ท่านอาจารย์ สุจินต์ บริหารวนเขตต์ สนทนาธรรมที่ โรงแรมหรรษา เจบี หาดใหญ่ จ.สงขลา ๗-๘ มีนาคม ๒๕๖๙
โดย วันชัย๒๕๐๔  8 มี.ค. 2569
หัวข้อหมายเลข 52096

วันเสาร์ที่ ๗ มีนาคม ถึง วันอาทิตย์ที่ ๘ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ ที่ผ่านมา ท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ประธานกรรมการมูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา และ คณะอาจารย์จากมูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา สนทนาธรรม ณ ห้องปรารถนา โรงแรมหรรษา เจบี อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา 

ข้อความบางตอนจากการสนทนาธรรมในช่วงเช้าของวันเสาร์ที่ ๗ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙

ท่านอาจารย์ : ธัมมะลึกซึ้ง เพราะฉะนั้น ทุกคนก็ไม่รู้ว่า ธัมมะคืออะไร เพราะลึกซึ้ง ไม่ใช่เพียงคำพูด แม้แต่หัวข้อเรื่อง หรือ ชีวิต หรืออะไรก็ตามแต่ ต้องเป็นผู้ที่ตรงต่อความเป็นจริง 

"ชีวิต" คือ เดี๋ยวนี้!! ถูกต้องไหม? แล้วเราไปคิดชีวิตยาวไกลมาก เรื่องนั้น เรื่องนี้ ที่โน่น ที่นี่ แต่ว่าตามความเป็นจริงก็คือ เดี๋ยวนี้เองคือชีวิต ต้องไปหาชีวิตที่ไหนไหม? กำลังมี ก็ไม่รู้ เพราะฉะนั้น ไม่ต้องไปหาชีวิตที่ไหนเลยทั้งสิ้น แต่เริ่มมีความเข้าใจว่า ทั้งๆ ที่มีชีวิตเดี๋ยวนี้ ก็ยังไม่รู้จัก "ความจริงของชีวิต" 

ด้วยเหตุนี้ ผู้ที่ทรงตรัสรู้ความจริงถึงที่สุด ลึกซึ้ง ที่จะรู้ว่า โลกไม่ได้ปรากฏตามความเป็นจริง เพราะอะไร แม้เดี๋ยวนี้มีชีวิต ก็ไม่รู้จักชีวิตเลย หรือใครจะรู้จักบ้าง? 

ด้วยเหตุนี้ เมื่อได้ยินคำว่า พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า สนใจแค่ไหน? ที่จะรู้ว่า ยากที่จะได้ยินได้ฟังคำนี้ และ ยากที่จะรู้ซึ้งถึงพระคุณสูงสุดในสากลจักรวาล เพราะฉะนั้น ทุกคำของพระองค์ลึกซึ้งหาที่เปรียบไม่ได้ เพราะความลึกซึ้ง พระองค์ต้องทรงบำเพ็ญพระบารมีนานแสนนานเท่าไหร่ ยิ่งกว่าสี่อสงไขยแสนกัป หลังจากที่ได้รับคำพยากรณ์

เพราะฉะนั้น แม้เดี๋ยวนี้เป็นอย่างนี้ แต่ กว่าจะรู้ความจริงอย่างนี้ ผู้ที่ทรงตรัสรู้ ต้องทรงบำเพ็ญพระบารมีถึงปานนั้น ไม่ใช่วัน เดือน ปี หลังจากที่ได้รับคำพยากรณ์ว่า เป็นผู้ที่มั่นคงที่จะได้ตรัสรู้ความจริง ต่อเมื่ออีกสี่อสงไขยแสนกัป 

เพราะฉะนั้น การที่จะเข้าใจ "เดี๋ยวนี้" หรือทุกคำ ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัส ต้องรู้ว่า มีตลอดเวลา แต่ไม่เคยรู้อะไรทั้งสิ้น มานานเท่าไหร่แล้ว เพราะฉะนั้น ประมาทไม่ได้เลย ชีวิตคืออะไร ต่อไปชีวิตจะเป็นอย่างไร จะสมความปรารถนาอย่างโน้นอย่างนี้ไหม ก็ไม่รู้จักว่า เดี๋ยวนี้คือชีวิต จะสมปรารถนาอะไรกับเดี๋ยวนี้? หวังอะไรกับเดี๋ยวนี้หรือเปล่า? ไม่เคยคิดถึง "เดี๋ยวนี้" เลย!! ว่านี่แหละ ความจริง!! 

