อรรถกถานันทาเปติวัตถุที่ ๔
โดย chatchai.k  14 พ.ย. 2563
หัวข้อหมายเลข 33294

[เล่มที่ 49] พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ เล่ม ๒ ภาค ๒ - หน้าทื่ 187

อรรถกถานันทาเปติวัตถุที่ ๔

เมื่อพระศาสดาประทับอยูในพระเชตวันมหาวิหาร ทรง ปรารภนางเปรตชื่อวา นันทา จึงตรัสคาถานี้ มีคําเริ่มตนวา กาฬี ทุพฺพณฺณรูปาสิ ดังนี้

ไดยินวา ในหมูบานตําบลหนึ่ง ไมไกลแตกรุงสาวัตถีนัก ยังมีอุบาสกคนหนึ่ง ชื่อวา นันทิเสน เปนผูมีศรัทธา มีความเลื่อมใส. สวนภริยาของเขา ชื่อวา นันทา ไมมีศรัทธา ไมมีความเลื่อมใส เปนคนตระหนี่ ดุราย กลาววาจาหยาบ ไมเคารพยําเกรงสามี ดาบริภาษแมผัว ดวยวาจาวาเปนโจร. สมัยตอมานางนันทานั้น ทํากาละแลว ไปบังเกิดในกําเนิดเปรต แสดงตนในที่ไมไกลหมูบาน นั้นนั่นเอง

นันทิเสนอุบาสกเห็นนางนั้น จึงไดกลาวคาถาวา :- ทานมีผิวพรรณดํา มีรูปรางนาเกลียด ตัว ขรุขระดูนากลัว มีตาเหลือง มีเขี้ยวงอกออก เหมือนหมู เราไมเขาใจวา ทานจะเปนมนุษย. บรรดาบทเหลานั้น บทวา กาฬี แปลวา มีสีดํา. จริงอยู วรรณะของนางเปรตนั้น เปนเสมือนถานที่ถูกเผาแลว

บทวา ผรุสา ไดแก มีตัวขรุขระ. บทวา ภีรุทสฺสนา แปลวา นาสะพึงกลัว คือ มีอาการนากลัว. บาลีวา ภารุทสฺสนา ดังนี้ก็มี, อธิบายวา เห็นเขานากลัวอยางหนัก คือ ไมนาดู เพราะมีผิวพรรณนาเกลียด เปนตน. บทวา ปงฺคลา แปลวา ผูมีนัยนตาเหลือง. บทวา กฬารา ผูมีเขี้ยวเหมือนหมู. บทวา น ต มฺานิ มานุสึ ความวา เราไม สําคัญทานวาเปนมนุษย แตเราสําคัญทานวา เปนนางเปรต. นางเปรตไดฟงดังนั้น เมื่อจะประกาศตนจึงกลาวคาถาวา :- ทานนันทิเสน เมื่อกอนดิฉันชื่อนันทา เปนภรรยาของทาน ไดทํากรรมชั่วไว จึงจาก มนุษยโลกนี้ ไปสูเปตโลก.

บรรดาบทเหลานั้น. บทวา อห นนฺทา นนฺทิเสน ความวา พี่นันทิเสนขา ดิฉันชื่อวา นันทา. บทวา ภริยา เต ปุเร อหุ ความวา ในชาติกอน ดิฉันไดเปนภรรยาของพี่. เบื้องหนาแตนี้ไป อุบาสก นั้นจึงถามวา :-

ทานทํากรรมชั่วอะไรไว ดวยกาย วาจา ใจ เพราะวิบากของกรรมอะไร ทานจึงจาก มนุษยโลกนี้ไปสูเปตโลก. ลําดับนั้นนางเปรต จึงไดตอบกะนันทิเสนอุบาสกวา ดิฉัน เปนหญิงดุราย มีวาจาหยาบคายไม เคารพพี่ กลาวคําชั่วหยาบกะพี่ จึงจากมนุษยโลก นี้ ไปสูเปตโลก.

นันทิเสนอุบาสก จึงถามอีกวา :- เอาเถอะเราจะใหผานุงแกเจา เจาจงนุงผา นี้ครั้นนุงผานี้แลว จงมา ฉันจะนําเจาไปสูเรือน เจาไปเรือนแลว จักไดผา ขาว และน้ํา ทั้งจักได ชมบุตรและลูกสะใภของเธออีกดวย. ลําดับนั้น นางเปรตจึงไดกลาวคาถา ๒ คาถา แกนันทิเสน อุบาสกนั้นวา :-

ผานั้น ถึงพี่จะใหที่มือของฉัน ดวยมือ ของพี่เอง ก็ไมสําเร็จประโยชนแกฉันได ขอพี่ จงเลี้ยงดูภิกษุทั้งหลาย ผูสมบูรณดวยศีล ผู ปราศจากราคะ ผูเปนพหูสูต ใหอิ่มหนําดวยขาว และน้ํา แลวอุทิศสวนบุญไปใหดิฉัน เมื่อทานทํา อยางนั้น ดิฉันจักมีความสุข สําเร็จความปรารถนา ทั้งปวง.

