
เริ่มตรงต่อความจริง ถ้าไม่ตรงจะไม่รู้จักพระพุทธเจ้า ... พระองค์ตรงต่อความจริงซึ่งคนอื่นไม่มีโอกาสจะรู้เลยว่า ความจริงเดี๋ยวนี้มีหรือเปล่าหรือว่าความจริงเดี๋ยวนี้คืออะไร??
การสนทนาธรรมจะเป็นเหตุให้เราได้ไตร่ตรองแต่ละคำ ซึ่งดูเหมือนธรรมดา แต่ว่าไม่รู้จักความจริงที่ลึกซึ้งอย่างยิ่ง เช่น เดี๋ยวนี้มีอะไรหรือเปล่า? ธรรมดาไหม? ใครจะตอบ? คิดถึงไปยาวไกล ลึกลงไปจนถึงเดี๋ยวนี้ชั่วหนึ่งขณะจึงจะเป็นเดี๋ยวนี้ แต่ว่าตามความเป็นจริงใครรู้บ้างที่จะตอบ?! ... รู้ความลึกซึ้งของสิ่งที่มีเดี๋ยวนี้จึงตอบได้!!
พระพุทธเจ้าตรัสถึงทุกอย่างไม่เว้นเลยรวมทั้งเดี๋ยวนี้ด้วย เพราะฉะนั้นถ้าไม่ฟังคำของพระองค์ ลองตอบสิลึกซึ้งไหม รู้จักเดี๋ยวนี้หรือเปล่า แล้วเดี๋ยวนี้มีอะไรหรือเปล่า?!!
เดี๋ยวนี้มีเพราะฉะนั้นต้องมีสิ่งที่มีเดี๋ยวนี้ และสิ่งที่มีเดี๋ยวนี้คืออะไร? ต้องไปอ่านตำราไหมหรือว่าต้องไปฟังใครที่ไหน ... ทำไมถามดูเหมือนไม่ยากเลยแต่ตอบยากไหม? ตรงไหมกับเดี๋ยวนี้ไม่ใช่ขณะอื่น ... เดี๋ยวนี้มีอะไร??
เป็นโอกาสที่จะได้รู้ความจริงที่ไม่เคยรู้ ... เดี๋ยวนี้มีอะไร ... มีสิ่งที่มีจริงๆ เดี๋ยวนี้มีเห็นเพราะกำลังเห็น!!
เดี๋ยวนี้มีเห็น ... ใครไม่รู้บ้าง? ทุกคนรู้มีเห็นเดี๋ยวนี้ แล้วเห็นเกิดหรือเปล่า?! ก่อนเห็นมีเห็นไหม? ... ไม่มี ... เมื่อเห็นเกิดขึ้นเห็นจริงจึงมีเห็น!!
ตั้งแต่เกิดจนตายทุกคำเป็นคำที่คนอื่นไม่สามารถที่จะรู้ความจริงได้จนกว่าพระพุทธเจ้าจะทรงแสดงความจริง ... อริยสัจจธรรม ... ธรรมะคือสิ่งที่มีจริงแน่นอน เดี๋ยวนี้ก็กำลังมี ... ตั้งแต่เกิดจนตายก็มีแต่ไม่มีใครรู้ว่าธรรมะที่มีจริงๆ นั้นคืออะไร ... สัจจะ ... ความจริงซึ่งทุกคนปฎิเสธไม่ได้ แต่ว่าความรู้ความเข้าใจสิ่งที่ได้ยินได้ฟังมีแค่ไหน?!
พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ทุกสิ่งที่มีจริงทุกคนคิดว่าต้องเป็นสิ่งที่น่าอัศจรรย์ยากมาก แต่ว่าความจริงคือสิ่งที่มีเดี๋ยวนี้นั่นเอง ที่น่าอัศจรรย์ ลึกซึ้งและอยากที่จะรู้
ไม่ต้องรีบร้อนไปไหนเลยเพราะต้องมั่นคงว่าสิ่งที่มีจริงๆ ... ธรรมะ ... ไม่พูดถึงสิ่งที่มีจริงเสียเวลา สิ่งที่มีจริงนี่แหละรู้หรือยัง??
พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้สิ่งที่มีจริงเดี๋ยวนี้ถึงที่สุดโดยประการทั้งปวง เป็นสิ่งที่เปลี่ยนไม่ได้ ไม่ว่าจะที่ไหนเมื่อไหร่เห็นเกิดขึ้นต้องเป็นเห็น เป็นอื่นไม่ได้เห็นเป็นได้ยินไม่ได้ เห็นเป็นคิดไม่ได้แต่ยิ่งกว่านั้นก็คือว่า เห็นมี เป็นอะไร ... เป็นเราหรือเปล่า?! เริ่มตรงต่อความเป็นจริง เดี๋ยวนี้เราเห็นหรือเปล่า ... ต้องตรง!! คนที่พยักหน้าตรงต่อความเป็นจริง เพราะไม่รู้ความจริงว่าเห็นไม่ใช่เรา!!
แค่นี้พระพุทธเจ้าเป็นผู้ที่ตรัสด้วยพระองค์เอง ตรงกันข้ามกับที่เราเห็น ... เมื่อวานนี้ก็เราเห็น ... เกิดมาก็เราเห็น ... สุนัขแมวก็เห็น แต่ไม่รู้ความจริงว่าเห็นเป็นอะไร!!!
เห็นสัจจะความจริงของเห็น เป็นอย่างอื่นไม่ได้เลย เห็นเป็นเห็น เชื่อไหม? เห็นเป็นเห็น เห็นเป็นอื่นไม่ได้ เห็นจะแข็ง หวาน เค็มได้ไหม? ไม่ได้เลย เห็นต้องเป็นอย่างเดียว เป็นได้ยินก็ไม่ได้เป็นคิดก็ไม่ได้ เห็นเป็นเห็น!!
เมื่อเห็นเป็นเห็นเท่านั้น เห็นจะเป็นเราเห็นได้ไหม?! เริ่มตรง นี่แหละคือธรรมะคือสิ่งที่มีจริง ซึ่งตลอดเวลาถ้าไม่ได้ฟังคำของพระพุทธเจ้า เป็นเราเห็น นกเห็น แมวเห็น แต่เพราะไม่รู้จักเห็น จึงเป็นเราเห็น
เพราะฉะนั้นแต่ละคำค่อยๆ ฟัง ค่อยๆ เป็นความรู้ความเข้าใจของตนเองไม่ใช่ให้เชื่อ แต่ให้ค่อยๆ พิจารณา
เชิญอ่านและชมเพิ่มเติม
ความจริง ที่ไม่เคยรู้!!
กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์ ด้วยความเคารพยิ่ง
ยินดีในกุศลจิตครับ