อานันทเถรคาถา ว่าด้วยความเป็นผู้ทรงธรรม
โดย chatchai.k  3 ม.ค. 2564
หัวข้อหมายเลข 33526

[เล่มที่ 53] พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา เล่ม ๒ ภาค ๓ ตอน ๔- หนาที่ 300 - 304

๓. อานันทเถรคาถา

วาดวยความเปนผูทรงธรรม

[๓๙๗] บัณฑิต ไมควรทําตนใหเปนมิตรสหายกับคนที่ชอบ สอเสียด มักโกรธ ตระหนี่ และผูปรารถนาใหผูอื่นพินาศ เพราะการสมาคมกับคนชั่ว เปนความลามก แตบัณฑิต ควรทําตนใหเปนมิตรสหายกับคนผูมีศรัทธา มีศีลนารัก มีปญญา และเปนคนไดสดับเลาเรียนมามาก เพราะการ สมาคมกับคนดี ยอมมีแตความเจริญอยางเดียว เชิญดู รางกายอันมีกระดูก ๓๐๐ ทอน ซึ่งมีเอ็นใหญนอยผูกขึ้น เปนโครงตั้งไว อันบุญกรรมตบแตงใหวิจิตร มีแผลทั่ว ทุกแหง กระสับกระสาย คนโงเขลาพากันดําริเปนอันมาก ไมมีความยั่งยืนตั้งมั่น พระอานนทเถระผูโคดมโคตรเปน ผูไดสดับมามาก มีถอยคําไพเราะ เปนผูอุปฏฐากพระ- พุทธเจา ปลงภาระลงแลว บรรลุอรหัต สําเร็จการนอน

พระอานนทเถระสิ้นอาสวะแลว ปราศจากกิเลสเครื่อง เกาะเกี่ยวแลว ลวงธรรมเปนเครื่องของแลว ดับสนิท ถึงฝงแหงชาติและชรา ทรงไวแตรางกายอันมีในที่สุด ธรรมทั้งหลายของพระพุทธเจา ผูเปนเผาพันธุแหง พระอาทิตย ตั้งอยูแลวในบุคคลใด บุคคลนั้นคือ พระอานนทเถระผูโคตมะ ชื่อวายอมตั้งอยูในมรรคเปนทาง ไปสูนิพพาน พระอานนทเถระไดเรียนธรรมจากพระพุทธเจามา ๘๒,๐๐๐ ธรรมขันธ ไดเรียนมาจากสํานักภิกษุ มีพระธรรมเสนาบดีเปนตน ๒,๐๐๐ ธรรมขันธ จึงรวมเปน ธรรมที่คลองปากขึ้นใจ ๘๔,๐๐๐ ธรรมขันธ คนที่เปนชาย มีการศึกษาเลาเรียนมานอย ยอมแกเปลา เหมือนกับโค ที่มีกําลังแตเขาไมไดใชงานฉะนั้น เนื้อยอมเจริญแกเขา ปญญาไมเจริญแกเขา

ผูใดเลาเรียนมามาก ดูหมิ่นผู ที่ศึกษาเลาเรียนมานอยดวยการสดับ แตเขาไมไดปฏิบัติ ตามที่เลาเรียนมา ยอมปรากฏแกเรา เหมือนคนตาบอด ถือดวงไฟไปฉะนั้น บุคคลควรเขาไปนั่งใกลผูที่ศึกษามา มาก แตไมควรทําสุตะที่ตนไดมาใหพินาศ เพราะสุตะ ที่ตนไดมานั้น เปนเบื้องตนแหงพรหมจรรย เพราะฉะนั้น จึงควรเปนผูทรงธรรม บุคคลผูรูอักษรทั้งเบื้องตนและ เบื้องปลาย รูอรรถแหงภาษิต ฉลาดในนิรุตติและบท ยอมเลาเรียนธรรม ใหเปนการเลาเรียนดี และพิจารณา เนื้อความ เปนผูกระทําความพอใจดวยความอดทน พยายามพิจารณา ดังความเพียร ในเวลาพยายามมีจิต ตั้งมั่นดวยดีในภายใน บุคคลควรคบหาทานผูเปนพหูสูต ทรงธรรม มีปญญา เปนสาวกของพระพุทธเจา หวังการรูแจงธรรมเชนนั้นเถิด

บุคคลผูเปนพหูสูตทรงธรรม แหงพระพุทธเจาผูทรงแสวงหาคุณอันยิ่งใหญ เปนดวงตา ของโลกทั่วไป ผูที่เปนพหูสูตนั้น เปนผูอันมหาชนควรบูชา ภิกษุมีธรรมเปนที่ยินดี ยินดีแลวในธรรม คนควาธรรม ระลึกถึงธรรม ยอมไมเสื่อมไปจากสัพธรรม เมื่อกายและ ชีวิตของตนเสื่อมไป ภิกษุผูหนักในความตระหนี่กาย ติด อยูดวยควานสุขทางรางกาย ไมขวนขวายบําเพ็ญเพียร ความผาสุกทางสมณะจักมีแตที่ไหน ทิศทั้งหมดไมปรากฏ ธรรมทั้งหลายไมแจมแจง ในเมื่อทานธรรมเสนาบดีผู เปนกัลยาณมิตร นิพพานแลว โลกทั้งหมดนี้ปรากฏ เหมือนความมืดมน

