ฟังทุกคำ ตรงต่อคำจริงทุกคำ
โดย เมตตา  10 มี.ค. 2569
หัวข้อหมายเลข 52098

อ.ณภัทร: บ่อยครั้งก็ได้ยินท่านอาจารย์กล่าวพระธรรมแล้วเตือนอยู่เสมอครับว่า ความเป็นผู้ละเอียด ดังนั้น ความละเอียดในสิ่งที่มีจริงในชีวิตประจำวันนี่ครับ จะมีความละเอียดอย่างไรครับท่านอาจารย์ แล้วก็จะค่อยๆ ละเอียดขึ้นได้ด้วยอะไรครับ

ท่านอาจารย์: เห็นมีไหม?

อ.ณภัทร: เห็นมีครับ

ท่านอาจารย์: เกิดหรือเปล่า?

อ.ณภัทร: เกิดหรือเปล่า?

ท่านอาจารย์: ดับหรือเปล่า?

อ.ณภัทร: ดับครับ

ท่านอาจารย์: รู้ได้ไหม?

อ.ณภัทร: รู้ได้ในขั้นการฟังครับ

ท่านอาจารย์: ถามว่า รู้ได้ไหม? แค่ขั้ยการฟังเท่านั้นหรือ? รู้ความจริงจนประจักษ์แจ้งได้ไหม?

อ.ณภัทร: ได้ครับ

ท่านอาจารย์: แน่นอนใช่ไหม?

อ.ณภัทร: เพราะว่ามีผู้ที่ประจักษ์ครับ

ท่านอาจารย์: ยังสงสัยอะไร?

อ.ณภัทร: คือความละเอียดครับ

ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น เดี๋ยวนี้ เห็นมี เป็นอะไร? ความจริงของเห็นคืออะไร?

อ.ณภัทร: ความจริงของเห็นก็เป็นสภาพธรรมะอย่างหนึ่งที่เป็นสภาพรู้ครับท่านอาจารย์

ท่านอาจารย์: รู้หรือยัง?

อ.ณภัทร: รู้ครับ รู้จากการได้ยินได้ฟัง แล้วก็การพิจารณาครับ

ท่านอาจารย์: ยังไม่ใช่การรู้จริงโดยการประจักษ์แจ้งใช่ไหม?

อ.ณภัทร: ใช่ครับ

ท่านอาจารย์: ละเอียดไหม กว่าจะถึงระดับนั้น?

อ.ณภัทร: ละเอียดครับ

ท่านอาจารย์: เพียงแค่นี้ไม่มีทางที่จะถึงได้เลย รู้เพียงแค่นี้!!

อ.ณภัทร: ครับ แล้วความที่จะเป็นผู้ที่ ละเอียดขึ้นๆ อย่างที่ท่านอาจารย์ได้กล่าวเสมอครับ จะละเอียดขึ้นได้โดยอาศัยอะไรครับ

ท่านอาจารย์: ฟังทุกคำ ตรงต่อความจริงคำจริงทุกคำ

อ.ณภัทร: ครับ ตรงต่อความจริงทุกคำ ขอความละเอียดด้วยครับ

ท่านอาจารย์: สภาพรู้คืออะไร?

อ.ณภัทร: สภาพรู้ ก็คือรู้ในสิ่งที่กำลังมีกำลังปรากฏครับ

ท่านอาจารย์: เดี๋ยวนี้มีสภาพรู้ไหม?

อ.ณภัทร: มีครับ

ท่านอาจารย์: รู้อะไร?

อ.ณภัทร: รู้เสียงครับ

ท่านอาจารย์: ดับไหม?

อ.ณภัทร: ดับครับ

ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น รู้หรือยัง?

อ.ณภัทร: เพียงเริ่มที่จะรู้ครับ แต่ยังน้อยครับ

ท่านอาจารย์: เพียงเท่านี้ละเอียดหรือยัง?

อ.ณภัทร: ยังไม่ละเอียดครับ

ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น ถ้าไม่ละเอียดจะรู้ไหมว่า ไม่ใช่เรา เพราะอะไร? สภาพรู้มีกี่อย่าง อะไรบ้าง เกิดขึ้นเพราะอะไร? ต่างกันอย่างไรขณะนี้แม้ขณะที่กำลังเห็น?

อ.ณภัทร: ครับ ดังนั้น การที่จะรู้ละเอียดขึ้นก็ต้องอาศัยความเข้าใจที่ได้จากการฟังใช่ไหมครับ

ท่านอาจารย์: ฟังอะไรล่ะ?

อ.ณภัทร: ฟังสิ่งที่พระองค์ทรงแสดงในเรื่องสิ่งที่มีจริงครับ

ท่านอาจารย์: แต่ละคำกว่าจะได้ตรัส เพราะตรัสรู้แล้วยากแค่ไหน?

