
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
อดทนเป็นธรรมะ อดทนมีจริงๆ เป็นสภาพรู้ ไม่ต้องไปหาว่าชื่ออะไร วิริยะหรือขันติหรืออะไร เราไม่ได้รู้ความจริงว่าธรรมะเขามีลักษณะนั้น อดทนเป็นอดทน อดทนระดับไหนก็พูดไปสิแต่มันก็เป็นธรรมะที่ไม่ใช่เรา แทนที่จะไปใส่ชื่อ แต่ฟังเพื่อรู้ว่าเป็นธรรมะไม่ใช่เรา พูดถึงสิ่งที่มีจริงเป็นสภาพรู้ไม่ใช่เรา ... อันนี้เป็นหัวใจ เพราะเป็นธาตุรู้จึงไม่ใช่เรา!!
เข้าใจสภาพธรรมะที่มีจริงๆ ลักษณะก็มี แต่แทนที่เราจะเข้าใจว่าเป็นธรรมะนั้นไม่ใช่ธรรมะอื่น เราไปหาชื่อมาใส่ ... เพื่ออะไร?! เพราะคำไม่สามารถทำให้เราเข้าใจธรรมะ แต่ความเข้าใจธรรมะที่หลากหลาย อดทนแค่ไหน ... อดทนแค่จะไม่โกรธใช่ไหม ... อดทนไหมที่จะไม่ชอบ ... อีกระดับหนึ่งอดทนไหมที่จะไม่ติดข้อง เป็นปัญญาระดับไหน ... ฟันฝ่าอกุศลทั้งหลาย ... มันเยอะจริงๆ แต่ไม่มีอะไรเทียบเท่ากุศลแม้นิดเดียว!! ห่างไกลกันลิบ อกุศลแม้นิดเดียวก็แย่มากๆ ยิ่งเยอะๆ น่าสงสารจริงๆ สิ่งที่น่าสงสาร คนที่น่าสงสารก็คืออกุศล ไม่รู้ตัวว่าพิษร้ายแค่ไหน โทษแค่ไหน เพราะอกุศลต้องมาจากอวิชชา การไม่รู้จึงมีโน่นนี่นั่นแต่มันเกิดแล้วดับไม่มีอะไรเหลือ แต่มันสะสมแล้วแต่อะไรมากน้อยก็เป็นที่อาศัยให้เกิดขึ้น (นิสะยะ) ถ้ามีกำลังก็เป็นอุปนิสะยะ ที่คนไทยใช้คำว่าอุปนิสัย
ความโง่อวิชชาระดับไหนเป็นสิ่งหนึ่งสิ่งใดตลอดเวลา ถ้าเป็นวิชชาเขารู้ความจริง ... ไม่มีใคร โง่มากเพราะไม่รู้ ... โง่มากเพราะไม่มีใคร จนกว่าจะไม่เหลือ จนกว่าจะเข้าใจคำของพระพุทธเจ้า ไม่เดือดร้อน จนกว่าปัญญาจะค่อยๆ รู้ เพราะฉะนั้นอกุศลธรรมทั้งหมดละไม่ได้ถ้ายังมีความเป็นเรา ... อดทนแค่ไหน ... เพียรแค่ไหนที่จะไม่พักและไม่เพียรทำสิ่งที่คิดว่าจะไม่โกรธ พยายามไม่โกรธ แต่เราไม่เอาออกเลย
พระธรรมเป็นที่พึ่ง ... พึ่งให้รู้ความจริงพึ่งให้เข้าใจสิ่งที่กำลังมีที่ลึกซึ้งยากแต่เข้าใจได้ จนกระทั่งอดทนที่จะเริ่มเข้าใจขึ้น ฟังแต่ละคำ (45 พรรษา) เป็นสิ่งที่มีจริงทั้งนั้นให้เข้าใจขึ้น กว่าจะสะสมเป็นบารมี กว่าจะครบถ้วนถึงเวลาที่จะรู้ความจริง ขอเพียงฟังแล้วเห็นประโยชน์ของความลึกซึ้ง นั่นคือเริ่มเข้าใจธรรมะ
กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์ด้วยความเคารพยิ่ง
ยินดีในความดีของทุกท่านค่ะ
กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์ ด้วยความเคารพยิ่ง
ยินดีในกุศลจิตครับ