ขัดข้องเพราะไม่รู้ความจริง ... สนทนาธรรมที่เชียงใหม่ บ่าย 14/1/69
โดย nattawan  14 ม.ค. 2569
หัวข้อหมายเลข 51838

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ต้องรู้ปัจจัยที่จะทำให้ค่อยๆ คลายความอยาก เพราะเดี๋ยวนี้เองกำลังอยากหรือเปล่า?! มีแต่ไม่รู้เพราะมัวแต่คิด จนกว่าจะรู้ว่า ความจริงทุกขณะคืออะไร

เริ่มรู้ว่าความจริงคืออะไร จึงจะรู้ว่าพระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ความจริงที่กำลังมีทุกอย่าง เพราะฉะนั้นก็ฟังคำของพระองค์

ค่อยๆ รู้ความจริงจนกว่าจะทีละหนึ่งๆ เกิดขึ้นปรากฏตามความเป็นจริง ให้รู้ว่าทุกอย่างเกิดเพราะเหตุปัจจัยเร็วมาก เกิดดับสืบต่อ เลือกไม่ได้ หวังไม่ได้ แล้วแต่ว่าจะเกิดขึ้นรู้อะไร ค่อยๆ สะสมความตรงต่อความจริง ... สัจจบารมี

ทุกอย่างมีจริงเป็นจริงตามความเป็นจริง เป็นธรรมะแต่ละหนึ่ง ... จนกว่าจะไม่มีเรา

ไม่รีบร้อน แต่ฟังละเอียดขึ้น จนกระทั่งมั่นคงว่า เป็นเราไม่ได้ เพราะเกิดแล้วดับ แล้วไม่กลับมาอีกเลย

การรู้ความเป็นจริงยาก เพราะมีธรรมะที่เกิดปกปิดยังขัดข้องอยู่ยังไม่ให้รู้ความเป็นจริง เริ่มมีความเข้าใจถูกต้อง ความเข้าใจถูกต้องนั้นก็ค่อยๆ เปิดเผยความเป็นจริง แต่ก็ยังมีความขัดข้องอยู่ เพราะยังมีมากมาย แค่ไม่ฟัง มีสิ่งที่กำลังมีเดี๋ยวนี้ก็ไม่รู้ความเป็นจริง เพราะฉะนั้นการมีโอกาสได้ฟังความเป็นจริง ปัญญาที่เกิดขึ้นจึงค่อยๆ ไม่ขัดข้องขึ้น แต่ยังมีอยู่แต่น้อยลง

ถ้าคนไม่ได้ศึกษาไม่เข้าใจธรรมะ มีเห็นก็ไม่รู้ว่าเป็นอะไร ก็ขัดข้องเพราะไม่รู้ความจริง แต่เมื่อฟัง รู้เพียงฟังเพียงเข้าใจขั้นฟัง ความจริงของเห็นยังไม่ปรากฏ ยังมีสิ่งที่ขัดข้องปกปิดไว้อยู่ ดังนั้นการเปิดเผยการที่จะมีปัญญาที่จะไม่ถูกความไม่รู้ปกปิดขัดข้องไว้ก็ต้องมีกำลังเพิ่มขึ้น

ความไม่รู้ยังอีกมากมาย เพราะถ้าไม่ฟังก็ปกปิด ฟังก็เข้าใจนิดนึง แต่ก็ค่อยๆ สะสมเพิ่มขึ้น



ความคิดเห็น 1    โดย nattawan  วันที่ 15 ม.ค. 2569

เห็นมีจริง แต่รู้ความจริงของเห็นแล้วหรือยัง?! การเข้าใจความจริงของเห็นเริ่มเกิดขึ้นเมื่อได้ฟังคำของพระพุทธเจ้า เบื้องต้นคือขั้นฟังและไตร่ตรองเข้าใจเป็นขั้นสัจญาณ

ไม่รู้ ... โง่ ... ที่ไม่รู้ความจริงของสิ่งที่กำลังมีกำลังปรากฏ การรู้ความจริงก็มีหลายระดับ ตั้งแต่ขั้นฟัง จนถึงการรู้ถึงเฉพาะสิ่งที่กำลังปรากฏในลักษณะของความจริงแต่ละหนึ่งๆ เพราะฉะนั้นต้องฟัง ไตร่ตรองและเข้าใจ ฟังบ่อยๆ เนืองๆ พิจารณาไตร่ตรองจนเป็นความเข้าใจนิดๆ หน่อยๆ สะสมอบรมขึ้นๆ เป็นหนทางเดียวในชีวิตที่จะพ้นจากความไม่รู้