กายคตาสติยอมนํามาซึ่งประโยชน โดยสวนเดียวฉันใด กัลยาณมิตรเชนนั้น ยอมไมมีแก ภิกษุผูมีสหายลวงลับไปแลว มีพระศาสดานิพพานไปแลว ฉันนั้น มิตรเกาพากันลวงลับไปแลว จิตของเราไมสมาคม ดวยมิตรใหม วันนี้เราจะเพงฌานอยูผูเดียว เหมือนกับ นกที่อยูในรังในฤดูฝนฉะนั้น

พระผูมีพระภาคเจาตรัสกะพระอานนทดวยพระคาถา ๑ พระคาถา ความวา เธออยาหามประชาชนเปนอันมาก ที่พากันมาแต ตางประเทศ ในเมื่อลวงเวลาเฝา เพราะประชุมชนเหลา นั้นเปนผูมุงจะฟงธรรม จงเขามาหาเราได เวลานี้เปน เวลาที่จะเห็นเรา

พระอานนทเถระจึงกลาวเปนคาถาตอไปวา พระศาสดาผูมีจักษุ ทรงประทานโอกาสใหประชุม ชนที่พากันมาแตตางประเทศ ในเมื่อลวงเวลาเฝา ไม ทรงหาม เมื่อเรายังเปนพระเสขบุคคลอยู ๒๕ ป กามสัญญาไมเกิดขึ้นเลย เชิญดูความที่ธรรมเปนธรรมดี เมื่อ เรายังเปนพระเสขบุคคลอยู ๒๕ ป โทสสัญญาไมเกิดขึ้น เลย เชิญดูความที่ธรรมเปนธรรมดี เราไดอุปฏฐากพระผูมีภาคเจาดวยเมตตากายกรรม เหมือนพระฉายาติดตามพระองคอยู ๒๕ ป

เราอุปฏฐากพระผูมีพระภาคเจาดวย เมตตาวจีกรรม เหมือนพระฉายาติดตามพระองคอยู ๒๕ ป เราอุปฏฐากพระผูมีพระภาคเจาดวยเมคตามโนกรรม เหมือนพระฉายาติดตามพระองคอยู ๒๕ ป เมื่อพระพุทธองคเสด็จดําเนินไป เราก็ไดเดินตามไปเบื้องพระปฤษฎางคของพระองค เมื่อพระองคทรงแสดงธรรมอยู ญาณเกิดขึ้นแกเรา เปนผูมีกิจที่จะตองทํา ยังเปนพระเสขะยังไมบรรลุอรหัต พระศาสดาพระองคใดเปนผูทรง อนุเคราะหเรา พระศาสดาพระองคนั้น ไดเสด็จ ปรินิพพานไปเสียกอนแลว เมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจา ผูถือความเปนผูประเสริฐโดยอาการทั้งปวง เสด็จปรินิพพานแลว ครั้งนั้น ไดเกิดมีความหวาดเสียวและไดเกิด ขนพองสยองเกลา

พระสังคีติกาจารยเมื่อจะสรรเสริญพระอานนทเถระ ไดรจนาคาถา ๓ คาถา ความวา พระอานนทเถระเปนพหูสูต ทรงธรรม เปนผูรักษา คลังพระธรรมของพระพุทธเจา ผูทรงแสวงหาพระคุณอัน ยิ่งใหญ เปนดวงตาของโลกทั่วไป ปรินิพพานไปเสียแลว พระอานนทเถระเปนพหูสูต ทรงธรรม เปนผูรักษาคลัง พระธรรมของพระพุทธเจา ผูทรงแสวงหาคุณอันยิ่งใหญ เปนดวงตาของชาวโลกทั่วไป เปนผูกําจัดความมืดมนที่ เปนเหตุทําใหเปนดังคนตาบอดไดแลว พระอานนทเถระ เปนผูมีคติ มีสติ และธิติ เปนผูแสวงคุณ เปนผูทรงจํา พระสัทธรรมไวได เปนบอเกิดแหงรัตนะ

พระอานนทเถระ กอนแตนิพพานไดกลาวคาถา ความวา เรามีความคุนเคยกับพระศาสดา เราทําคําสั่งสอน ของพระพุทธเจาเสร็จแลว ปลงภาระหนักลงแลว ถอนตัณหาเครื่องนําไปสูภพไดแลว

จบ อานันทเถรคาถาที่ ๓



ความคิดเห็น 1    โดย chatchai.k  วันที่ 3 ม.ค. 2564

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น