
อ.ธนากร: ไม่ทราบว่า อ.อรรณพ หรือว่าคณะอาจารย์ที่ได้ร่วมสนทนาเมื่อวาน หรือว่าอาจจะไม่มีโอกาสได้สนทนาเมื่อวาน ก็เป็นโอกาสนะครับที่แต่ละท่านจะได้กราบเรียนท่านอาจารย์สนทนาเกี่ยวกับการตั้งตนไว้ชอบครับ
ท่านอาจารย์: พอได้ยินอะไรก็จะสนทนาสิ่งนั้นเหมือนหัวข้อหรือเปล่า? ไม่รู้อะไรเลยทั้งสิ้น!!
อ.ธนากร: ก็ไม่จำเป็นต้องเกี่ยวกับการตั้งตนไว้ชอบก็ได้ครับ เพราะว่า ธรรมถึงกันหมดครับ ท่านอาจารย์ก็เคยกล่าวประโยคนี้ซึ่งมีความลึกซึ้ง และอัศจรรย์ในพระธรรมที่ทรงแสดง เพราะว่า บางทีเราคิดว่า หัวข้อนี้ไม่เกี่ยวกับหัวข้อนั้น เราไปติดในหัวข้อ หรือว่าในคำ แต่ว่าท่านอาจารย์ก็มีคำเตือนครับ
ท่านอาจารย์: หัวข้ออีกแล้ว!! สนใจแต่หัวข้อนั้นหัวข้อนี้เป็น หัวข้อๆ ไป นั่นหรือคือรู้จักธรรม? มีหัวข้อด้วยหรือ เพียงแต่ว่าได้ยินอะไร รู้ไหมล่ะว่า ความจริงสิ่งนั้นคืออะไร ไม่ต้องเป็นหัวข้อเลยทั้งสิ้น
แต่ได้ยินอะไร รู้ไหมว่า นั่นคืออะไร? ถ้าไม่รู้ก็ต้องศึกษาเพื่อให้เข้าใจสิ่งที่ได้ยินได้ฟังโดยไม่จำกัดหัวข้อ
อ.ธนากร: ครับ เห็นด้วยครับ แล้วก็อยากให้ท่านอาจารย์ได้กล่าวถึงความลึกซึ้งของคำว่า ธรรมถึงกันหมดครับ เพราะว่าอันนี้มีประโยชน์มากสำหรับท่านที่ไม่เคยได้ยินคำนี้มาก่อนเลยครับ ธรรมทั้งหมดก็ล้วนแล้วแต่กล่าวถึงสิ่งที่มีจริงที่กำลังปรากฏในขณะนี้ว่า เป็นอนัตตาครับ
ท่านอาจารย์: พูดใหม่สิประโยคแรก ไม่ต้องตามใครไปทั้งหมด แต่ได้ยินคำตั้งแต่คำแรก เข้าใจหรือยัง? ถ้ายังไม่เข้าใจจะไปตามอะไรไป ก็ไม่เข้าใจ
เพราะฉะนั้น พูดใหม่อีกครั้งหนึ่ง
อ.ธนากร: ธรรมถึงกันหมดครับ
ท่านอาจารย์: รู้จักคำไหนบ้าง?
อ.ธนากร: เข้าใจความหมายของคำว่า ธรรมครับ
ท่านอาจารย์: ธรรม คืออะไร?
อ.ธนากร: สิ่งที่มีจริงทั้งหมดเลยครับ
ท่านอาจารย์: กว้างเหลือเกิน ไม่ต้องเรียนอีกแล้ว จบ เข้าใจแล้วว่าธรรมคือสิ่งที่มีจริงทั้งหมด จบ!! อย่างนั้นหรือ?
ต้องละเอียดจนกระทั่งว่า คืออะไรล่ะ หมดนั้น? ไม่ใช่ผ่านไปง่ายๆ ว่า ทั้งหมดๆ แต่ทั้งหมดนั้นอะไร? ผ่านได้ไหม? เห็นไหม ไม่ใช่พอฟังแล้วเข้าใจไปเลย ธรรมทั้งหมด เป็นไปไม่ได้!!
แม้แต่คำว่า ทั้งหมด นั้นอะไร?
อ.ธนากร: ถ้าไม่มีแต่ละหนึ่ง ก็ไม่มีทั้งหมดครับ
ท่านอาจารย์: หนึ่งอะไรล่ะๆ? เห็นไหม พูดแต่ชื่อพูดแต่เรื่อง มีอะไรก็ไม่รู้แต่ละหนึ่ง ชัดเจนสิ!! จะได้รู้ว่าประโยคต่อไปเข้าใจอย่างไร ถ้าไม่เข้าใจคำแรก?
อ.ธนากร: ก็อย่างเช่น เห็น ครับ
ท่านอาจารย์: มีจริง
อ.ธนากร: มีครับ
ท่านอาจารย์: เป็นธรรม
อ.ธนากร: เป็นธรรมครับ
ท่านอาจารย์: ไม่ว่าจะเห็นเมื่อไหร่ ถึงกันหมดไหมว่าเป็นธรรม?
อ.ธนากร: ใช่ครับ
ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น กว่าจะรู้จักธรรมๆ เผินไม่ได้เลย ไม่ใช่อยู่ในตัวหนังสือ ไม่ใช่เพียงเสียง ไม่ใช่เพียงคำ แต่ต้องเข้าถึงความหมายความเป็นจริงของสิ่งนั้น
อ.ธนากร: คำว่า ถึงการหมด ในที่นี้หมายถึงอะไรได้บ้างครับท่านอาจารย์
ท่านอาจารย์: อะไรเป็นธรรมเดี๋ยวนี้?
