจารย์ แล้วผมก็เลยไตร่ตรองได้ในส่วนหนึ่งครับ เพราะว่าในขณะที่ อยากจะทำการตั้งตนไว้ชอบ ขณะที่อยากจะกระทำการตั้งตนไว้ชอบ ขณะนั้นก็เป็นการตั้งตนไว้ผิดแล้ว แต่ก็จะกราบเท้าสนทนากับท่านอาจารย์ในข้อความ ในอรรถกถาอามคันธสูตร ในขุททกนิกาย สุตตนิบาต สั้นๆ ครับว่า

การตั้งตนไว้ในทางที่ผิด ได้แก่การตั้งตนไว้ผิดจากพระดำรัสที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ โดยนัยอันชอบธรรม อันนี้ชื่อว่า การตั้งตนไว้ผิด

การตั้งตนไว้ผิดนี่ก็มีหลายระดับ แต่การตั้งตนไว้ผิดนี่ไม่ว่าระดับไหนก็เป็นการตั้งตนไว้ผิดจากพระดำรัสที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้โดยนัยอันชอบ กราบเท้าท่านอาจารย์ได้โปรดอธิบายครับ

ท่านอาจารย์: เพราะว่า ตั้งตน แต่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า ไม่มีตน ผิดตลอดไหม?

อ.อรรณพ: ผิดตลอดครับ ผมเตรียมข้อความนี้กราบเรียนถามท่านอาจารย์ตั้งแต่แรก พอดีได้ฟังท่านอาจารย์เกื้อกูลตั้งแต่ต้น ผมก็ โฮ้โห!! คิดจะตั้งตน ก็คิดว่ามีตัวมีตน แต่ไม่ได้เข้าใจว่า ตน นี่เป็นธรรม เป็นจิต เจตสิก ที่ปรุงแต่งเกิดขึ้นเป็นไปเอง

เพราะฉะนั้น ผมซาบซึ้งว่า ทำไมหนอ เมื่อจบพระสูตรนี้ หลายๆ พระสูตรไม่ว่าจะเป็นมงคลสูตร หรือพระสูตรอะไรนี่ อย่างมงคลสูตรก็มีการแสดงข้อความที่เป็นมงคลต่างๆ ไว้ ๓๘ ประการ มีการตั้งตนไว้ชอบด้วย พอจบพระสูตรนี้ มหาชนเป็นอันมาก เทวดา มนุษย์อะไร บรรลุ โอ้โห .. คุณธรรมมากมายเลย แล้วเราก็มาคิดเอง เอ๊ะ! ท่านจะบรรลุยังไง ก็ดูเป็นแต่ละคำ

เพราะฉะนั้น ถ้าท่านมีตัวมีตนที่จะไปตั้งอย่างเรา ท่านคงไม่สามารถที่จะรู้แจ้งอริยสัจจธรรมได้

เพราะฉะนั้น พระสูตรลึกซึ้งโดยอรรถจริงๆ ครับ กราบเท้าท่านอาจารย์ ตะกี้ท่านอาจารย์กล่าวสั้นมากเลยที่ว่า ตั้งตนไว้ผิดจากพระดำรัสของพระผู้มีพระภาคตรัสไว้โดยนัยอันชอบธรรม กราบท่านอาจารย์ขยายมีความละเอียดลึกซึ้ง และระดับต่างๆ กันอย่างไรบ้างครับ

ท่านอาจารย์: ซ้ำอีกทีก็ได้ค่ะ

อ.อรรณพ: การตั้งตนไว้ในทางที่ผิด ได้แก่การตั้งตนไว้ผิดจากพระดำรัสที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้

ท่านอาจารย์: พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ว่า ไม่มีตน แค่นี้!! เห็นไหม?

อ.อรรณพ: แต่ก็มีตนที่จะตั้งตนไว้ชอบ แย่.. ก็ผิดแล้ว ตั้งตนไว้ผิด

แม้ว่าจะได้ยินพระดำรัสว่า อัตตสัมมาปณิธิ ที่การตั้งตนไว้ชอบ ก็เป็นมงคลอันสูงสุดประการหนึ่ง

ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น ไม่มีตน แต่มีธรรมหลากหลายมาก ถ้าไม่รู้ความจริงก็เป็นเรา แต่ถ้ารู้ความจริง แต่ละหนึ่งไม่ใช่เรา แต่เป็นธรรมแต่ละหนึ่ง

เพราะฉะนั้น อะไรตั้งตน ตนคืออะไร? เห็นไหม?