ลําดับนั้น พระสังคีติกาจารย กลาว ๔ คาถานี้วา :-

นันทิเสนอุบาสก รับคําแลว ไดใหทาน เปนอันมาก คือขาว น้ํา ของเคี้ยว ผา และ เสนาสนะ รม ของหอม ดอกไม และรองเทา หลากชนิด เลี้ยงดูภิกษุทั้งหลาย ผูสมบูรณดวย ศีล ปราศจากราคะเปนพหูสูต ใหอิ่มหนําดวยขาว และน้ําแลว อุทิศสวนบุญไปใหนางในทันตาเห็น

วิบาก คือขาว เครื่องนุงหม และน้ําดื่ม ก็เกิดขึ้น นี้เปนผลแหงทักษิณา ลําดับนั้น นางเปรตมี รางกายบริสุทธิ์สะอาด นุงหมผาอยางดี มีคายิ่ง กวาผาแควนกาสี ประดับดวยวัตถาภรณอันวิจิตร เขาไปหาสามี.

ตอแตนั้น เปนคาถากลาวโตตอบระหวางอุบาสกกับนางเปรต วา :- ดูกอน เทพธิดา ทานมีวรรณะงามยิ่งนัก สองสวางไสวไปทั่วทุกทิศสถิตอยู ดุจดาวประกาย พรึก ทานมีวรรณะงดงามเชนนี้ เพราะกรรม อะไร อิฐผลยอมสําเร็จแกทานในวิมานนี้ เพราะ กรรมอะไร และโภคะทุกสิ่งทุกอยางอันเปนที่ พอใจ เกิดขึ้นแกทานเพราะกรรมอะไร

ดูกอน เทพธิดา ผูมีอานุภาพมาก เราขอถามทาน เมื่อ เปนมนุษย ทานทําบุญอะไรดวย ทานมีอานุภาพ รุงเรืองและมีรัศมีสวางไสวไปทุกทิศอยางนี้ พี่นันทิเสน เมื่อกอนดิฉันชื่อนันทา เปนภริยาของทาน ไดทํากรรมชั่วชา จึงจาก มนุษยโลกนี้ไปสูเปตโลก ดิฉันไดอนุโมทนา ทานที่ทานใหแลว จึงไมมีภัยแตที่ไหนๆ กอน คฤหบดี ขอทานพรอมดวยชาติทั้งปวง จงมีอายยืนนานเถิด

ดูกอนคฤหบดี ทานประพฤติธรรม และใหทานในโลกนี้แลว จะเขาถึงถิ่นฐานอันไม เศราโศก ปราศจากธุลี ปลอดภัย อันเปนที่อยู ของทาววสวัตตี กําจัดมลทินคือความตระหนี่ พรอมทั้งราก ใครๆ ไมติเตียนได จักเขาถึง โลกสวรรค

บรรดาบทเหลานั้น บทวา ทาน วิปุลมากิริ ความวา ทาน พึงยังมหาทานใหเปนไป ในเขตแหงพระทักขิไณยบุคคล เหมือน หวานพืชคือไทยธรรม. คําที่เหลือ เหมือนเรื่องที่ถัดกันมานั่นแล

นางเทพธิดานั้น ครั้นประกาศทิพยสมบัติของตน และเหตุแหง ทิพยสมบัตินั้น แกนันทิเสนอุบาสกอยางนี้แลว จึงไดไปยังสถานที่ อยูของตนตามเดิม. อุบาสกแจวเรื่องนั้นแกภิกษุทั้งหลาย. ภิกษุ ทั้งหลาย จึงกราบทูล แดพระผูมีพระภาคเจา. พระผูมีพระภาคเจา ทรงกระทําเรื่องนั้นใหเปนอัตถุปปตติเหตุ ทรงแสดงธรรมแก บริษัทผูถึงพรอมแลว. เทศนานั้น ไดมีประโยชนแกมหาชน ฉะนี้แล.

จบ อรรถกถานันทาเปติวัตถุที่ ๔

ขอเชิญอ่านพระสูตร...

นันทาเปติวัตถุ ว่าด้วยผู้ดุร้ายตายเป็นนางเปรต



ความคิดเห็น 1    โดย chatchai.k  วันที่ 14 พ.ย. 2563

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น


ความคิดเห็น 2    โดย talaykwang  วันที่ 14 พ.ย. 2563

กราบขอบพระคุณและขออนุโมทนาในกุศลค่ะ


ความคิดเห็น 3    โดย khampan.a  วันที่ 14 พ.ย. 2563

กราบอนุโมทนาอาจารย์ฉัตรชัยด้วยครับ