กัลยาณมิตร…เทปบันทึกรายการบ้านธัมมะ (10/6/58)
โดย nattawan  3 ม.ค. 2569
หัวข้อหมายเลข 51767

กัลยาณมิตร หมายถึง มิตรแท้ที่ดีงามด้วยปัญญา สามารถอนุเคราะห์เกื้อกูลให้ผู้อื่นมีความเห็นถูก เข้าใจถูกในพระธรรม กัลยาณมิตรสูงสุดคือพระพุทธเจ้า



ความคิดเห็น 1    โดย nattawan  วันที่ 3 ม.ค. 2569

ธรรมะเป็นเรื่องละเอียด คงไม่ลืมว่าขณะนี้เป็นธรรมะ

เชื่อแน่ว่าขณะนี้ทุกคนลืมจิต แต่คิดถึงสิ่งที่จิตกำลังรู้ ไม่ว่าทางตากำลังเห็นก็ลืมว่ามีธาตุรู้ กำลังได้ยินก็ลืมว่า ถ้าไม่มีธาตุที่ได้ยินเสียงคือธาตุรู้ เสียงก็ปรากฏไม่ได้ เพราะฉะนั้นถ้าไม่มีจิตเกิดขึ้นรู้ สิ่งต่างๆ ในโลกก็ไม่มี

พระธรรมที่ทรงแสดงเพื่อที่ผู้ฟังจะได้เข้าใจความจริง แม้มีการเห็นมีการได้ยิน มีการเป็นมิตรสหายกัน ก็ต้องรู้ว่าขณะนั้นเป็นจิตอะไร มิฉะนั้นจะมีประโยชน์ไหม? ศึกษาคำสอนทั้งหมดแต่ไม่รู้เลยว่าขณะนั้นจิตอะไร ... เป็นกุศลหรืออกุศล ... พอพูดเรื่องอะไรก็เป็นเรื่อง แต่ว่าลืมจิต เพราะฉะนั้นต้องไม่ลืมว่าความจริงแล้วแต่ละหนึ่งก็คือแต่ละจิต

เกิดมานานแสนนานไม่ต้องคำนึงว่านานเท่าไหร่ แต่รู้ได้ว่าขณะใดก็ตามที่จิตเป็นอย่างไร จะต้องเป็นไปตามการสะสมของแต่ละคน ซึ่งเปลี่ยนไม่ได้

ถ้ามีความเข้าใจอย่างนี้เป็นกัลยาณมิตรได้ไหม เมื่อเห็นคนอื่นแล้วเขาจะเป็นคนดีหรือร้ายอย่างไรก็ตาม เป็นที่สมควรแก่การที่จะหวังดีไม่ให้เขาเป็นอย่างนั้น

ถ้ามีความหวังดีจริงๆ ก็คงจะไม่ต้องมาคิดถึงว่า แล้วเวลานี้พร้อมหรือยังที่จะพูดเรื่องนั้น เพราะว่าชีวิตสั้นมาก ... คอยไปแต่ก็ยังไม่ได้พูดเรื่องนั้น ... กับการที่ยอมเสียสละไหม ... ใครจะรักจะชัง แต่คำพูดนั้นมีประโยชน์


ความคิดเห็น 2    โดย nattawan  วันที่ 3 ม.ค. 2569

ถ้าเป็นคนที่มีความเข้าใจผิด มีความเห็นผิด ฟังธรรมะก็เป็นตัวตนไปทั้งหมด แล้วก็คิดที่จะทำอย่างนั้นอย่างนี้ด้วยความไม่เข้าใจว่าเป็นธรรมะ เราควรจะบอกไหมว่าแท้ที่จริงแล้วพระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ความจริงขณะนี้ ซึ่งไม่เหมือนคนอื่นซึ่งไม่เคยรู้สามารถจะรู้ได้ ให้รู้ว่าสิ่งที่ปรากฏทางตาเป็นสิ่งที่มีจริงๆ สิ่งหนึ่งเหมือนเสียงที่มีจริงสิ่งหนึ่ง แข็งเป็นสิ่งที่มีจริงสิ่งหนึ่ง คิดเป็นสิ่งที่มีจริงสิ่งหนึ่ง ทุกอย่างมีจริงๆ เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัยแล้วก็ดับไป จะรอไหม จะต้องคิดไหมว่าถึงเวลาหรือยัง ... จะพูดดีหรือไม่ดี?!

ก็เป็นเรื่องของประโยชน์จริงๆ ที่มีความเข้าใจถูกต้องว่า เกิดมาแล้วก็มีชีวิตที่สั้นมาก ไม่มีใครสามารถที่จะรู้ได้ว่าจะหมดสิ้นความเป็นบุคคลนี้เมื่อไหร่ เพราะฉะนั้นโอกาสที่สำคัญที่สุด ... ควรรอไหมที่จะพูดความจริงเพราะว่าความจริงที่เป็นประโยชน์ คนที่พูดๆ ด้วยความหวังดีให้คนอื่นได้รู้ความจริงด้วย ได้เข้าใจความจริงด้วย เป็นประโยชน์ไหม?!

แต่ว่าถ้าเขาไม่อยากฟังก็ไม่ต้องพูด ... เสียเวลาจริงๆ จะไปพูดกับคนที่เขาไม่อยากฟัง ทั้งๆ ที่บางคนหวังดีมาก แต่ไปพูดกับคนที่เขาไม่อยากฟัง ... แทนที่จะพูดกับคนที่เขาต้องการฟัง เมื่อถึงโอกาสเขาย่อมได้รับประโยชน์จากคำจริงนั้นเพราะเขากำลังตั้งใจฟัง และอาจจะรอคอยที่จะได้รู้ความจริงก็ได้ ด้วยเหตุนี้ก็ต้องเลือกกาละ เลือกบุคคลว่าเขาพร้อมหรือยัง!!

แต่ถ้าเป็นความจริง ด้วยความหวังดีพูดคำจริงตลอด และคำจริงนั้นก็เป็นประโยชน์ด้วย แต่ว่าต้องพูดกับคนที่ต้องการฟัง

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์ด้วยความเคารพยิ่ง

ยินดีในความดีของทุกท่านค่ะ