
อ.กุลวิไล: สืบเนื่องจากเมื่อวันอังคารที่แล้ว ดิฉันกราบเรียนท่านอาจารย์ถึงความหมายของ ปัณฑระกับปภัสสร ซึ่งท่านอาจารย์ก็กล่าวว่า มีความละเอียดมาก ในความเข้าใจของดิฉันซึ่งอาศัยหนังสือปรมัตถธรรมสังเขป และในอัฏฐสาลินี แล้วก็ในส่วนที่เป็นปฏิสัมภิทามรรค ชื่อของจิตที่ชื่อว่าปัณฑระ ซึ่งโดยนัยของชื่อนั่นเอง
ท่านอาจารย์: โดยนัยของความจริงค่ะ
อ.กุลวิไล: ค่ะ ของความจริงค่ะ รู้แจ้งอารมณ์โดยส่วนเดียว แต่ท่านก็มีคำว่า ปภัสสร ด้วย
ท่านอาจารย์: คำอธิบายว่าอย่างไร?
อ.กุลวิไล: ข้อความในสัทธัมมปกาสินี อรรถกถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค อานาปานกถามีว่า จิตนั้นชื่อว่า ปณฺฑรํ ขาว เพราะอรรถว่า บริสุทธิ์ ท่านกล่าวหมายเอาภวังคจิต ดังที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ว่า ดูก่อน ภิกษุทั้งหลาย จิตนี้ประภัสสร แต่จิตนั้นเศร้าหมองเพราะอุปกิเลสทั้งหลายที่จรมา อนึ่ง แม้จิตอกุศล ท่านก็กล่าวว่าปัณฑระเหมือนกัน เพราะอกุศลออกจากจิตนั้นแล้ว
ดิฉันก็ขอหยุดแค่ตรงนี้ก่อน ในความเข้าใจของดิฉัน ช่วงแรกก็คือ จิตทุกดวงแน่นอนชื่อว่า ปัณฑระ โดยความเป็นจริง ก็คือรู้แจ้งอารมณ์อย่างเดียว จึงเป็นจิตที่บริสุทธิ์ แต่เวลาที่ท่านกล่าวถึงจิตที่ปภัสสร ซึ่งก็ต้องต่างจากจิตที่เศร้าหมองเพราะอุปกิเลส เพราะฉะนั้น โดยนัยที่เป็นจิตทั้งหมดแม้แต่อกุศลจิตก็เป็นปัณฑระ เพราะบริสุทธิ์
แต่โดยนัยของปภัสสร ก็จะมุ่งหมายกับจิตที่ไม่ใช่อกุศลจิต แต่ก็ต้องเป็นจิตที่เป็น ภวังคจิตอย่างวิบากจิตที่ไม่มีอุปกิเลสเกิดร่วมด้วยนั่นเอง แล้วก็กุศลจิตก็ไม่มีอุปกิเลสเกิดร่วมด้วย ซึ่งก็ถ้าเป็นปภัสสรจิตนี้ก็ต้องต่างกับจิตทั้งหมด เพราะว่าต้องเป็นเฉพาะจิตที่ไม่มีอุปกิเลสเกิดร่วมด้วย แต่จะเป็นจิตใดก็ตามไม่ว่าจะเป็นวิบากจิต หรือว่ากิริยาจิต แต่กิริยาจิตดิฉันก็ไม่แน่ใจ ก็คือจิตที่ไม่มีอุปกิเลสเกิดนั่นเอง นี่คือความเข้าใจของดิฉันว่า ถ้าเป็นปัณฑระจะกว้าง คือรวมจิตทุกประเภทเลย แม้แต่อกุศลจิต ก็กราบเท้าท่านอาจารย์ถึงความละเอียดค่ะท่านอาจารย์
ท่านอาจารย์: ก็อย่างที่คุณกุลวิไลตามข้อความในอรรถกถาใช่ไหม?
อ.กุลวิไล: ค่ะ
ท่านอาจารย์: เปลี่ยนจิตให้เป็นสภาพอื่น เป็นโกรธ เป็นอะไรได้ไหม?
อ.กุลวิไล: ไม่ได้แน่นอนค่ะ
ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น จิตจะไม่เป็นอื่นเลยนอกจาก รู้แจ้ง เท่านั้น นี่คือลักษณะของจิต ปัณฑระ เฉพาะจิตขาวสะอาดไม่มีอะไรมาเจือปนที่จะเปลี่ยนให้เป็นความเศร้าหมองได้
แต่จิตที่เป็นปภัสสร หมายความถึงจิตที่ไม่มีอกุศลเกิดร่วมด้วย แต่ความเป็นปัณฑระต้องเป็นจิตทุกขณะ
แต่เวลากล่าวถึงปภัสสร หมายถึงประเภทของจิตที่มีอกุศลเกิดร่วมด้วยก็ไม่ปภัสสร
อ.กุลวิไล: ค่ะ แล้วก็ชื่อของจิต ก็คือปัณฑระนั่นเอง
ปภัสสรไม่ใช่ชื่อของจิต แต่เป็นคำที่ขยายความจิตที่ผ่องแผ้ว
ท่านอาจารย์: แล้วชื่อล่ะคะ อกุศลจิตเป็นชื่อหรือเปล่า?
อ.กุลวิไล: ท่านใช้คำว่า จิตนี้ปภัสสรค่ะท่านอาจารย์
ท่านอาจารย์: ก็ใช่แล้ว เป็นชื่อหรือเปล่า? ปัณฑระก็เป็นชื่อ ปภัสสรก็เป็นชื่อ เพื่อแสดงความต่างของจิต
อ.กุลวิไล: ค่ะ
ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น ปัณฑระ เป็นปภัสสรก็ได้ใช่ไหม?
อ.กุลวิไล: ปัณฑระเป็นปภัสสรได้ค่ะ
ท่านอาจารย์: เป็นอกุศลได้ไหม?
อ.กุลวิไล: ปัณฑระเป็นอกุศลได้ แต่ไม่เป็นปภัสสร
ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น ปัณฑระ คือจิตเท่านั้น
อ.กุลวิไล: กราบเท้าขอบพระคุณท่านอาจารย์ค่ะ
ขอเชิญอ่านได้ที่ ..
ความจริงแห่งชีวิต [31] ที่ (จิต) ชื่อว่า ปัณฑระ เพราะ ว่า บริสุทธิ์
ที่จิตชื่อว่า ปัณฑระ
กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ด้วยความเคารพยิ่งค่ะ
และกราบยินดีในกุศลจิตของ อ.กุลวิไล ด้วยค่ะ
กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์ ด้วยความเคารพยิ่ง
ยินดีในกุศลจิตครับ