พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้า 497
๑๐. ฉัปปาณสูตร (นำมาเพียงบางส่วน) ... [๓๔๗]
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อสังวรเป็นอย่างไร. ภิกษุในธรรมวินัยนี้
เห็นรูปด้วยจักษุแล้ว ย่อมน้อมใจไปในรูปอันน่ารัก
ย่อมขัดเคืองในรูปอันไม่น่ารัก ย่อมไม่เป็นผู้เข้าไปตั้งกายสติไว้
มีใจมีประมาณน้อยอยู่ และย่อมไม่รู้ชัดชึ่งเจโตวิมุตติ
ปัญญาวิมุตติอันเป็นที่ดับไปไม่เหลือ แห่ง
อกุศลธรรมอันลามกเหล่านั้น อันบังเกิดขึ้นแล้วแก่เธอ
ตามความเป็นจริง ... [๓๔๘] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
เปรียบเหมือนบุรุษจับสัตว์ ๖ ชนิดซึ่งมีอารมณ์ต่างกัน มีโคจร
(ที่หากิน) ต่างกัน แล้วผูกด้วยเชือกที่เหนียวคือ จับงู จระเข้ นก
สุนัขบ้าน สุนัขจิ้งจอก ลิง
แล้วผูกด้วยเชือกที่เหนียวครั้นแล้วพึงขมวดปมรวมกันไว้ตรงกลางปล่อยไป.
ภิกษุทั้งหลาย ทีนั้นแลสัตว์ ๖ ชนิดซึ่งมีอารมณ์ต่างกัน
มีโคจรต่างกันเหล่านั้น พึงดึงกันและกันเข้าหาเหยื่อและอารมณ์ของตนๆ
...
ข้อความบางตอนจากอรรถกถามีว่า ... พระผู้มีพระภาคเจ้า
ทรงนำอุปมานี้เปรียบเทียบด้วยสิ่งที่จะ พึงเห็นสมกัน
หรือด้วยสามารถแสดงให้เห็นความต่างกันแห่งอายตนะทั้งหลาย.
ในสองอย่างนั้น เมื่อว่าด้วยสิ่งที่เห็นสมกันก่อน
กิจแห่งอัปปนาจะไม่มีอีก แผนกหนึ่งต่างหาก ส่วนในบาลีเท่านั้น
จึงจัดเป็นอัปปนา.แต่เมื่อว่า
โดยการแสดงให้เห็นความต่างกันแห่งอายตนะ จึงเป็นอัปปนาดังนี้.
ธรรมดาว่างูนี้ ไม่ชอบอยู่ในที่เย็นและที่เตียน ในภายนอก ...