อ.ณภัทร: ยาก คือไม่ใช่ฐานะที่เราจะรู้ได้เลยถ้าไม่อาศัยคำของพระองค์ครับ

ท่านอาจารย์: ยากที่สุด จนกระทั่งต้องค่อยๆ เข้าใจขึ้นทีละเล็กทีละน้อยโดยไม่หวังอะไรทั้งสิ้น จึงจะเป็นอนัตตา ทั้งละเอียดทั้งลึกซึ้ง

อ.ณภัทร: ครับ อย่างที่เมื่อกี้ท่านอาจารย์ก็ได้กล่าวว่า จากที่ไม่เคยละเอียด กิเลสเกิดขึ้นก็ไม่รู้ว่ามีกิเลส แต่เมื่อได้ฟังพระธรรม มีความเข้าใจเพิ่มขึ้น เมื่อกิเลสมีก็รู้ว่ามีกิเลส ตรงนี้จะมีความละเอียดขึ้นอย่างไรครับท่านอาจารย์

ท่านอาจารย์: รู้เพียงแค่ชื่อใช่ไหม?

อ.ณภัทร: ถ้าแค่ชื่อก็ยังไม่ละเอียดครับ

ท่านอาจารย์: ค่ะ เพราะฉะนั้น แค่ชื่อ!!

อ.ณภัทร: ครับ แล้วจะละเอียดขึ้นคืออย่างไรครับ

ท่านอาจารย์: ไม่ใช่แค่ชื่อ ละเอียดไหม?

อ.ณภัทร: เริ่มที่จะละเอียดขึ้นครับ

ท่านอาจารย์: นั่นแหละ จนกว่าจะไม่ใช่แค่ชื่อ ตัวจริง ไม่ต้องมีชื่อเลย

อ.ณภัทร: ครับ ตัวจริงไม่ต้องมีชื่อเลย เพราะฉะนั้น การที่ละเอียดก็หมายถึงปัญญาที่เริ่มที่จะรู้ตามความเป็นจริง ละเอียดขึ้นๆ อย่างนั้นใช่ไหมครับ

ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น ปัญญาคืออะไร?

อ.ณภัทร: ปัญญาเป็นความเข้าใจที่เข้าใจถูกตามความเป็นจริงครับ

ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น ต้องเริ่มตั้งแต่ฟังใช่ไหม?

อ.ณภัทร: ใช่ครับ

ท่านอาจารย์: ฟังเรื่องอะไร?

อ.ณภัทร: ฟังเรื่องเห็น เรื่องได้ยิน

ท่านอาจารย์: ฟังเรื่องสิ่งที่กำลังมีทุกขณะตั้งแต่เกิดจนตายรู้หรือเปล่า?

อ.ณภัทร: ถ้าไม่ได้ฟังก็ไม่ได้คิดถึงหรือนึกถึงเลยครับ

ท่านอาจารย์: ไม่คิดถึง ละเอียดไหม?

อ.ณภัทร: ไม่ละเอียดครับ

ท่านอาจารย์: รู้แล้วใช่ไหมว่า ตอนนี้ละเอียดหรือเปล่า?

อ.ณภัทร: พอที่จะ เริ่มที่จะพอรู้ครับว่า ก็ต้องเป็นปัญญาที่ค่อยๆ เข้าใจ ถูกขึ้นๆ ครับ

ท่านอาจารย์: พอหรือยัง?

อ.ณภัทร: ไม่พอแน่นอนครับ

ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น ก็ค่อยๆ เห็นความละเอียดของธรรมะ

อ.ณภัทร: ครับ ดังนั้น การที่แต่ละบุคคลจะมีความละเอียดขึ้นก็ต้องเป็นตามการสะสมด้วยส่วนหนึ่งใช่ไหมครับ

ท่านอาจารย์: และ เห็นประโยชน์อย่างยิ่ง และความลึกซึ้งอย่างยิ่งของแต่ละคำที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสถึงสิ่งที่กำลังมีทุกอย่างเดี๋ยวนี้ ไม่เว้นเลย

อ.ณภัทร: แม้ได้ฟังว่า รูปเป็นสภาพที่ไม่รู้อะไรเลยครับท่านอาจารย์ จะมีความละเอียดอย่างไรในปัญญาที่รู้ในความเป็นรูป

ท่านอาจารย์: เดี๋ยวนี้มีรูปไหม?

อ.ณภัทร: เดี๋ยวนี้มีรูปครับ

ท่านอาจารย์: ตรงไหน?

อ.ณภัทร: เสียงที่กำลังปรากฏขณะนี้ครับ

ท่านอาจารย์: ค่ะ ละเอียดอย่างไร?