อ.ธนากร: เห็น ครับ
ท่านอาจารย์: เห็นเดี๋ยวนี้ใช่ไหม?
อ.ธนากร: ใช่ครับ
ท่านอาจารย์: แล้วเห็นต่อไปมีไหม?
อ.ธนากร: มีครับ
ท่านอาจารย์: เห็น ต่อไปๆ ๆ มีไหม?
อ.ธนากร: มีครับ
ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น ถ้ารู้จักเห็นเดี๋ยวนี้ จะรู้จักเห็น ต่อไปๆ ๆ ๆ ไหม?
อ.ธนากร: ครับ ถึงกันหมดครับ เพราะว่าเหมือนกันหมดเลยครับ กราบเท้าท่านอาจารย์ครับ
ท่านอาจารย์: ก็ตอบปัญหาแล้วใช่ไหม? ยังสงสัยไหม?
อ.ธนากร: ไม่สงสัย แต่ว่าลึกซึ้งครับ ต้องเพิ่มความเข้าใจให้มั่นคงขึ้นครับ
ท่านอาจารย์: แต่ละคำต้องเข้าใจ
อ.ธนากร: ก็อย่างไร เห็น ก็ต้องเป็นเห็น ไม่ว่าจะรู้หรือไม่รู้ก็ตาม จะเห็นกี่ครั้ง จะเห็นเมื่อวาน จะเห็นวันนี้ ต่อไปเห็นอีกเท่าไหร่ก็ต้องเป็นเห็นครับ
ท่านอาจารย์: จะรู้จัก เห็น จริงๆ แล้วหรือยัง?
อ.ธนากร: ยังครับ
ท่านอาจารย์: เห็นไหม ต้องเป็นผู้ที่ตรงต่อความจริงในความลึกซึ้ง ศึกษาธรรมไม่ต้องข้ามไปหาโน่นหานี่ เพียงแค่ คำเดียว เข้าใจมั่นคงแค่ไหน?
อ.ธนากร: กราบท่านอาจารย์ครับ แต่การที่จะถึงกันหมด นั่นแสดงว่า ต้องมีความเข้าใจก่อนใช่ไหมครับ
ท่านอาจารย์: แน่นอน!!
อ.ธนากร: ครับ ถ้าไม่เข้าใจ ไม่เห็นหนทางว่าจะไปถึงอะไร ที่ไหน หรือว่าถึงกันหมดได้เลยครับ
ท่านอาจารย์: อะไรถึง?
อ.ธนากร: ปัญญาครับ
ท่านอาจารย์: ไม่ค่ะ เมื่อกี้นี้พูดว่าอะไร?
อ.ธนากร: เห็นครับ
ท่านอาจารย์: ไม่ใช่ค่ะ ก่อนนั้นพูดว่าอะไร?
อ.ธนากร: ถึงกันหมดครับ
ท่านอาจารย์: อะไรถึงล่ะ? ไม่ใช่ว่าอยู่ดีๆ ก็โผล่มาว่าถึง
เห็นไหม คุณธนากรต้องละเอียดมาก ถึงจะรู้ว่า รู้อะไรบ้าง? มากน้อยแค่ไหน? ได้ยินแต่ชื่อ พูดได้จำได้ แต่ตัวจริงขณะนี้รู้แค่ไหน?
อ.ธนากร: ครับ ก็เท่าที่กล่าวเมื่อสักครู่นี้ก็มีธรรมถึงกันหมด
ท่านอาจารย์: แค่นี้ๆ!! รู้จักธรรมหมดหรือยัง?
อ.ธนากร: ไม่ครับ
ท่านอาจารย์: ถ้ารู้จัก จะไม่ถึงกันหมดไหม?
อ.ธนากร: อ๋อ..
ท่านอาจารย์: ในเมื่อไม่รู้จักธรรม
อ.ธนากร: ใช่ครับ เพราะว่าถ้าเป็นธรรมทั้งหมดก็ต้องถึงกันหมดครับ แต่ยังไม่รู้จักครับ
ท่านอาจารย์: ตามคำ แต่ แต่ละหนึ่งยังไม่รู้เลยว่าอะไร แล้วจะไปถึงกันหมดเป็นไปไม่ได้
อ.ธนากร: กราบเท้าท่านอาจารย์ครับ ชัดเจนครับ
ท่านอาจารย์: ไม่ต้องไปไกลใช่ไหม? แค่ ธรรม ลึกซึ้งแค่ไหน!!
อ.ธนากร: ที่สุดเลยครับ
ท่านอาจารย์: รู้จักพระพุทธเจ้าหรือยังล่ะ?
อ.ธนากร: ไกลลิบเลยครับ
ท่านอาจารย์: เพิ่งรู้ว่าแสนไกล ใช่ไหม?
อ.ธนากร: ครับ ไกลแบบไม่มีคำเปรียบครับ ไกลมากๆ สุดที่จะประมาณได้ครับ
ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น แค่ธรรม ก็ต้องรู้ก่อนใช่ไหม?
อ.ธนากร: ใช่ครับ กราบเท้าท่านอาจารย์ครับ
กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ด้วยความเคารพยิ่งค่ะ
และกราบยินดีในกุศลจิตของ อ.ธนากร ด้วยค่ะ
กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์ ด้วยความเคารพยิ่ง
ยินดีในกุศลจิตครับ