
[เล่มที่ 36] พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต เล่ม ๓ - หน้า 529
๑๐. มหานามสูตร
ว่าด้วยอนุสสติของพระอริยสาวก
พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ดูก่อนมหานามะ อริยสาวกผู้ได้บรรลุผล ทราบชัดพระศาสนาแล้ว ย่อมอยู่ด้วยวิหารธรรมนี้ เป็นส่วนมาก คือ อริยสาวก ในพระศาสนานี้ ย่อมระลึกถึงพระตถาคตเนืองๆ ว่า แม้เพราะเหตุนี้ๆ พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น เป็นพระอรหันต์ ตรัสรู้เองโดยชอบ ทรงถึงพร้อมด้วยวิชชา และจรณะ เสด็จไปดีแล้ว ทรงรู้แจ้งโลก เป็นสารถีฝึกบุรุษที่ควรฝึก ไม่มีผู้อื่นยิ่งกว่า เป็นศาสดาของเทวดา และมนุษย์ทั้งหลาย เป็นผู้เบิกบานแล้ว เป็นผู้จำแนกธรรม ดูก่อนมหานามะ สมัยใด อริยสาวก ย่อมระลึกถึงพระตถาคตเนืองๆ สมัยนั้น จิตของอริยสาวกนั้น ย่อมไม่ถูกราคะกลุ้มรุม ไม่ถูกโทสะกลุ้มรุม ไม่ถูกโมหะกลุ้มรุม ย่อมเป็นจิตดำเนินไปตรงทีเดียว ก็อริยสาวกผู้มีจิตดำเนินไปตรง เพราะปรารภพระตถาคต ย่อมได้ความรู้อรรถ ย่อมได้ความรู้ธรรม ย่อมได้ความปราโมทย์ อันประกอบด้วยธรรม
อ.วิชัย: ขอโอกาสร่วมสนทนากับท่านอาจารย์ จากการได้ฟังการสนทนาเมื่อสักครู่นี้ครับ ที่ อ.อรรณพ ได้เรียนสนทนากับท่านอาจารย์ ก็คือการที่ได้เห็นคุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงมีรายการนี้ เพราะธรรมเป็นสิ่งที่ลึกซึ้งแม้แต่ปริยัติธรรมก็ความที่พระองค์ได้ตรัสการที่จะไม่ประมาทการที่จะเห็นความลึกซึ้งของแต่ละคำนะครับ ก็ยังต้องรู้จริงๆ ด้วย ก็ยิ่งลึกซึ้งใหญ่เลยครับ
ซึ่งข้อความในปฐมมหานามสูตร ก็มีข้อความที่สืบเนื่องจากตรงนี้ครับ มีข้อความว่า ดูก่อน มหาบพิตร สมัยใด อริยสาวกระลึกถึงตถาคต สมัยนั้นจิตของอริยสาวกนั้นย่อมไม่ถึงราคะกลุ้มรุม ไม่ถูกโทสะกลุ้มรุม ไม่ถูกโมหะกลุ้มรุม สมัยนั้น จิตของอริยสาวกนั้นย่อมดำเนินไปตรง ดูก่อนมหาบพิตร อริยสาวกผู้มีจิตดำเนินไปตรงเพราะปรารภตถาคต ย่อมได้ความรู้อรรถ ย่อมได้ความรู้ธรรม ย่อมได้ความปราโมทย์ อันประกอบด้วยธรรม
ตรงนี้ครับท่านอาจารย์ครับ ตรงที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า อริยสาวกผู้มีจิตดำเนินไปตรงนี่ครับ เพราะมีการปรารภพระตถาคตครับ คือขอความละเอียดตรง จิตที่ดำเนินไปตรง เพราะปรารภพระตถาคตครับท่านอาจารย์
ท่านอาจารย์: พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่าอย่างไร ปรารภพระตถาคตหรือเปล่า?