อ.ณภัทร: ตรงนี้ครับที่อยากที่จะให้ท่านอาจารย์ได้กล่าวถึงความละเอียดว่า จะมีความละเอียดอย่างไรครับ

ท่านอาจารย์: เกิดแล้วดับ

อ.ณภัทร: ครับ

ท่านอาจารย์: รู้แล้วหรือยัง?

อ.ณภัทร: เกิดแล้วดับก็เป็นขั้นที่พิจารณาตามครับ

ท่านอาจารย์: ใครพิจารณา?

อ.ณภัทร: ตรงนี้ที่จะเป็นความละเอียดเพิ่มขึ้นอีกว่า ไม่ใช่เราพิจารณา

ท่านอาจารย์: แน่นอน ค่อยๆ ละเอียดขึ้น

อ.ณภัทร: ครับ ค่อยๆ ละเอียดขึ้น ดังนั้น ความละเอียดจริงๆ ครับท่านอาจารย์ ก็ต้องมาจากการได้ยินได้ฟังพระธรรม

ท่านอาจารย์: ถูกต้องไหม?

อ.ณภัทร: ใช่เลยครับ เพราะว่า ถ้าไม่ได้ยินไม่ได้ฟัง ไม่มีอะไรที่จะเป็นปัจจัยให้คิดพิจารณาได้ถูกต้องครับ

ท่านอาจารย์: ฟังคำสองคำ พอไหม?

อ.ณภัทร: ไม่พอแน่นอนครับ ก็เห็นถึงพระปัญญาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในความละเอียดจริงๆ ครับ พอเริ่มที่จะเข้าใจก็พอที่จะเห็นถึงพระคุณ พระปัญญาคุณ พระบริสุทธฺคุณ และพระมหากรุณาคุณที่ได้ทรงแสดงพระธรรมจริงๆ ครับ

ท่านอาจารย์: อริยสัจจะรอบที่ ๑ แล้วยัง?

อ.ณภัทร: เพียงเริ่มต้นครับ แต่ก็ไม่หลงทางที่จะไปทำอย่างอื่น เพราะว่าเข้าใจหนทางว่า หนทางที่จะขัดเกลากิเลสคืออย่างไรที่จะไปสู่ความหมดกิเลสคืออย่างไรครับท่านอาจารย์ครับ แต่ก็ไม่ใช่เป็นสิ่งที่จะเกิดขึ้นโดยง่านถ้าไม่ฟังพระธรรมเลยครับ ท่านอาจารย์จะเพิ่มเติมอะไรไหมครับ

ท่านอาจารย์: ก็เริ่มรู้ความละเอียดแล้วไงค่ะ

อ.ณภัทร: ครับ คือฟังพระธรรมแล้วก็พิจารณาไป บางครั้งการพิจารณาก็มีความเป็นตัวเราที่เข้ามาพิจารณา แต่อย่างที่ท่านอาจารย์ก็กล่าวเตือนว่า "ใครพิจารณา" ก็เป็นคำเตือนให้รู้ว่า แม้การพิจารณาก็มีจริง แต่ไม่ใช่เราที่เคยยึดถือว่าเป็นเราพิจารณาครับ

ท่านอาจารย์: เป็นเราทั้งวันใช่ไหม?

อ.ณภัทร: เป็นเราทั้งวัน แล้วก็เป็นเรามานานด้วยครับ

ท่านอาจารย์: ค่อยๆ ละเอียดขึ้นใช่ไหม เป็นทั้งวันเลย เรา 

อ.ณภัทร: ใช่ครับ ค่อยๆ รู้ว่า ความไม่ใช่เราคืออย่างไร และความเป็นเราคืออย่างไรครับ

ท่านอาจารย์: พอแล้วยัง?

อ.ณภัทร: โห! ไม่พอครับ ต้องอบรมอีกยาวนานมากครับ

ท่านอาจารย์: ก็ต้องเป็นคำตอบของตัวเอง

อ.ณภัทร: ครับ ก็ต้องเป็นผู้ที่สะสมอุปนิสัยอย่างที่ท่านอาจารย์ได้กล่าวว่า ก่อนหน้านั้นอาจเป็นผู้ที่ไม่ละเอียดเลย แต่เมื่อได้ยินได้ฟังมีความเข้าใจ ก็เริ่มที่จะเป็นผู้ที่ ละเอียดขึ้นๆ ก็กราบเท้าขอบพระคุณท่านอาจารย์เป็นอย่างยิ่งครับ

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ด้วยความเคารพยิ่งค่ะ

และกราบยินดีในกุศลจิตของ อ.ณภัทร ด้วยค่ะ



ความคิดเห็น 1    โดย chatchai.k  วันที่ 11 มี.ค. 2569

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์ ด้วยความเคารพยิ่ง

ยินดีในกุศลจิตครับ