ถ้าเดี๋ยวนี้ไม่จริง อะไรจะจริง? สิ่งที่เกิดแล้วดับแล้ว ยังไม่ปรากฏให้รู้ว่า ความจริงเป็นอย่างไร สิ่งที่ยังไม่เกิดยังไม่มาถึง ก็ไม่ได้ปรากฏให้รู้ว่า ความจริงเป็นอย่างไร เพราะเหตุว่า แม้มีจริงก็ไม่รู้สักอย่าง และไม่ใช่เพิ่งจะไม่รู้วันนี้ แต่ว่าไม่รู้มานานเท่าไหร่แล้ว เพราะฉะนั้น ต้องไม่ลืมว่า ไม่รู้อะไร ไม่รู้ "ความจริงของเดี๋ยวนี้" ทั้งๆ ที่ "เดี๋ยวนี้" มีจริง 

การฟังพระธรรม ฟังด้วยความเคารพสูงสุด ในสิ่งที่มีทุกวัน ทุกขณะ ไม่ขาดเลย แต่ก็ไม่เคยรู้ความจริงเลย สักขณะเดียว ความไม่รู้มากแค่ไหน? เพราะฉะนั้น ถ้าจะให้ละเอียด เดี๋ยวนี้ "เห็น" ไม่คิดถึงเห็น ไม่รู้จักเห็น แล้วก็หาชีวิต แล้วก็หวังว่าชีวิตจะเป็นอย่างนั้น อย่างนี้ แต่ไม่รู้เลยว่า ไม่ว่าจะหวังสักเท่าไหร่ อยู่ที่ไหนก็ตาม ก็เห็นอย่างนี้แหละ หวังจะเห็นไหม? ใครหวังว่าจะเห็นเดี๋ยวนี้บ้าง? ไม่เคยคิดหวังมาก่อนว่าจะเห็นเดี๋ยวนี้ ก็มีเดี๋ยวนี้ที่เห็น ขณะที่ "ได้ยิน" ก็เช่นเดียวกัน ไม่เคยหวังมาก่อนเลยว่า ชีวิตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร จะมั่งมีศรีสุข จะมีเกียรติยศชื่อเสียง จะสุขสำราญปานใด ก็คือ เดี๋ยวนี้ได้ยิน ก็ไม่รู้จัก "ได้ยิน" ไม่รู้จักอะไรทั้งหมด 

เป็นประโยชน์ไหม ที่ได้รู้ความจริง ว่าไม่รู้มานานเท่าไหร่ และไม่มีโอกาสจะรู้ความจริงได้เลย ถ้าไม่รู้จักพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพราะฉะนั้น เพียงชื่อก็น่าอัศจรรย์ พระพุทธเจ้า พุทธะ ปัญญาที่ประเสริฐที่สุด เหนือปัญญาใดๆ ของใครทั้งสิ้น ถึงความเป็นที่สุดโดยประการทั้งปวง ในพระปัญญาคุณ พระบริสุทธิคุณ พระมหากรุณาคุณ แล้วถ้าไม่รู้จักพระองค์เลย มีโอกาสไหม ที่จะรู้จักชีวิต ไม่มีเลย!! 

เพราะฉะนั้น เดี๋ยวนี้มีชีวิตทุกขณะ ถ้าไม่ฟังคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จะไม่รู้จักชีวิต แต่หวังทุกอย่างจากชีวิต โดยไม่รู้ว่า ความจริง ชีวิตคืออะไร? 


ขอขอบพระคุณและยินดีในกุศลของ คุณนภา จันทรางศุ สมาชิกชมรมบ้านธัมมะ มศพ. ลำดับที่ ๕๘๑ สำหรับการเอื้อเฟื้อภาพทั้งหมด


ขอเชิญติดตามเรื่องที่เกี่ยวข้อง ได้ที่ลิงก์ด้านล่าง : 

- ท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ สนทนาธรรม ณ บ้านธัมมะภาคใต้ จ. สงขลา ๖ มีนาคม ๒๕๖๙

และ ขอเชิญติดตามบันทึการสนทนาธรรมในครั้งนี้ ได้ที่ลิงก์ด้านล่าง :