รู้จัก คิด ซึ่งเป็นสภาพรู้ไหม?
โดย เมตตา  24 เม.ย. 2569
หัวข้อหมายเลข 52280

อ.อรรณพ: ท่านอาจารย์ครับ ท่านอาจารย์ถามว่า เดี๋ยวนี้มีอะไร ถ้าตอบตามความคุ้นชินที่ผิดที่ลึกมานาน เดี๋ยวนี้มีอะไร? เดี๋ยวนี้ก็มีเราครับ

ท่านอาจารย์: เรา อยู่ไหน? ตอบเองนะว่ามีเรา ไหนเรา! เราอยู่ไหน?

อ.อรรณพ: เราก็อยู่นี่ที่กำลังนั่งอยู่ที่นี่

ท่านอาจารย์: นี่ นี่ นี่คือนั่งหรือ?

อ.อรรณพ: ที่กำลังนั่งอยู่นี่แหละ รวมๆ หมดเลย

ท่านอาจารย์: อะไรนั่งบ้าง?

อ.อรรณพ: ความรู้สึกนึกคิดร่างกายทั้งหลาย

ท่านอาจารย์: อะไรนั่ง? ความรู้สึกนึกคิดร่างกาย เห็นไหม!!

อ.อรรณพ: รวมๆ กันแล้วก็นั่ง

ท่านอาจารย์: ไม่ใช่! เอาเฉพาะนั่งค่ะ ไม่เอาอะไรมารวมเลย!!

อ.อรรณพ: เรานั่ง

ท่านอาจารย์: เราอยู่ไหน ตรงไหนที่นั่ง?

อ.อรรณพ: อยู่ที่คิดครับ

ท่านอาจารย์: คิด ไม่ได้นั่งไม่ใช่หรือ?

อ.อรรณพ: แต่ คิดว่านั่ง

ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น คิดว่า เรานั่ง

อ.อรรณพ: ครับ

ท่านอาจารย์: แค่คิด คิดอะไรก็ได้ เรานอนก็ได้ เราเห็นก็ได้ เราจำก็ได้

เพราะฉะนั้น ต้องตรงทุกคำ ทีละหนึ่งๆ ไม่เช่นนั้นก็ไม่ลึกซึ้งเลย ตอบกันไปเรื่อยๆ

อ.อรรณพ: ความลึกซึ้งของคิดล่ะครับท่านอาจารย์

ท่านอาจารย์: คิด คืออะไร?

อ.อรรณพ: คิด ก็คือสภาพรู้ คนตาย โต๊ะ เก้าอี้ คิดไม่ได้ครับ

ท่านอาจารย์: เพราะอะไร?

อ.อรรณพ: เพราะว่าไม่มีสภาพรู้

ท่านอาจารย์: แล้วรู้จักสภาพรู้หรือยัง? เห็นไหม แค่นี้ค่ะ ต้องไตร่ตรองไหม? ตรงไหม?

อ.อรรณพ: ต้องไตร่ตรอง มิเช่นนั้น ถ้าไม่ไตร่ตรอง ก็คือเป็นเราที่คิด

ท่านอาจารย์: ตอบได้ จบ!

อ.อรรณพ: จบ! เป็นเราที่คิด เป็นเราที่คิดว่า เรานั่ง เป็นเราที่คิดว่าเรากำลังพูด เป็นเราไปหมด คิดเป็นความคิดด้วยความเป็นเราไปซะหมดทุกอย่าง คุ้นเคยอย่างนี้มากๆ นะครับ

ท่านอาจารย์ก็ถาม คิด เป็นธาตุรู้ ท่านอาจารย์ก็ถามว่า ทำไม คิด ถึงเป็นธาตุรู้ เพราะว่า ถ้าเป็นโต๊ะ เก้าอี้ ก็คิดไม่ได้ครับ ทั่วไปเราก็อาจจะคิดได้แค่นี้

ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น ฟังอย่างนี้ ใครบ้างรู้จักคิดที่เป็นสภาพรู้? เพียงแค่รู้ว่า คิด แต่หารู้ไม่ว่า อะไรคิด!!

อ.อรรณพ: นี่ครับ นี่คือลึกซึ้ง เพราะฉะนั้น คิดเป็นภาษาไทย คนทั่วไปชาวบ้านร้านตลาดก็พูดกัน คิด ก็เป็นเราคิด แต่ความจริงของคิดคืออะไร? และ แม้จะฟังธรรม เอาคำธรรมมาตอบว่า คิด ก็เป็นสภาพรู้อย่างหนึ่ง ถ้าตอบแบบผู้ที่ฟังธรรมมาบ้างนิดๆ หน่อยๆ ก็ตอบว่า คิด เป็นสภาพรู้อย่างหนึ่ง ท่านอาจารย์มีอะไรจะถามต่อครับ

ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น คิด ไม่ใช่เรื่องที่คิดใช่ไหม?

อ.อรรณพ: ใช่ครับ เพราะว่าต้องมี คิด และก็มีเรื่องที่คิดครับ เป็นคนละอย่างกัน

ท่านอาจารย์: เดี๋ยวนี้กำลังคิดหรือเปล่า?

อ.อรรณพ: เดี๋ยวนี้กำลังคิดแน่นอน คิดมากเลยเพราะท่านอาจารย์ถาม

ท่านอาจารย์: กำลังคิดนี่ รู้จัก คิด ซึ่งเป็นสภาพรู้ไหม?

อ.อรรณพ: ไม่รู้จักครับ

ท่านอาจารย์: แล้วมีจริงหรือเปล่า?

อ.อรรณพ: ต้องมีจริงครับ

ท่านอาจารย์: แล้วรู้ได้ไหมว่า เมื่อมีจริงรู้ได้ไหม?

