ปลาบปลื้มปีติที่ได้ฟังความจริง
โดย เมตตา  30 ต.ค. 2569
หัวข้อหมายเลข 53286

[เล่มที่ 53] พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา เล่ม ๒ ภาค ๓ ตอน ๔ - หน้า 53

บทว่า คนฺถํ (กิเลสเครื่องร้อยรัด) ความว่า พระพุทธเจ้า คือพระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้ทรงลอยบาปได้ ทรงบรรเทาโทษอันเป็นพิษคือกิเลส อันเป็นตัวร้อยรัดในสันดานของเรา มีอภิชฌากายคันถะเป็นต้น ด้วยอานุภาพแห่งเทศนาของพระองค์ คือทรงทำโทษอันเป็นพิษคือกิเลสให้สูญหายไป. ก็เมื่อละกิเลสเครื่องร้อยรัดได้เด็ดขาดแล้ว กิเลสที่ชื่อว่ายังไม่ได้ละ ย่อมไม่มีแล.


อ.คำปั่น: กราบท่านอาจารย์ครับ ได้ฟังตั้งแต่ต้นมาก็เป็นประโยชน์เกื้อกูลอย่างยิ่ง ท่านอาจารย์ก็ได้ประกาศคุณของพระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงครับว่า เป็นไปเพื่อความเจริญขึ้นของคุณความดี เป็นไปเพื่อความเจริญขึ้นของป้ญญา ซึ่งมีข้อความในอรรถกถา เถรคาถา ตลุกานิเถรคาถา เป็นข้อความบางช่วงบางตอนที่กล่าวถึงอนุภาพแห่งพระเทศนาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าครับ ก็เป็นคำที่ไพเราะมากเลยครับ

ขอโอกาสท่านอาจารย์ได้กล่าวถึงความละเอียดด้วยครับ ที่จะเห็นถึงคุณประโยชน์ หรือว่าคุณค่าของพระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงว่าเป็นอย่างไรนะครับ มีข้อความว่า ด้วยอนุภาพแห่งเทศนาของพระองค์ คือทรงทำโทษอันเป็นพิษ คือกิเลสให้สูญหายไป ครับ

อนุภาพแห่งเทศนาของพระองค์ คือทรงทำโทษอันเป็นพิษ คือกิเลสให้สูญหายไปครับ กราบท่านอาจารย์ก็สิ่งที่เป็นคุณประโยชน์สูงสุดเลยครับ เป็นเดชเป็นกำลังแห่งพระธรรมเทศนาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจริงๆ ครับว่า เป็นไปเพื่อการยังสิ่งที่เป็นโทษ คือกิเลสให้สูญหายไปครับ แต่ว่าชีวิตประจำวันก็ได้ฟังได้ศึกษาในคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แต่ก็เห็นเลยครับว่า ความเป็นไปของกิเลสก็ยังมีมากอยู่ครับ ข้อความที่ได้อ่านข้อความที่ได้ฟังนี้จะเป็นประโยชน์ให้ได้พิจารณาในความเป็นจริงของธรรมอย่างไรครับ ก็ขอกราบท่านอาจารย์ครับ

ท่านอาจารย์: และกิเลสที่มีจะหมดได้ไหม?

อ.คำปั่น: ต้องหมดได้ครับ

ท่านอาจารย์: เพราะอะไร?

อ.คำปั่น: เพราะอนุภาพ กำลังแห่งพระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงเท่านั้นครับ ไม่มีทางอื่นครับ

ท่านอาจารย์: เมื่อเข้าใจ

อ.คำปั่น: เมื่อเข้าใจ ครับ ท่านอาจารย์ครับก็เป็นคำที่เกื้อกูลมาก ก็เป็นชีวิตปกติจริงๆ ครับ เห็นเลยว่า อกุศลหรือว่ากิเลสทั้งหลายก็ยังมีมาออยู่ แต่ก็ยังมีโอกาสยังมีขณะที่ได้ฟังได้อาศัยคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ก็เป็นที่พึ่งเป็นที่เกื้อกูลให้ค่อยๆ เห็นโทษของความไม่ดีได้ครับ

ท่านอาจารย์: แล้ววันนี้ดีขึ้นบ้างแค่ไหม?

อ.คำปั่น: ก็ ทีละนิดๆ ครับ

ท่านอาจารย์: ตามกำลังของความเข้าใจ

อ.คำปั่น: ตามกำลังของความเข้าใจครับ ก็เป็นประโยชน์จริงๆ ครับ เวลาได้ฟังอย่างนี้ก็ปลาบปลื้มครับปลาบปลื้มปีติที่ได้ฟังความจริงได้ฟังสิ่งที่เป็นประโยชน์เกื้อกูลในชีวิตประจำวันครับ เพราะว่า ธรรม ก็คือ แต่ละขณะๆ ไม่ต้องไปหาที่ไหนเลยครับ มีให้ศึกษาอยู่ตลอดในความเป็นธรรมซึ่งปฏิเสธไม่ได้ครับท่านอาจารย์ นี่เป็นความจริงเลยครับว่า ไม่ว่าจะเป็นขณะไหนก็ตาม คือธรรมทั้งหมด เพราะมีเหตุมีปัจจัยก็เกิดขึ้นครับ

ก็กล่าวได้เลยครับว่า ที่ได้ฟังท่านอาจารย์มาโดยตลอด ก็คือว่า เป็นอนัตตาทุกๆ ขณะจริงๆ ครับที่จะให้ศึกษาจริงๆ ว่า นี่แหละคือความเป็นจริงของธรรม ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ก็ไม่อยู่ในอำนาจบังคับบัญชาของใคร แต่ปัญญาที่ค่อยๆ อบรมขึ้นเจริญขึ้น ก็สามารถที่จะค่อยๆ เข้าใจในความเป็นจริงของธรรมได้แม้ในความเป็นอกุศลครับท่านอาจารย์ครับ กราบเท้าท่านอาจารย์ครับ

ขอเชิญอ่านได้ที่ ..

ด้วยอานุภาพแห่งเทศนาของพระองค์ [อรรถกถาเตลุกานิเถรคาถา]

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ด้วยความเคารพยิ่งค่ะ

และกราบยินดีในกุศลจิตของ อ.คำปั่น ด้วยค่ะ



ความคิดเห็น 1     โดย chatchai.k  วันที่ 30 ต.ค. 2569

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์ ด้วยความเคารพยิ่ง

ยินดีในกุศลจิตครับ