เรียนถามผู้รู้
โดย saree  4 ก.ย. 2555
หัวข้อหมายเลข 21670

มีพุทธวจนะที่กล่าวว่าชีวิตฆราวาสนั้นเปรียบเหมือนยืนอยู่บนปากเหวหรือเปล่าครับ

เหมือนเคยได้ยินมาครับ ถ้ามีเป็นอย่างไรที่ว่าเหมือนเดินอยู่บนปากเหว



ความคิดเห็น 1    โดย paderm  วันที่ 6 ก.ย. 2555

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

จากที่กล่าวว่า ชีวิตของฆราวาส เปรียบเหมือนการยืนอยู่บนปากเหว ยังไม่พบข้อความนี้ในพระไตรปิฎก พบแต่ข้อความที่ว่า ฆราวาสเป็นที่คับแคบ เป็นทางมาแห่งกิเลสเพียงดังธุลี บรรพชาเป็นโอกาสอันปลอดโปร่ง การที่ผู้อยู่ครองเรือนจะประพฤติพรหมจรรย์ให้บริบูรณ์โดยส่วนเดียว ดุจสังข์ที่ขัดแล้วนี้ หาเป็นกิจอันใครๆ กระทำได้โดยง่ายไม่

ส่วนการที่ตกอยู่ในเหว นั้น พระองค์ไม่ได้จำกัดว่าเป็นเพศใด จะบรรพชิต หรือ คฤหัสถ์ แต่ สัตว์โลกทั้งหมด ที่เต็มไปด้วยกิเลส ยังต้องเวียนว่ายตายเกิด ย่อมตกอยู่ในเหว (ปปาตะ) เหว คือ ความเกิด แก่ เจ็บ ตาย และ ตกอยู่ในเหว คือ คติ ๕ มีการเกิดในภพภูมิต่างๆ เพราะ ไม่สามารถขึ้นจากเหวได้ เพราะ ไม่เห็นอริยสัจจะ ไม่เห็นสภาพธรรมตามความเป็นจริง จึงต้องเวียนว่ายตายเกิด ในภพภูมิต่างๆ ตกอยู่ในเหวลึก ยากที่จะขึ้นได้ เพราะฉะนั้น ทุกคนที่ยังเต็มไปด้วยกิเลส ไม่ว่า บรรพชิต หรือ คฤหัสถ์ ล้วนตกอยู่ในเหวลึก คือ ต้องเกิด แก่ เจ็บ ตาย และเกิดในภพภูมิต่างๆ ไม่มีที่สิ้นสุด ครับ

ที่สำคัญ ยังมีเหวที่น่ากลัวและลึก คือ เหว คือ อวิชชา เพราะ มีอวิชชา จึงทำให้ต้องเวียนว่ายตายเกิด ประสบทุกข์มากมาย ตกอยู่ในเหว คือ ความไม่รู้ แต่ไม่รู้เลยว่าเป็นเหว และ กำลังตกเหวอยู่แม้ในขณะนี้ ไม่ใช่เพียงยืนอยู่ปากเหว แต่ตกลงไปในเหวลึกแล้ว ขณะที่อกุศลเกิด ที่ประกอบด้วยอวิชชา เป็นเหวที่ไม่สามารถขึ้นได้ ตราบใดที่ไม่มีปัญญา

เพราะฉะนั้น การจะขึ้นจากเหวลึก คือ อวิชชา ก็ด้วยการฟังพระธรรม ศึกษาพระธรรม อบรมปัญญา ก็จะค่อยๆ ขึ้นจากเหวลึก ทีละน้อย เมื่อปัญญาเจริญขึ้นทีละน้อย และ ไม่ปล่อยมือจากพระธรรม คือ เป็นผู้ไม่ประมาทในกาเรจริญกุศล อบรมปัญญา เนืองๆ เพราะ หากเป็นผู้ประมาท ย่อมจะปล่อยเชือก คือ พระธรรมให้หลุดตกลงไปใน เหว อวิชชาที่ลึกสุดประมาณมากยิ่งขึ้น ครับ

เหว จึงไม่พ้นจากขณะนี้ ที่ มีอกุศล มี อวิชชา ความไม่รู้เกิดขึ้น ปัญญาเท่านั้นที่จะทำให้พ้นจากเหว คือ อวิชชา และ ความเกิด แก่ เจ็บ ตายและการเวียนว่ายตายเกิด

