เวทนาขันธ์ และสัญญาขันธ์
โดย สารธรรม  23 ก.ค. 2569
หัวข้อหมายเลข 52756

อภิธัมมัตถวิภาวินีฎีกา ซึ่งเป็น ฎีกาอภิธัมมัตถสังคหะ ปริจเฉทที่ ๗ มีข้อความว่า

ถามว่า ก็เพราะเหตุไร พระผู้มีพระภาคจึงทรงแยกเวทนา และสัญญา ไว้แผนกหนึ่ง คือ เจตสิกมี ๕๒ ประเภท แต่ว่า เวทนาเจตสิก ๑ แยกเป็น เวทนาขันธ์ สัญญาเจตสิก ๑ แยกเป็น สัญญาขันธ์ สำหรับเจตสิกอื่น ๕๐ ที่เหลือ รวมเป็นสังขารขันธ์ หมายความ ว่า เจตสิกแต่ละดวงทุกดวงของ ๕๐ ดวง นั้น ล้วนเป็นสังขารขันธ์ จึงมีคำถามว่า ก็ เพราะเหตุไร พระผู้มีพระภาคจึงทรงแยกเวทนา และสัญญา ไว้แผนกหนึ่ง

แก้ว่า เพราะเวทนาเป็นความยินดีในวัฏฏธรรม และสัญญาเป็นอุปกรณ์เกื้อหนุนความยินดีนั้น เพราะเหตุนั้นพระผู้มีพระภาคจึงทรงแยกเวทนา และสัญญาไว้ต่างหาก เพราะเป็นเหตุที่เป็นประธาน แห่งสังสาระ ฉะนี้แล สมจริงดังคำที่ท่านอาจารย์กล่าวไว้ เพื่อแยกแสดงส่วนที่ยินดีในวัฏฏธรรม และส่วนที่คอยส่งเสริมส่วนที่ยินดีนั้นต่างหาก พระผู้มีพระภาคจึงทรงยกขันธ์สองอย่างขึ้นแสดงไว้

นี่เป็นความจริงในชีวิตประจำวัน เวทนาคือความรู้สึก เป็นสภาพที่ยินดีในวัฏฏะ ถ้ายังไม่รู้แจ้งอริยสัจจธรรม จะไม่สามารถดับความยินดี พอใจในรูป ในเสียง ในกลิ่น ในรส ในโผฏฐัพพะ ในการนึกคิด ถึง รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ เพราะเหตุว่ายังไม่ได้ประจักษ์ความเกิดขึ้นและดับไป ถ้าตราบใดลักษณะที่ไม่เที่ยงที่เกิดดับยังไม่ปรากฏ เมื่อนั้นใครจะแยกความรู้สึกยินดี เปลี่ยนให้เป็นความรู้สึกไม่ยินดี ในสภาพธรรมซึ่งดูเสมือนเที่ยง ย่อมเป็นสิ่งที่ เป็นไปไม่ได้ แม้จะคิดว่าไม่ยินดี แต่เมื่อยังไม่ประจักษ์ลักษณะที่เกิดดับ จะกล่าวไม่ได้ว่า เป็นความไม่ยินดี โดยแท้จริง ตรงกันข้าม กลับเป็นเพียงโทสะ ความเบื่อ ความระอา แต่ไม่ใช่ปัญญาที่ประจักษ์ความเกิดดับ

จาก ... แนวทางเจริญวิปัสสนา ครั้งที่ 1017