อ.ธนากร ในเรื่องกรรมและผลของกรรม โดยมากเรามักจะสนใจเพียงในขั้นของเรื่องราว หรือว่าเหตุการณ์ของผู้ที่กระทำกรรมต่างๆ ในพระไตรปิฎก อยากทราบว่า ประโยชน์ที่แท้จริงที่ลึกซึ้งกว่านั้นของการศึกษาในเรื่องกรรมนั้นเป็นอย่างไร
ท่านอาจารย์ ประโยชน์คือรู้ว่าอะไรเป็นเหตุ และอะไรเป็นผล เพราะว่าทุกคนหวังผลที่ดี แต่ไม่รู้ว่าผลที่ดีนั้นมาจากเหตุอะไร ได้แต่ขอและหวัง แต่ว่าสิ่งที่ดีหรือผลที่ต้องการไม่ได้มาจากการขอหรือการหวัง แต่ต้องมีเหตุที่สมควรที่สิ่งนั้นจะเกิดขึ้นด้วย
การที่จะรู้จริงๆ ในแต่ละอย่างว่า ขณะนี้เป็นผลหรือเป็นเหตุ จะทำให้สามารถได้สิ่งที่ต้องการ เพราะเหตุว่าจริงๆ แล้วถ้ารู้ว่าสิ่งที่กำลังปรากฏในขณะนี้ เพียงเป็นสิ่งหนึ่งในบรรดาธรรมทั้งหลายทั้งหมดที่สามารถจะปรากฏให้เห็นได้ เพียงให้เห็นได้เท่านั้นเอง แข็งปรากฏให้เห็นได้หรือไม่ ไม่มีทางเห็นเลย แต่รู้ได้เมื่อกระทบสัมผัส
แข็งก็เป็นธรรมอย่างหนึ่ง มีปัจจัยเกิดซึ่งใครก็ทำไม่ได้ ในเมื่อเป็นธรรม เป็นธาตุก็ต้องเป็นธาตุ ซึ่งเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย เป็นแข็งแล้วก็ดับไป แข็งคือปรากฏให้รู้เมื่อกระทบสัมผัส รู้ว่าสิ่งนั้นมีจริงๆ ปรากฏจริงๆ แต่ว่าชั่วขณะที่ปรากฏ แล้วก็หมดไป
ทุกอย่างที่เป็นธรรมที่เกิดมี ในชีวิตทุกภพทุกชาติ แม้ในชาตินี้เป็นสิ่งที่เพียงปรากฏชั่วคราว สั้นมาก และแต่ละอย่างก็ต้องเป็นอย่างนั้น คือสิ่งที่กำลังปรากฏทางตาในขณะนี้ เป็นสิ่งที่เพียงปรากฏให้เห็นได้เท่านั้นเอง แต่สิ่งที่เพียงปรากฏให้เห็นได้ จะปรากฏก็ต่อเมื่อมีธาตุหรือธรรมอีกหลายอย่าง เช่น ต้องมีจักขุปสาทรูป เป็นรูปธาตุ ทุกคนกำลังเห็น รู้หรือไม่ว่าเพราะมีรูปพิเศษที่อยู่กลางตาที่สามารถจะกระทบกับสิ่งที่กำลังปรากฏให้เห็นในขณะนี้
ด้วยเหตุนี้ สิ่งที่มีจริงทุกขณะ มีปัจจัยทำให้เกิดขึ้น เช่น ขณะนี้พูดถึงสิ่งที่ปรากฏทางตา ต้องเกิดขึ้น ถ้าไม่เกิด จะปรากฏได้อย่างไร เมื่อเกิดแล้วต้องกระทบกับรูปที่กลางตา ซึ่งสามารถกระทบกับรูปที่กำลังปรากฏในขณะนี้ ยังไม่พอ ต้องมีธาตุรู้เกิดขึ้นกำลังเห็นสิ่งที่ปรากฏ นี่คือสภาพธรรมที่มีจริงๆ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าถ้าเราไม่รู้ว่าสิ่งนี้เกิดขึ้นเพราะอะไร ไม่มีทางที่ใครจะหวังไปว่าชีวิตจะเป็นอย่างนี้อย่างนั้น แล้วก็คิดว่าจะเป็นอย่างที่ต้องการได้ แต่ความเข้าใจ จะรู้แม้แต่เหตุว่าเหตุใดบางคนมีจักขุปสาท เหตุใดบางคนไม่มีจักขุปสาท
บางคนเกิดมา กรรมกำหนดไว้เลยว่า เมื่อถึงเวลาที่จักขุปสาทจะเกิดตามปกติ แต่คนนี้มีกรรมที่ไม่ทำให้จักขุปสาทรูปเกิด เพราะฉะนั้น คนนั้นชื่อว่าตาบอดแต่กำเนิด แต่ว่าบางคนเวลาที่ถึงเวลาที่จักขุปสาทเกิดก็เกิด แต่ภายหลังก็มีกรรมที่จะทำให้จักขุปสาทไม่เกิด ต่อจากนั้นคนนั้นก็ตาบอด คือถ้ารู้ทุกอย่างว่าแม้ตั้งแต่เกิดจนตาย ทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะมีเหตุปัจจัยชั่วคราวแล้วก็ดับไป จะทำให้เข้าใจถูกต้อง แล้วชีวิตก็จะพ้นจากความทุกข์
ใครบ้างที่คิดว่าเกิดมาไม่มีความทุกข์เลย ถ้าคิดว่าไม่มีทุกข์เลยนั่นคือเข้าใจผิด เพราะเพียงแค่วันเดียวที่เกิดมา มีทุกข์หรือไม่ถ้าไม่มีใครเลี้ยงดู ไม่มีใครอุปการะ ไม่มีอาหารรับประทาน ไม่มีอะไรหลายๆ อย่างที่ทำให้ตั้งแต่เกิดมามีชีวิตจนกระทั่งถึงวันนี้ได้ เพราะมีปัจจัยที่จะทำให้ชีวิตดำรงเป็นไป โดยที่บางคนดำรงเป็นไปด้วยความสุข บางคนดำรงเป็นไปด้วยความยากลำบาก
ไม่มีใครสามารถที่จะไปเปลี่ยนแปลงแก้ไขสิ่งที่เกิดแล้ว แต่ถ้ามีความเข้าใจที่ถูกต้องแล้วมีเหตุที่จะทำให้สิ่งที่ดีๆ เกิดขึ้นในชีวิต ถึงแม้ว่าจะมีความทุกข์ของชีวิต แต่ก็ยังไม่ทุกข์มาก เท่ากับผู้ที่ไม่รู้ความจริง แล้วมีแต่เหตุที่จะนำมาซึ่งสิ่งที่ไม่น่าพอใจ เหตุนั้นก็คือกิเลสและอกุศลกรรม
ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1676