ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ขออนุญาตแบ่งปันข้อความธรรม (ปันธรรม)
ที่ได้จากการฟังพระธรรมจากท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์
ในแต่ละครั้ง รวบรวมเป็นธรรมเตือนใจเพื่อศึกษา และพิจารณาร่วมกัน
เพื่อความเข้าใจธรรม (ปัญญ์ธรรม) ตามความเป็นจริง
ซึ่งเป็นข้อความที่สั้นบ้าง ยาวบ้าง แต่ก็มีอรรถที่สมบูรณ์
พอที่จะเข้าใจได้ควรค่าแก่การพิจารณาอย่างยิ่ง ดังนี้
ปันธรรม - ปัญญ์ธรรม ...
ครั้งที่ ๗๖๕
~
การศึกษาพระธรรมต้องระวังมาก การศึกษาพระวินัยมีประโยชน์ก็ได้
มีโทษก็ได้ การศึกษาพระสูตรมีประโยชน์ก็ได้ มีโทษก็ได้
การศึกษาพระอภิธรรม มีประโยชน์ก็ได้ มีโทษก็ได้
มีโทษถ้าไม่รู้ว่าศึกษาเพื่ออะไร ถ้าศึกษาเพียงจะเป็นผู้ที่รู้มาก
เพื่อใช้แสดงความรู้ความสามารถ
ขณะนั้นก็ไม่ใช่จุดประสงค์ที่แท้จริงที่พระผู้มีพระภาคทรงแสดงเพื่อให้ผู้ฟังเกิดปัญญาที่จะละกิเลส
ขัดเกลากิเลสของตนเอง เพราะฉะนั้น
ในเรื่องของการศึกษาก็เป็นเรื่องที่
ทุกท่านที่กำลังศึกษาจะต้องพิจารณาถึงประโยชน์หรือจุดมุ่งหมายของการศึกษาด้วย
(ที่มา : แนวทางเจริญวิปัสสนา
ครั้งที่ 1701)
~ เมื่อสิ้นสุดชีวิตของโลกนี้แล้ว ก็ยังไม่จบ
เพราะว่ากรรมที่ทำไว้ไม่ได้สูญหายไปไหน
ในเมื่อบุคคลนั้นยังไม่ใช่พระอรหันต์ตราบใด
ก็ยังต้องมีเหตุปัจจัยที่จะต้องเกิด
ขณะนี้ทุกคนพิสูจน์ได้ว่ามีโลกนี้ เพราะว่ากำลังอยู่ในโลกนี้
แต่เมื่อจากโลกนี้ไปสู่โลกอื่นก็จะพิสูจน์ได้อีกเหมือนกันว่าโลกอื่นก็มี
และเมื่อถึงนรกเมื่อไร ก็หมดสงสัยเรื่องนรก และถ้าถึงสวรรค์เมื่อไร
ก็หมดสงสัยเรื่องสวรรค์
ในเมื่อชาตินี้หมดสงสัยเพียงเรื่องโลกมนุษย์เท่านั้น
(ที่มา : แนวทางเจริญวิปัสสนา
ครั้งที่ 1714)
~ ในขณะที่กำลังโศก ลักษณะของความโศกดุจไฟเผาผลาญ
ขณะนั้นไม่มีความสุขเลย หรือดุจถูกแทงด้วยลูกศรอาบยาพิษ
ใครก็ตามที่กำลังโศกเศร้าจะมีความรู้สึกอย่างนี้จริงๆ
คนที่ทุกข์ใจมากๆ จะมีทุกข์กายติดตามมา
นอนไม่หลับกระสับกระส่ายและคิดมาก ปวดศีรษะ โรคภัยไข้เจ็บต่างๆ
จะติดตามมา รับประทานอาหารไม่ได้ ก็ยิ่งทำให้เพิ่มความทุกข์
เพราะว่าไม่ใช่แต่เฉพาะทุกข์ใจอย่างเดียว