อ.วิชัย: ก็เริ่มปรารภครับท่านอาจารย์ เริ่มเห็นคุณครับ
ท่านอาจารย์: ทุกคำ!! เห็นไหม ก็ปรารภ
อ.วิชัย: ที่จะตรงคืออย่างไรครับ ดำเนินไปตรงไม่นอกทางไม่เอนเอียงครับ
ท่านอาจารย์: ต้องไม่ลืม ปรารภพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่าอย่างไร!! ธรรมทั้งหมดใช่ไหม ไม่เว้น!! ไม่เว้นตรงไหม?
อ.วิชัย: ตรงครับท่านอาจารย์
ท่านอาจารย์: ตรงหรือยัง?
อ.วิชัย: ก็เริ่มตรงขึ้นทีละนิดครับ
ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น ตรงเมื่อไหร่ ไม่ตรงเมื่อไหร่ ก็รู้ใช่ไหม?
อ.วิชัย: เพราะระลึกถึงพระคุณนี่เองครับ แม้แต่ตรัสว่า ธรรม ก็ต้องตรงตั้งแต่คำแรกครับ
ท่านอาจารย์: อานาปานสติ สติเป็นธรรมที่เป็นอนัตตา ตรงไหม?
อ.วิชัย: อันนี้ตรงแน่นอนครับ
ท่านอาจารย์: เห็นไหม เพราะฉะนั้น ปรารภพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไม่คิดเอง ไม่ทำสิ่งที่ตรงกันข้ามกับที่พระองค์ตรัสไว้ เพราะพระองค์ทรงประจักษ์แจ้ง นี่คือปรารภพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทุกคำที่พระองค์ได้ตรัสแล้วผิดไม่ได้เลย ไม่มีใครจะเข้าใจคลาดเคลื่อนไปได้ถ้ารู้จักคุณของพระองค์ ทรงตรัสรู้
อ.วิชัย: ยิ่งฟังยิ่งอย่างที่ข้อความกล่าวครับท่านอาจารย์ เพียงรู้นิดๆ หน่อยๆ ย่อมมีความปราโมทย์ครับ ถึงแม้จะเล็กน้อย แต่ก็เห็นคุณอย่างยิ่งของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าครับ ถ้าไม่มีคำแต่ละคำที่พระองค์ตรัสก็ไม่รู้ และถ้าไม่ศึกษาโดยละเอียด การที่จะเป็นผู้ ตรงขึ้นๆ โดยอาศัยพระธรรมก็มีไม่ได้เลย ถ้าไม่ละเอียดครับท่านอาจารย์
ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น การสนทนาธรรม การศึกษาธรรม การไตร่ตรอง ก็เพราะเหตุว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่าอย่างไร? เห็นไหม ความคิดของแต่ละคนตรงไหมกับที่พระองค์ตรัส
อ.วิชัย: ก็ต้องอาศัยคำของพระองค์จึงจะรู้ได้ครับ
ท่านอาจารย์: ต้องเข้าใจถูกต้องเพราะลึกซึ้ง ไม่อย่างนั้นพระองค์จะทรงบำเพ็ญพระบารมีนานเท่าไหร่ถึงจะเป็นผู้ที่ทรงตรัสรู้ความจริงของสิ่งที่มีถึงที่สุดโดยประการทั้งปวง
เพราะฉะนั้น ไม่ว่าจะตรัสอย่างไร ที่ไหน ศึกษาในความละเอียดในความลึกซึ้ง นั่นจึงเป็นการปรารภคุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
อ.วิชัย: ครับ กราบขอบพระคุณครับท่านอาจารย์ครับ
ขอเชิญอ่านได้ที่ ..
๑๐. มหานามสูตร ว่าด้วยอนุสสติของพระอริยสาวก
กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ด้วยความเคารพยิ่งค่ะ
และกราบยินดีในกุศลจิตของ อ.วิชัย ด้วยค่ะ