อ.อรรณพ: ในเมื่อมีจริง ก็ต้องสามารถรู้ได้ครับ

ท่านอาจารย์: รู้ได้เดี๋ยวนี้ไหม?

อ.อรรณพ: เดี๋ยวนี้ไม่ได้รู้ความเป็นธาตุรู้ของคิดครับ

ท่านอาจารย์: แล้วเมื่อไหร่จะรู้?

อ.อรรณพ: เมื่อสะสมความคุ้นเคยในความเป็นธรรมของคิดจนมีกำลัง

ท่านอาจารย์: แล้วจะคุ้นเคยเมื่อไหร่ ได้อย่างไร?

อ.อรรณพ: โดยอาศัยคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าครับ

ท่านอาจารย์: กี่ครั้งกี่ครา?

อ.อรรณพ: แล้วๆ เล่าๆ ปรารภแล้วปรารภอีก

ท่านอาจารย์: ค่ะ จนกว่าจะเริ่มรู้ว่า ธาตุคิดกำลังมีเดี๋ยวนี้ ธาตุรู้กำลังมีขณะที่คิด นั่นแหละ เป็นธาตุรู้ ไม่ใช่ใครเลย

อ.อรรณพ: ท่านอาจารย์ก็กล่าวถึงธรรมเดี๋ยวนี้ เดี๋ยวนี้อะไรล่ะ!! คิดก็ได้ ไม่ต้องกล่าวว่าเห็นทุกครั้งก็ได้ ท่านอาจารย์ก็ให้เข้าใจความจริงของคิดซึ่งลึกซึ้งซึ่งยังไม่ได้รู้ในความเป็นธาตุรู้ของคิด แม้ขณะนี้ก็มีคิด ถ้าไม่คิดคงพูดไม่ได้ คงไม่เข้าใจว่าท่านอาจารย์กล่าวอะไร แล้วเราจะพูดอะไรก็ต้องคิด

แต่ ธาตุรู้ ความเป็นธาตุรู้ของคิด ใช่ว่าจะปรากฏ นี่ก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งก็ได้ใช่ไหมครับท่านอาจารย์ ที่จะแสดงถึงความลึกซึ้งของธรรม เพราะคิดก็เป็นธรรม ขณะนี้ก็มีคิด และคิดก็ไม่ใช่เรื่องที่คิดด้วย นี่คือประโยชน์ แล้วก็ยังไม่รู้ในความเป็นธาตุรู้ของคิด แต่สนใจที่เรื่องครับท่านอาจารย์

ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น เราอยู่ไหน?

อ.อรรณพ: เราอยู่ที่ความคิดที่ไม่เข้าใจความจริง

ท่านอาจารย์: เรา มีไหม?

อ.อรรณพ: เราไม่มี แต่ความคิดที่ว่ามีเรานี่ มีความคิดนั้น

ท่านอาจารย์: จนกว่า เห็น ไม่ใช่เราเห็น จำไม่ใช่เราจำ สุขไม่ใช่เราสุข ทุกข์ไม่ใช่เราทุกข์ เป็นสิ่งที่มีจริงเกิดขึ้นโดยใครไม่สามารถจะไปทำให้เกิดได้เลย เพราะไม่มีใคร แต่มีปัจจัยที่ทำให้สิ่งนั้นเกิดขึ้น ต้องเกิดขึ้นเป็นไปตามปัจจัย จริงไหม?

อ.อรรณพ: จริงแท้แน่นอน

ท่านอาจารย์: นี่แหละ ธรรม ไม่ต้องไปหาธรรมที่ไหน มีสิ่งที่มีจริงทั้งวันเป็นธรรมทุกอย่างไม่รู้เลยว่า เป็นธรรม เป็นโน่นเป็นนี่เป็นเรา เป็นเรื่องราวต่างๆ โดยไม่รู้ว่า สิ่งที่มีขณะนั้นต้องเกิดโดยปัจจัยเกิดแล้วก็ดับไป แล้วจะเป็นเราหรือสิ่งหนึ่งสิ่งใดได้อย่างไร เมื่อเกิดแล้วดับหมดแล้ว

อ.อรรณพ: ครับ เหมือนที่ท่านอาจารย์เริ่มต้นตอบประเด็นที่กราบถามนะครับ ก็คือสะสมความคุ้นเคยในความเป็นธรรมที่ไม่ใช่เรา แม้ นี่คือธรรม คือหลายๆ อย่าง แม้คิดก็เป็นธรรมที่ลึกซึ้ง เพราะยังไม่ได้รู้ในสภาพธรรม อย่างนั้นๆ แม้ท่านอาจารย์จะถามว่า แล้วจริงอย่างนั้นไหม? จริงแท้แน่นอนว่า ทุกอย่างที่เกิดก็ต้องเกิดไปตามเหตุตามปัจจัย แล้วก็เป็นความจริง แต่ละอย่างๆ

ยิ่งปรารภอย่างนี้ครับท่านอาจารย์ ยิ่งมีความสนใจความใส่ใจ และก็ความตั้งมั่นเพิ่มขึ้นนะครับที่จะฟังพระธรรม เพราะว่า เห็นเลยว่า ต้องแล้วๆ เล่าๆ ปรารภแล้วปรารภอีกจริงๆ ครับ

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ด้วยความเคารพยิ่งค่ะ

และกราบยินดีในกุศลจิตของ อ.อรรณพ ด้วยค่ะ



ความคิดเห็น 1    โดย chatchai.k  วันที่ 25 เม.ย. 2569

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์ ด้วยความเคารพยิ่ง

ยินดีในกุศลจิตครับ