ทุกข์กายก็จะติดตามมาด้วย
(ที่มา : แนวทางเจริญวิปัสสนา
ครั้งที่ 1728)
*** ~ ธรรมที่เป็นอกุศล ใครจะอยากเก็บไว้มากๆ แต่เพราะความไม่รู้
ด้วยความไม่รู้ก็สะสมโดยไม่เห็นโทษภัย***
(ที่มา :พื้นฐานพระอภิธรรม ตอนที่ 586)
~ ยิ่งรู้ว่าอกุศลมากเท่าใด
เกิดมาเพื่อที่จะขัดเกลากิเลส
โดยการที่ว่าถ้าไม่มีปัญญาก็ไม่สามารถที่จะขัดเกลาได้
และปัญญาเพียงเล็กน้อยก็ไม่สามารถที่จะละอกุศล
ซึ่งมีกำลังที่จะเกิดบ่อยมากกว่า ด้วยเหตุนี้จึงเข้าใจคำว่าบารมี
แม้เพียงเล็กน้อยนิดหน่อยก็สามารถที่จะลดปริมาณจำนวนของอกุศล
ซึ่งถ้ากุศลไม่เกิดก็เป็นอกุศล (ที่มา : ปกิณณกธรรม ตอนที่
959)
~ การฟังธรรมเพื่อละความติดข้องด้วยความไม่รู้ว่ามีเรา
มีสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่เที่ยงเพราะเหตุว่ากว่าจะรู้ความจริงว่าแต่ละอย่างที่มีในขณะนี้เกิดแล้วจึงมี
แต่อะไรทำให้เกิดขึ้น ไม่มีใครไปดลบันดาลให้เกิด
แต่ต้องมีปัจจัยที่แต่ละอย่างจะเกิดขึ้นจริงๆ ละเอียดมาก
(ที่มา : ปกิณณกธรรม ตอนที่
1941)
~ การศึกษาพระธรรม จะทำให้เป็นผู้ที่เข้าใจธรรมโดยละเอียด
โดยถูกต้อง แล้วก็เห็นกิเลสของตนเอง
แม้ใครจะชื่นชมโสมนัสสักเท่าไรก็ตาม
ผู้ที่ยังมีกิเลสก็รู้จักตนเองตามความเป็นจริงว่า ยังมีกิเลสอยู่
ไม่ได้หลงไปตามคำชมหรือสักการะหรือสรรเสริญ
เพราะเหตุว่ารู้ตามความเป็นจริงว่าขณะใดอกุศลจิตเกิด
ขณะใดกุศลจิตเกิด
นี่ก็เป็นการที่พระธรรมจะประคับประคองชีวิตของบุคคลที่เข้าใจพระธรรมและปฏิบัติตามพระธรรมให้ละคลายอกุศลได้
(ที่มา : แนวทางเจริญวิปัสสนา
ครั้งที่ 1784)
*** ~ ไม่ว่าจะเป็นขณะที่กำลังสูญเสียลาภ ยศ สรรเสริญ สุข
หรือว่าขณะที่กำลังได้ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข ก็ตาม เวลาที่ปัญญาเกิด
ขณะนั้นจะไม่มีความว้าเหว่ หรือไม่มีความเดือดร้อนใดๆ ***
(ที่มา : แนวทางเจริญวิปัสสนา
ครั้งที่ 1698)
~ เรื่องของการสูญเสีย ไม่มีใครประสงค์ให้เกิดขึ้นแน่นอน
ไม่ว่าจะเป็นการสูญเสียลาภ ยศ สรรเสริญ สุข หรืออวัยวะร่างกาย
แต่เมื่อมีการสูญเสียเกิดขึ้น
ซึ่งการสูญเสียนั้นก็ต้องเป็นผลของกรรม เมื่อเกิดขึ้นแล้ว
จิตควรที่จะเป็นกุศลหรือเป็นอกุศล?