ฟังธรรมะแล้วไม่ประพฤติตามเสียเวลาเปล่า!! พระพุทธเจ้าตรัสว่าอย่างไร?! ถ้ายังคิดว่าเป็นเรา ... เราปฏิบัติตาม แต่ถ้ารู้ว่าเป็นธรรมะ ... ความเข้าใจที่เกิดจากการฟังประพฤติตามที่เข้าใจ

การประพฤติตามด้วยความเป็นเรากับการประพฤติตามเพราะว่าเป็นความเข้าใจจริงๆ มีความต่างกันอย่างไร? ต้องละเอียดมากไม่ใช่แค่พูด เข้าใจแค่ไหน? ประพฤติได้แค่ไหน? ไม่ใช่ว่าใครจะประพฤติ แต่ถ้ารู้จริงๆ ว่าไม่มีใครเลย ธรรมะแต่ละอย่างเกิดขึ้นเมื่อมีปัจจัย

ทุกคนรู้ว่าความเข้าใจถูกไกลมากกับความเข้าใจผิด แล้วถ้าไม่มีความเข้าใจถูกมั่นคงขึ้น จะประพฤติตามได้ไหม?! ไม่ได้เลย เพราะทุกอย่างต้องเป็นไปตามปัจจัย

ฟังแค่นี้จะประพฤติตามไม่ให้เกิดกิเลสได้ไหม? ไม่ได้เลย เพราะต้องเป็นไปตามความเข้าใจ เพราะฉะนั้นเพียงเข้าใจว่าไม่มีเรา แต่ขณะนั้นเป็นเราที่เข้าใจว่าไม่มีเรา!!! หรือหมดความเป็นเราแล้ว?! ... ต้องละเอียด


ความคิดเห็น 2    โดย nattawan  วันที่ 15 ม.ค. 2569

ถ้าฟังธรรมะแล้วมีความเข้าใจมั่นคงในความเป็นอนัตตา จึงสามารถจะรู้แม้ขณะที่อกุศลธรรมเกิดขึ้น ไม่ใช่เรา ... ประโยชน์อยู่ตรงที่เข้าใจตามความเป็นจริงตั้งแต่คำแรก ... ไม่ใช่เราเพราะฉะนั้นไม่ใช่เราเมื่อไหร่ ... เมื่ออะไรปรากฏ!!

พระพุทธเจ้าทรงแสดงว่า ธรรมะที่ดีสามารถที่จะละธรรมะที่ไม่ดีได้ และก็ไม่มีเราเลย ถ้าเข้าใจจริงๆ ไม่เหลือวิสัยที่ปัญญาจะค่อยๆ น้อมประพฤติปฏิบัติตามจริงๆ แต่ความยากก็คือลืมเสมอว่าเป็นธรรมะ เพราะเป็นเราอยากด้วย ไม่พอใจเพราะไม่สมอยากด้วย แล้วก็สารพัดตัวตน เห็นเลยว่าต้นตอปัญหาของการที่ไม่สามารถประพฤติปฏิบัติตามธรรมะได้เพราะไม่เข้าใจว่าธรรมะเป็นอนัตตา

เพราะฉะนั้นความเข้าใจเป็นเพียงความเข้าใจจากการฟัง แต่ตัวธรรมะเดี๋ยวนี้เข้าใจตามที่ได้ฟังหรือเปล่า?!

เห็นถึงความเป็นตัวตนที่ฝังไว้ลึก ฟังธรรมะ เข้าใจธรรมะ ก็ประพฤติตามธรรมะ แล้วเราก็พูดว่าอนัตตาตลอดสาย แต่นี่ไม่อนัตตาเลยและไม่ตลอดสายด้วย เพราะความเป็นเราเกิดขึ้นตลอด ไม่ได้เป็นความเข้าใจในความไม่ใช่เราเลย แล้วใครที่ประพฤติตาม ... ก็ธรรมะที่เป็นกุศลต่างๆ มีหิริโอตตัปปะซึ่งละอายและเกรงกลัวต่อความไม่ดี ... จึงประพฤติดีไม่ใช่เราเพราะปัญญาที่เข้าใจถึงคุณของพระธรรม ... จึงนำไป ... ที่เป็นไปเช่นนั้นจึงประพฤติธรรม

มีศรัทธาเข้าไปฟังพระธรรม แต่มีการปรุงแต่งขึ้นจากคนที่ไม่สนใจที่จะเห็นพระอริยะเลย คือไม่สนใจที่จะเข้าใจความจริงเลย ก็ไม่มีทางเลย แต่คนที่แม้สนใจแล้วมีศรัทธาเข้าไปหาเข้าไปนั่งใกล้เข้าไปฟังแล้ว การปรุงแต่งของปัญญาก็ฟังแล้วไตร่ตรองแล้วเข้าใจขึ้นๆ จึงถึงขั้นปรุงแต่งปัญญาและความดีที่ไม่ใช่เรานั้นเป็นสภาพที่ประพฤติธรรมที่ไม่ใช่เรา อย่างไรๆ ก็ไม่ใช่เรา!!!


