โลภะละยากจริงๆ
โดย ธรรมทัศนะ  1 เม.ย. 2569
หัวข้อหมายเลข 52184

อย่างโลภเจตสิก ซึ่งทุกคนรู้จักดี เพราะว่าเป็นสภาพที่ติดใจ ต้องการ พอใจในอารมณ์ที่ปรากฏ มีตั้งแต่เป็นอาสวะที่หมักดอง และไหลไปตามทวารต่างๆ ทั้ง ทางตา ทางหู ทางจมูก ทางลิ้น ทางกาย ทางใจ เป็นอกุศลธรรมจำพวกอาสวะ โอฆะ โยคะ ในชีวิตประจำวัน ซึ่งจะสังเกตได้ว่าการที่มีความต้องการ มีความพอใจในรูป ในเสียง ในกลิ่น ในรส ในโผฏฐัพพะตามปกติจริงๆ ในชีวิตประจำวัน จะทำให้เกิดการติด การยึดมั่นที่เป็นอุปาทาน คือ กามุปาทาน ซึ่งทุกคนก็ยอมรับว่า ยากเหลือเกินที่จะละความยึดติดในรูป ในเสียง ในกลิ่น ในรส ในโผฏฐัพพะได้

ถ้าใครเข้าใจว่าละได้ง่ายๆ เพียงแต่ปล่อยวาง และคิดว่าไม่ได้พอใจในสิ่งนั้นสิ่งนี้ ไม่ติด ไม่ข้อง เป็นผู้ที่ละวางแล้ว โดยที่ปัญญายังไม่เกิดขึ้นรู้ลักษณะของ สภาพธรรมตามความเป็นจริง ก็แสดงว่า ผู้นั้นไม่ได้รู้ลักษณะของความติดหรือ ความพอใจที่สะสมมานาน และมีอยู่ตลอดเวลาในชีวิตประจำวัน จนกระทั่งนอกจากจะเป็นอาสวะ เป็นโอฆะ เป็นโยคะแล้ว ยังเป็นอุปาทานด้วย

ซึ่งในชีวิตประจำวันจะเห็นได้จริงๆ ว่า วันหนึ่งๆ คงจะมีเวลาเพื่อที่จะศึกษาธรรม อ่าน ฟัง พิจารณา หรือระลึกรู้ลักษณะของสภาพธรรมที่กำลังปรากฏบ้าง แต่เมื่อเทียบขณะที่สนใจธรรม อ่านธรรม พิจารณาธรรม ศึกษาธรรม สนทนาธรรม หรือขณะที่สติระลึกลักษณะของสภาพธรรมที่กำลังปรากฏในขณะนี้ กับขณะอื่นๆ จะเห็นได้ว่า น้อยเหลือเกิน เพราะขณะที่กำลังสนทนาธรรม หรือกำลังคิดถึงเรื่องธรรม กำลังพิจารณาธรรม ก็เพียงชั่วครู่ชั่วยาม เดี๋ยวเดียวจริงๆ เรื่องอื่นซึ่งเป็นเรื่องของรูป เรื่องของเสียง เรื่องของกลิ่น เรื่องของรส เรื่องของโผฏฐัพพะ เรื่องของความยินดีพอใจในลาภ ในยศ ในสรรเสริญ ในสุขต่างๆ ก็เข้ามาทันที

จะเห็นได้ว่า โลภะละยากจริงๆ และความพอใจในรูป ในเสียง ในกลิ่น ในรส ในโผฏฐัพพะซึ่งเป็นกามุปาทาน ก็ทำให้เกิดความยึดมั่น พอใจ ต้องการที่จะได้รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะมาเพื่อตน เพราะฉะนั้น ก็มีความสำคัญในตน เมื่อมีความยินดีพอใจสะสมติดแน่นในรูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ ก็เกิดความยึดมั่นว่า เป็นตัวตน เป็นเราขึ้น

ชุด อกุศลธรรม ๙ กอง แผ่นที่ 1 ตอนที่ 1


ความคิดเห็น 1    โดย shsso2551  วันที่ 1 เม.ย. 2569

กราบอนุโมทนาค่ะ


ความคิดเห็น 2    โดย สิริพรรณ  วันที่ 1 เม.ย. 2569

ศึกษาพระธรรม ที่ทรงแสดงความเป็นสภาพธรรมโดยละเอียดเท่านั้น จึงจะรู้หนทางที่ถูก ตรง ในการค่อยๆ ละ ด้วยการรู้ความจริง ที่มีในชีวิตประจำวัน ชึ่งต้องเริ่มจากการฟัง คำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แต่ถ้าไม่ศึกษาก็ไม่รู้ในความจริงของสิ่งที่ทำให้ติดข้อง และสภาพติดข้อง ว่ามีความจริงที่ควรรู้ยิ่ง อย่างไร

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ คณะอาจารย์ และยินดีในกุศลสหายธรรม มูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา ที่ได้เกื้อกูลหนทางที่ถูกตรง ตามคำของพระพุทธองค์ เป็นสิ่งที่มีค่าที่สุด ค่อยๆ สะสมความตรง ไปเรื่อยๆ ให้มั่นคงในความเป็นธรรม เป็นอนัตตา ความรู้ที่ได้ศึกษาอภิธรรม ฟังพระธรรมบ่อยๆ สนทนาธรรมบ่อยๆ จาก มศพ. จึงรู้ว่า ถ้ารีบหาหนทางลัด ก็ไปในหนทางที่ไม่ตรง ด้วยอำนาจของโลภะนั่นเอง


ความคิดเห็น 3    โดย มังกรทอง  วันที่ 1 เม.ย. 2569

ธรรมมีมานัสพร้อม รับฟัง อันเกิดกุศลดัง ธาตุรู้ จิตเจตสิกเป็นพลัง เสริมส่ง หนุนแฮ กราบอาจารย์สุจินต์ผู้ เปี่ยมด้วยเมตตา