(ที่มา : แนวทางเจริญวิปัสสนา
ครั้งที่ 1699)
~ มีเหตุการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นสำหรับผู้ที่กำลังโกรธ
โดยเหตุที่เขาคิดว่าสมควรที่จะโกรธ
เวลาที่กล่าวว่าความโกรธกำลังทำร้าย เขาก็หยุดโกรธไม่ได้
และขณะนั้นก็ไม่ได้ฟังด้วย ยังหาเหตุแสดงความสมควรที่จะต้องโกรธ
เล่าเรื่องที่จะต้องโกรธให้ฟังต่อไป
แสดงให้เห็นว่าแม้จะได้ฟังพระธรรมและก็รู้จักอกุศลว่าเป็นอกุศล
แต่ปัญญายังไม่ถึงขั้นที่จะละคลายกิเลสก็ไม่สามารถละคลายหรือดับกิเลสได้
(ที่มา : แนวทางเจริญวิปัสสนา
ครั้งที่ 1728)
*** ~ กำลังจะกระทำทุจริต ไม่ทำ งดเว้น เพราะหิริโอตตัปปะ
กำลังจะพูดคำที่ไม่จริง อาจจะล้อเล่น สนุกสนานหรืออะไรก็ได้
แต่ขณะนั้นเป็นอกุศลแล้ว เพราะฉะนั้นเมื่อมีหิริโอตตัปปะ ไม่พูด
เพราะฉะนั้น
ก็แสดงให้เห็นว่าคุ้มครองป้องกันจิตไม่ให้เป็นไปทางฝ่ายอกุศล***
(ที่มา : พื้นฐานพระอภิธรรม ตอนที่
880)
~ น่าอัศจรรย์กรรมไหม ทำได้ ทำให้ได้ยินเกิดได้
ใครก็ทำให้ได้ยินเกิดไม่ได้ แต่กรรมทำให้ได้ยินเกิดได้
ทำให้จิตได้กลิ่นเกิดได้ ทำให้จิตที่สามารถลิ้มรส รู้รสเกิดได้
ทำให้จิตสามารถจะรู้สิ่งที่กระทบกาย เย็นหรือร้อน อ่อนหรือแข็ง
ตึงหรือไหว ถ้าเป็นเรานี่เหมือนธรรมดา แต่ไม่ใช่เรา
เพราะเป็นธรรมที่อาศัยปัจจัยเกิดขึ้นไม่อยู่ในอำนาจบังคับบัญชา
ก็แสดงให้เห็นความน่าอัศจรรย์ยิ่งของธรรมซึ่งไม่ใช่เราและก็ไม่ใช่ใครเลย
และก็ไม่อยู่ในอำนาจบังคับบัญชาของใครด้วย
เมื่อไม่อยู่ในอำนาจบังคับบัญชา ใครจะแก้กรรมให้ใครได้
เป็นไปไม่ได้เลย
(ที่มา : ปกิณณกธรรม ตอนที่
1941)
~ ถ้าคนที่เราโกรธเป็นธรรมที่เกิดดับ โกรธอะไร เสียเวลาใช่ไหม
บังคับไม่ให้ธรรมนั้นเกิดก็ไม่ได้ ธรรมนั้นเกิดแล้วก็หมดไป
แล้วโกรธอะไร คนที่เราโกรธ เขาเป็นธรรมหรือไม่
ขณะนั้นมีอะไรที่ไม่เกิดดับบ้าง แล้วโกรธอะไร เพราะฉะนั้น
ต้องเป็นปัญญาตามระดับขั้นที่ไม่หลงลืมด้วย เพราะฉะนั้น
การที่เราฟังธรรมบ่อยๆ
ก็เพื่อให้ไม่ลืมสิ่งที่เป็นความจริงที่เราได้เริ่มเข้าใจแล้ว
แต่ว่าเริ่มเข้าใจแค่นั้นไม่พอ จนกว่าจะมีความมั่นคง
จนกระทั่งรู้แจ้งสภาพธรรมตามความเป็นจริง
(ที่มา : พื้นฐานพระอภิธรรม ตอนที่
920)
~ ถ้ามีการฟังธรรมจริงๆ โดยละเอียด ก็จะเป็นผู้ที่ได้สาระ
เพราะรู้ว่าสิ่งใดที่เป็นโทษสิ่งนั้นนำมาซึ่งทุกข์
เพราะฉะนั้นทุกข์ทั้งหลายที่เกิดขึ้นไม่มีใครทำเลย
แต่มีเหตุที่สมควรที่สภาพธรรมนั้นๆ จะเกิดก็ต้องเกิด ไม่เกิดไม่ได้
จนกว่าจะรู้ความจริงว่าเป็นธรรมทั้งหมดไม่ใช่เรา
ซึ่งก็คือปัญญาที่เป็นกุศล
ธรรมฝ่ายดีเพราะเหตุว่าไม่เป็นโทษเลย
(ที่มา : พื้นฐานพระอภิธรรม ตอนที่
930)
~ การรู้ความจริงของสิ่งที่มีจริง
ทำให้ละคลายความไม่รู้ เมื่อละคลายความไม่รู้
ความติดข้องในสิ่งที่ไม่รู้ก็น้อยลง
เพราะฉะนั้นเมื่อความติดข้องน้อยลง ความขุ่นเคืองใจก็ต้องน้อยลงด้วย
การกระทำใดๆ
ที่เป็นฝ่ายที่รุนแรงก็ลดน้อยลงตามลำดับเพราะมีความเข้าใจขึ้น
(ที่มา :พื้นฐานพระอภิธรรม ตอนที่
930)