ความคิดเห็น 3    โดย nattawan  วันที่ 15 ม.ค. 2569

พระพุทธเจ้าทรงแสดงพระธรรมไว้เป็นอันมาก แต่เมื่อบุคคลได้ยินได้ฟังแล้วเข้าใจมากน้อยแค่ไหน!!

การคบสัตบุรุษ การฟังธรรมของสัตบุรุษ การพิจารณาใส่ใจโดยแยบคายและการปฎิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม คือ เหตุ 4 ประการให้ถึงความเป็นพระโสดาบันบุคคล

การได้ยินพระธรรมส่วนใดก็ตามเป็นความจริงเป็นประโยชน์ แม้แต่การละความชั่ว บางคนแค่ได้ยิน แต่เพียงฟังและไม่เข้าใจ ไม่เกิดกุศลที่จะเว้นทุจริต ยังมีการกระทำสิ่งที่ไม่ดีเป็นปกติ แม้ได้ยินได้ฟังแล้วแต่ไม่มีความเข้าใจเลย ยังประพฤติในสิ่งที่ไม่สมควรต่อไป แต่ถ้าบุคคลที่เริ่มเห็นประโยชน์มีกุศลเกิดขึ้นรู้ว่าไม่ดีและเป็นธรรมะแต่ละอย่าง ก็เป็นเหตุปัจจัยให้คุณความดีค่อยๆ เกิดขึ้นวิรัตงดเว้นความประพฤติที่ไม่ดี เป็นกุศลดังนั้น ไม่มีเราตั้งแต่คำแรกจนถึงคำสุดท้ายที่จะถึงความเป็นพระอรหันต์ต้องมีความเข้าใจที่ถูกต้อง ดังนั้นฟังพระธรรมจากผู้สงบแล้วพิจารณาด้วยความแยบคาย ด้วยความเข้าใจด้วยความเห็นที่ถูกต้อง มีหรือที่ความดีจะไม่เกิด?!

การประพฤติปฏิบัติตามต้องเป็นกุศลประการต่างๆ โดยเฉพาะปัญญาที่เกิดขึ้นจากการอบรมตั้งแต่การฟังการพิจารณา การไตร่ตรอง การที่จะมีเหตุให้ปัญญาค่อยๆ รู้ความเป็นจริงของสิ่งที่ปรากฏทีละน้อย ปัญญาทำกิจของปัญญา สติก็ทำกิจของสติศรัทธาก็ทำกิจของศรัทธา วิริยะก็ทำกิจของวิริยะ เหมือนอย่างในขณะนี้ที่ธรรมะก็กำลังทำกิจของธรรมะอยู่


ความคิดเห็น 4    โดย nattawan  วันที่ 15 ม.ค. 2569

เป็นผู้ประพฤติธรรมเป็นปกติ ... ต้องมีเหตุปัจจัย ... สั้นๆ เท่านี้เป็นคำตอบได้ไหม จะได้ไม่ง่วง

เหตุปัจจัยอะไรบ้างที่จะเป็นไปปรุงแต่งให้เป็นผู้ประพฤติธรรมเป็นปกติ ... ตั้งแต่เริ่มเข้าใจความจริงจนกระทั่งความดีทุกประการ สั้นๆ ยาวนักฟังแล้วก็ลืม

ขณะนี้ถ้าตื่นจริงๆ ต้องตื่นจากความไม่รู้ ขณะนี้ฟังไปแล้วก็ผ่าน ไม่ได้หลับก็จริง แต่ว่ายังไม่ตื่นเพราะไม่รู้ความจริงของสิ่งที่กำลังมีจริงๆ

จะสั้นจะยาว จะน้อยจะมาก ประโยชน์อยู่ที่เข้าใจ เพราะฉะนั้นจงฟัง จงใส่ใจให้ดี!!

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์ด้วยความเคารพยิ่ง

ยินดีในความดีของทุกท่านค่ะ


ความคิดเห็น 5    โดย chatchai.k  วันที่ 16 ม.ค. 2569

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์ ด้วยความเคารพยิ่ง

ยินดีในกุศลจิตครับ