เพราะฉะนั้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัส แต่ต้องเข้าใจความลึกซึ้ง

อ.อรรณพ: นี่ผมซาบซึ้งจริงๆ ที่ท่านอาจารย์ให้คำที่ปรามความเป็นตัวตน ที่จะเอาไปใส่ในแต่ละคำในพระสูตรที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสตั้งตนไว้ชอบ อัตตสัมมาปณิธิ ไม่ใช่ว่ามีตัวมีตนที่จะไปตั้งโน่นตั้งนี่ แต่ตนก็เป็นธรรม กราบเท้าท่านอาจารย์ได้ขยายความที่ ตน เป็นธรรมที่ตั้งไว้ชอบครับ

ท่านอาจารย์: ถ้าไม่มี ธาตุรู้ ที่กำลังรู้เดี๋ยวนี้ จะรู้ไหมว่า ธาตุชนิดนี้เกิดรู้เท่านั้น แล้วก็ดับ แล้วจะเป็นตนได้อย่างไร?

อ.อรรณพ: ครับ นี่คือธรรมที่เป็นสิ่งที่ตั้งไว้ชอบ ท่านอาจารย์โปรดขยาย ธรรม คือธาตุรู้ที่ตั้งไว้ชอบ ครับ

ท่านอาจารย์: ทุกคนก็รู้ว่า ขณะนี้กำลังเห็นใช่ไหม?

อ.อรรณพ: ขณะนี้กำลังเห็น

ท่านอาจารย์: เราเห็น กับเป็นธาตุที่เกิดขึ้นเห็น ต่างกันแล้วใช่ไหม?

อ.อรรณพ: ต่างกันอย่างสิ้นเชิงครับ

ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น จึงไม่ใช่เราเห็น ไม่ใช่เราจะตั้งตน แต่ อะไรบ้างล่ะขณะนั้นที่สามารถจะทำกิจเช้าใจถูกต้องว่า อะไรเป็นทุศีล อะไรเป็นสุศีล แต่ไม่ใช่ตน เป็นธรรมแต่ละหนึ่งๆ ๆ

เพราะฉะนั้น จึงเริ่มเข้าใจความหมาย ธรรมทั้งปวงเป็นอนัตตา เป็นธรรมมีจริง เกิดแล้วดับ ถ้าเกิดแล้วต้องดับ และไม่กลับมาอีกเลย

เพราะฉะนั้น จะเป็นใครไม่ได้ ที่สำคัญว่าเป็นเราไม่ใช่คนอื่นไม่ใช่เขา ก็มุ่งหมายถึง ธาตุรู้ ที่เป็นขณะหนึ่งๆ ที่เกิดสืบต่อนานแสนนานมาแล้วแต่ละหนึ่งต่างๆ กันไป จึงกล่าวว่า ตน และคนอื่น

แต่ต้องรู้ว่า ตนจริงๆ คืออะไร มีหรือเปล่า?! มีธรรม แต่เมื่อไม่รู้ก็เป็นเรา มั่นคงว่าเป็นตน

แต่ถ้ามีความเข้าใจถูกต้อง ที่เคยเป็นตนเป็นธรรม ค่อยๆ รู้ความจริงของธรรมที่เคยเป็นตนแต่ละหนึ่ง

โกรธหรือ! ใครโกรธ? ติดข้องหรือ! ใครติดข้อง? เคยเป็นเราทั้งหมดก็ค่อยๆ รู้ความจริงว่า เป็นธรรมเท่านั้นที่เกิดขึ้นแล้วดับไป

ขอเชิญอ่านเพิ่มได้ที่ ..

อามคันธสูตร

การตั้งตนไว้ผิด [สุตตนิบาต]

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ด้วยความเคารพยิ่งค่ะ

และกราบยินดีในกุศลจิตของ อ.อรรณพ ด้วยค่ะ



ความคิดเห็น 1    โดย chatchai.k  วันที่ 4 มิ.ย. 2569

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์ ด้วยความเคารพยิ่ง

ยินดีในกุศลจิตครับ