[เล่มที่ 43] พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท เล่ม ๑ ภาค ๒ ตอน ๔ - หน้าที่ 91
ส่วนผู้ที่ตั้งอยู่ในความไม่เบียดเบียนมหาชนจึงจะชื่อว่าอริยะ" ดังนี้ แล้ว ตรัสพระคาถานี้ว่า :-
๙. น เตน อริโย โหติ เยน ปาณาติ หึสติ อหึสา สพฺพปาณานํ อริโยติ ปวุจฺจติ.
"บุคคลไม่ชื่อว่าเป็นอริยะ เพราะเหตุที่เบียดเบียนสัตว์ บุคคลที่เรากล่าวว่า 'เป็นอริยะ' เพราะไม่เบียดเบียนสัตว์ทั้งปวง"
แก้อรรถ
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อหึสา ความว่า เพราะไม่เบียดเบียน มีคำอธิบายไว้เช่นนี้ว่า: " บุคคลไม่เป็นผู้ชื่อว่าอริยะ เพราะเหตุที่เบียดเบียนสัตว์ทั้งหลาย ส่วนผู้ใดตั้งอยู่ไกลจากความเบียดเบียน เพราะไม่เบียดเบียนสัตว์ทั้งปวงด้วยฝ่ามือ เป็นต้น คือ เพราะความที่ตนตั้งอยู่แล้วในภาวนาเมตตา เป็นต้น ผู้นี้พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสเรียกว่า 'อริยะ" ในกาลจบเทศนา พรานเบ็ดตั้งอยู่ในโสดาปัตติผลแล้ว เทศนาได้มีประโยชน์แม้แก่บุคคลผู้ประชุมกันแล้ว ดังนี้แล
เรื่องพรานเบ็ดชื่ออริยะ จบ
ขออนุโมทนาค่ะ
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
ยินดีในกุศลจิตค่ะ
ขอถวายความนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้นด้วยเศียรเกล้า
ความพิสดารว่า วันหนึ่ง
พระศาสดาทรงเห็นอุปนิสัยแห่งโสดาปัตติมรรคของนายอริยะนั้น
เสด็จเที่ยวบิณฑบาตในบ้านใกล้ประตูด้านทิศอุดร แห่งกรุงสาวัตถี
อันภิกษุสงฆ์แวดล้อม เสด็จมาแต่บ้านนั้น.
ขณะนั้น พรานเบ็ดนั้นตกปลาอยู่ด้วยเบ็ด เห็นภิกษุสงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็นประมุข ได้ทิ้งคันเบ็ดยืนอยู่แล้ว.
พระศาสดาเสด็จกลับ ประทับยืนอยู่ ณ ที่ไม่ไกลพรานเบ็ดนั้น
ตรัสถามชื่อของพระสาวกทั้งหลาย มีพระสารีบุตรเถระเป็นต้นว่า
"เธอชื่อไร เธอชื่อไร" แม้พระสาวกเหล่านั้น ก็กราบทูลชื่อของตนๆ ว่า
"ข้าพระองค์ชื่อสารีบุตร, ข้าพระองค์ชื่อโมคคัลลานะ" เป็นต้น.
พรานเบ็ด คิดว่า "พระศาสดาย่อมตรัสถามชื่อสาวกทุกองค์,
เห็นจักตรัสถามชื่อของเราบ้าง."
พระศาสดาทรงทราบความปรารถนาของพรานเบ็ดนั้น จึงตรัสถาม ว่า "อุบาสก
เธอชื่อไร" เมื่อเขากราบทูลว่า "ข้าพระองค์ชื่ออริยะ
พระเจ้าข้า"
ตรัสว่า "อุบาสก
ผู้ที่ฆ่าสัตว์เช่นท่านจะชื่อว่าอริยะไม่ได้,ส่วนผู้ที่ตั้งอยู่ในความไม่เบียดเบียนมหาชนจึงจะชื่อว่าอริยะ"
ขอเชิญอ่านเพิ่มเติมที่
๙.
เรื่องพรานเบ็ดชื่ออริยะ [๒๐๒]