~ ธรรมที่เป็นประโยชน์เป็นคุณไม่ให้โทษเลยก็คือ อโลภะ ค่อยๆ
เห็นแล้ว ถ้าไม่ติดข้อง ถ้าเป็นได้จริงๆ ทีละเล็กทีละน้อย
จะสบายสักเพียงใด ไม่เดือดร้อนที่จะต้องไปแสวงหา
ไม่เดือดร้อนเมื่อสิ่งนั้นพลัดพรากจากไป
เพราะเหตุว่าไม่มีความติดข้อง แต่แสนยาก
เพราะเหตุว่าติดข้องมานานแสนนาน
หนทางเดียวก็คือปัญญาความเห็นที่ถูกต้อง ค่อยๆ
เห็นตรงตามความเป็นจริง
(ที่มา : พื้นฐานพระอภิธรรม ตอนที่
930)
~ เขาไม่ดี เพราะเขาไม่รู้ เขาจึงทำ น่าเห็นใจไหม
ในความที่สะสมมาในความไม่รู้ที่ทำสิ่งที่เป็นโทษถึงอย่างนั้นได้
แล้วเราล่ะ? ถ้าประมาท วันหนึ่งจะไม่เป็นอย่างนั้นหรือ
วาจาบางครั้งก็พลั้งพลาดพูดคำที่ไม่น่าพูดเลย แม้เล็กน้อยนิดเดียว
แต่ทำให้คนอื่นสะเทือนใจหรือว่าน้อยใจหรือว่าขุ่นข้องใจแม้สักนิด
ควรทำไหม? เพราะฉะนั้น ความละเอียดของความเข้าใจธรรม
จะทำให้คนนั้นเริ่มมีปัญญาความเห็นที่ถูกต้องว่าสิ่งใดเป็นโทษ
ควรเว้น แต่จะเว้นได้มากน้อยแค่ไหน
แล้วแต่ความเข้าใจความจริงและการสะสมมา
(ที่มา : สนทนาเรื่อง ชาวพุทธกับการละทุจริต
ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ๑๐ พฤษภาคม
๒๕๖๖)
~ ทุกคนต้องการเพื่อน คือ คนที่เข้าใจ เห็นใจ หวังดี มีเมตตา
แล้วเราต้องการอย่างนั้นหรือเปล่า ถ้าเราต้องการอย่างนั้น
เขาต้องการไหมไม่ว่าเขาเป็นใคร พร้อมที่จะให้ได้ไหม ไม่ลำบากเลย
แค่หวังดี คิดดี
(ที่มา : สนทนาเรื่อง ชาวพุทธกับการละทุจริต
ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๖๖)
~ ถ้ามีความเข้าใจถูกในความไม่มีเราเลย คุณความดีต่างๆ
จะเพิ่มขึ้นไหม? มีความเมตตา หวังดี เป็นเพื่อน ไม่ว่าใครทั้งสิ้น
ไม่มีประมาณ ขณะนั้น
ใครก็ทำให้ไม่ได้นอกจากปัญญาที่เกิดขึ้นตามลำดับ
เห็นโทษของอกุศลความไม่ดีทั้งหลายทั้งปวง
(ที่มา : สนทนาธรรมที่โรงแรมหรรษา เจบี อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ๘ มีนาคม
๒๕๖๙ สนทนาธรรมเรื่อง ชีวิตคือธัมมะ
บ้านธัมมะภาคใต้ 6-8 มี.ค. 2569)
~ ขณะใดที่เป็นทุจริต ขณะนั้น
ไม่ได้นมัสการพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
(ที่มา
: ปัญหาธรรมของอาจารย์ มศพ. 14 เม.ย.
2569)
ขอเชิญคลิกอ่านย้อนหลังครั้งที่ผ่านมาได้ที่นี่ครับ
ปันธรรม - ปัญญ์ธรรม ... ครั้งที่
๗๖๔

... กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์
บริหารวนเขตต์
ที่เคารพยิ่ง
และยินดีในกุศลของทุกๆ ท่านครับ
...
กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์ด้วยความเคารพยิ่ง
ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ
~ การรู้ความจริงของสิ่งที่มีจริง
ทำให้ละคลายความไม่รู้ เมื่อละคลายความไม่รู้
ความติดข้องในสิ่งที่ไม่รู้ก็น้อยลง
เพราะฉะนั้นเมื่อความติดข้องน้อยลง ความขุ่นเคืองใจก็ต้องน้อยลงด้วย
การกระทำใดๆ
ที่เป็นฝ่ายที่รุนแรงก็ลดน้อยลงตามลำดับเพราะมีความเข้าใจขึ้น
(ที่มา :พื้นฐานพระอภิธรรม ตอนที่
930)
ประโยคที่เตือนใจ และปันธรรม
ทั้งหมดเป็นคำที่เตือนใจ
กราบอนุโมทนาค่ะ