เชิญอ่านคำบรรยายท่านอาจารย์ สุจินต์ เรื่อง มือที่จับเชือก และ เหว

"ถ้าจะอุปมา ... ภพภูมิข้างหน้าเป็นอบายภูมิ พระธรรมและกุศลทั้งหลายในชาตินี้ เปรียบเหมือนเชือกที่ทุกท่านกำลังจับอยู่ที่จะไม่ปล่อยให้ตัวเองตกลงไปสู่อบายภูมิ แต่ถ้า กำลังในการจับเชือกนั้นอ่อนลงจนกระทั่งปล่อยมือจากพระธรรม นั่นเป็นการแน่นอนที่จะไม่มีทางรู้แจ้งอริยสัจจธรรม และอกุศลกรรมที่ได้กระทำแล้วก็มีโอกาสที่จะทำให้ตกไปสู่อบายภูมิได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตกไปสู่เหวของอวิชชา ซึ่งยากแสนยากที่จะขึ้นมาได้ เพราะเป็นเหวลึก”

เชิญคลิกอ่านเพิ่มเติมที่นี่ ครับ

ปปาตสูตร ... วันเสาร์ที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๕๔

ตกเหว [ตอนที่ ๑ ... ที่ยังสัตว์ให้แล่นไปในสังสารวัฏฏ์]

ตกเหว [ตอนที่ ๒ ... ความติดข้องก็คือเหว]

ตกเหว [ตอนที่ ๓ จบ ... เหวที่ลึกที่สุดคืออวิชชา]

ฝันในเหวลึก

เชิญคลิกฟังคำบรรยายจากท่านอ.สุจินต์เรื่อง ...

มือที่จับเชือก

ขออนุโมทนาที่ร่วมสนทนา


ความคิดเห็น 2    โดย khampan.a  วันที่ 6 ก.ย. 2555

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ไม่ว่าจะเป็นเพศใด วัยใด ก็จะเป็นผู้ประมาทไม่ได้เลยทีเดียว กิเลสที่มีมาก สะสมมากขึ้นๆ ทุกวัน ก็จะมีกำลังที่จะทำให้เกิดกายทุจริต วจีทุจริต และมโนทุจริต ที่จะเป็นเหตุนำไปสู่อบายภูมิได้ โดยที่ไม่มีใครทำให้เลย เพราะเหตุว่ากิเลสยังไม่ได้ดับหมดไป นั่นเอง กิเลสมีมาก แต่กุศลธรรมซึ่งเป็นธรรมฝ่ายดี มีน้อย ด้วยเหตุนี้ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงได้ตรัสเตือนเพื่อให้พุทธบริษัทเป็นผู้ตั้งอยู่ในความไม่ประมาทอยู่เสมอ

ตามความเป็นจริงแล้ว ไม่ว่าจะเกิดในภพใด ก็ยังไม่พ้นจากเหว เพราะยังไม่พ้นไปจากสังสารวัฏฏ์ ยังไม่พ้นไปจากการเวียนว่ายตาย เกิด ไม่พ้นจากทุกข์โดยประการทั้งปวง ดังนั้น จึงอยู่ที่แต่ละบุคคลว่า จะอยู่ในเหวต่อไป หรือ จะพยายายามไต่ขึ้นจากเหว ด้วยหนทางที่ถูกต้อง นั่นก็คือ การอบรมเจริญปัญญา ครับ.

...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่านครับ...


ความคิดเห็น 3    โดย wannee.s  วันที่ 7 ก.ย. 2555

ชีวิตเปรียบเหมือนแม่น้ำที่ไหลลงจากภูเขา คือมีแต่จะไหลลงไปถ่ายเดียว ไม่ย้อนกลับ ชีวิตเปรียบเหมือนโคที่ถูกนำไปสู่ที่ฆ่า ชีวิตเปรียบเหมือนรอยขีดในน้ำที่จรดเข้าหากันอย่างรวดเร็ว เหมือนชีวิตที่สั้น นิดหน่อย ค่ะ


ความคิดเห็น 4    โดย nong  วันที่ 8 ก.ย. 2555

ขออนุโมทนาค่ะ