ภิกษุผู้ปฏิบัติดีและไม่ดี ใน ๓ ปิฎก
โดย พุทธรักษา  8 ต.ค. 2552
หัวข้อหมายเลข 13896

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ ปฐมภาค เล่ม ๑ ภาค ๑ หน้าที่ 53-54

ภิกษุผู้ปฏิบัติดี ใน ๓ ปิฎก ได้ผลดีต่างกัน

อนึ่ง ภิกษุผู้ปฏิบัติ ในพระวินัย อาศัยสีลสมบัติ ย่อมได้บรรลุวิชชา ๓ ก็เพราะตรัสจำแนกประเภทวิชชา ๓ เหล่านั้นนั่นแลไว้ในพระวินัยนั้น

ผู้ปฏิบัติดี ในพระสูตร อาศัยสมาธิสมบัติ ย่อมได้บรรลุอภิญญา ๖ ก็เพราะตรัสจำแนกประเภทอภิญญา ๖ เหล่านั้นไว้ ในพระสูตรนั้น

ผู้ปฏิบัติดี ในพระอภิธรรม อาศัยปัญญาสมบัติ ย่อมได้บรรลุปฏิสัมภิทา ๔ ก็เพราะตรัสจำแนกประเภทปฏิสัมภิทา ๔ นั้น ไว้ ในพระอภิธรรมนั้นนั่นเอง

ผู้ปฏิบัติดีในปิฎกเหล่านี้ ย่อมบรรลุสมบัติ ต่างกัน คือ วิชชา ๓ อภิญญา ๖ และ ปฏิสัมภิทา ๔ นี้ตามลำดับ ด้วยประการฉะนี้

ผู้ปฏิบัติไม่ดีใน ๓ ปิฎก ได้ผลเสียต่างกัน

ก็ภิกษุผู้ปฏิบัติไม่ดี ในพระวินัย ย่อมมีความสำคัญว่า หาโทษมิได้ ในผัสสะทั้งหลายมีสัมผัส ซึ่งรูปเป็นอุปาทินนกะ เป็นต้น อันพระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสห้ามแล้วโดยความเป็นอาการเสมอกับด้วยสัมผัสซึ่งวัตถุ มีเครื่องลาดและผ้าห่ม เป็นต้น ซึ่งมีสัมผัสเป็นสุข ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงอนุญาตแล้ว.แม้ข้อนี้ ต้องด้วยคำที่พระอริฏฐะกล่าวว่า เราย่อมรู้ทั่วถึงซึ่งธรรม อันพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงแล้วโดยประการที่ว่า เป็นธรรมอันทำอันตรายได้อย่างไรธรรมเหล่านั้น ไม่สามารถเพื่อกระทำอันตรายแก่บุคคลผู้เสพได้ ๑ ดังนี้ ภิกษุนั้น ย่อมถึงความเป็นผู้ทุศีล เพราะความปฏิบัติไม่ดีนั้น
ภิกษุผู้ปฏิบัติไม่ดี ในพระสูตร
ไม่รู้อยู่ซึ่งอธิบายในพระบาลี มีอาทิว่าดูก่อนภิกษุทั้งหลายบุคคล ๔ จำพวกนี้ มีอยู่ หาได้อยู่ ดังนี้ ย่อมถือเอาผิด ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงหมายตรัสว่า บุคคลมีธรรมอันตนถือผิดแล้ว ย่อมกล่าวตู่เราทั้งหลายด้วย ย่อมขุดตนเองด้วย ย่อมได้ประสบบาป มิใช่บุญมากด้วย ภิกษุนั้น ย่อมถึงความเป็นผู้มีทิฏฐิผิด เพราะการถือนั้น
ภิกษุผู้ปฏิบัติไม่ดี ในพระอภิธรรม
แล่นเกินไปซึ่งการวิจารณ์ธรรม ย่อมคิดแม้ซึ่งเรื่องที่ไม่ควรคิดย่อมถึงความฟุ้งซ่านแห่งจิต เพราะคิดซึ่งเรื่องที่ไม่ควรคิดนั้น ข้อนี้ต้องด้วยพระพุทธพจน์ที่ตรัสไว้ว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคล คิดอยู่เรื่องที่ไม่ควรคิดเหล่าใดพึงเป็นผู้มีส่วนแห่งความเป็นบ้า แห่งความลำบากใจเรื่องที่ไม่ควรคิดเหล่านี้ ๔ ประการ อันบุคคลไม่ควรคิดดังนี้
ภิกษุผู้ปฏิบัติไม่ดีในปิฎก ๓ เหล่านี้ ย่อมถึงความวิบัติ ต่างด้วยความเป็นผู้ทุศีล ความเป็นผู้มีทิฏฐิผิด และความฟุ้งซ่านแห่งจิตนี้ตามลำดับ ด้วยประการฉะนี้ ถึงพระคาถาแม้นี้ว่าภิกษุ ย่อมถึงซึ่งความต่างแห่งปริยัติก็ดี สมบัติ และ วิบัติ ก็ดี อันใดในปิฎกใด มีวินัยปิฎก เป็นต้น โดยประการใด บัณฑิต พึงประกาศความต่างแห่งปริยัติ เป็นต้น แม้นั้นทั้งหมด โดยประการนั้นดังนี้เป็นอันข้าพเจ้าขยายความแล้วด้วยคำเพียงเท่านี้บัณฑิต ครั้นทราบปิฎกโดยประการต่างๆ อย่างนั้นแล้วก็ควรทราบพระพุทธพจน์นั้นว่า มี ๓ อย่าง ด้วยอำนาจแห่งปิฎกเหล่านั้น
ขออนุโมทนา



ความคิดเห็น 1    โดย hadezz  วันที่ 10 ต.ค. 2552

ขอบคุณ และขออนุโมทนาค่ะ


ความคิดเห็น 2    โดย chatchai.k  วันที่ 3 ก.พ. 2564

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น