ขอถามผู้รู้เรื่อง อาบัติ สังฆาทิเสส ถ้าไม่แก้อาบัติก่อนลาสิกขา ชีวิตจะไม่เจิรญจริงเหรอครับ
โดย tirajitto  7 ส.ค. 2557
หัวข้อหมายเลข 25233

ครับ ขอถามว่า ถ้าพระที่ต้องอาบัติ สังฆาทิเสสแล้ว ไม่ได้แก้อาบัติสังฆาทิเสสก่อนลาสิกขานั้น เมื่อลาสิกขาออกมา ชีวิตจะไม่เจริญ ทำมาหากินไม่ขึ้น จริงหรือไม่ครับ

ขอบคุณครับ



ความคิดเห็น 1    โดย paderm  วันที่ 7 ส.ค. 2557

ขอนอบน้อมแ่่ด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

การต้องอาบัติ ไม่ว่าจะหนักหรือเบา ถ้าไม่ได้แก้ไขให้ถูกต้อง ตามพระธรรมวินัยแล้ว ย่อมมีโทษแก่ภิกษุรูปนั้น เป็นเครื่องกั้นในการบรรลุมรรคผลนิพพาน และถ้ามรณภาพในขณะที่ยังมีอาบัติอยู่ ก็เป็นผู้มีอบายภูมิเป็นที่ไปในเบื้องหน้า แต่ถ้าสึกออกมาแล้ว ก็ไม่มีอาบัติเป็นเครื่องกั้นก็สามารถเป็นคนดีในเพศคฤหัสถ์ได้ครับและไม่ได้ขัดขวางความเจริญ หากไม่ได้ปลงอาบัติสังฆาทิเสส เพราะสึกมาเป็นคฤหัสถ์อาบัติไม่ติดตัว ไม่เป็นเครื่องกั้นความเจริญในเพศคฤหัสถ์ ครับ ขออนุโมทนา


ความคิดเห็น 2    โดย khampan.a  วันที่ 7 ส.ค. 2557

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

พระวินัยบัญญัติแต่ละสิกขาบท พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงบัญญัติด้วยพระองค์เอง เพื่อให้พระภิกษุได้สำรวมระวัง ไม่ล่วงละเมิดในสิกขาบทนั้นๆ อันจะเป็นไปเพื่อฝึกหัดกายวาจา ใจ ให้เป็นไปในทางที่ถูกที่ควรเป็นไป เพื่อขัดเกลากิเลส ถ้าไม่ได้ศึกษาพระธรรมวินัย ให้เข้าใจอย่างถูกต้องแล้ว โอกาสที่จะล่วงละเมิดสิกขาบท ก็ย่อมจะมีได้มาก รวมถึงต้องอาบัติสังฆาทิเสสด้วย ซึ่งเมื่อต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้ว ต้องแก้ไขด้วย การประพฤติวุฏฐานวิธี (อยู่กรรม) ตามพระวินัย จึงจะพ้นจากอาบัติสังฆาทิเสสได้ ตามความเป็นจริงแล้วไม่ว่าจะเป็นอาบัติหนักหรือเบา ถ้าไม่ได้แก้ไขให้ถูกต้องตามพระธรรมวินัยแล้ว ย่อมมีโทษแก่ภิกษุรูปนั้น เป็นเครื่องกั้นในการบรรลุมรรคผลนิพพาน และถ้ามรณภาพในขณะที่ยังมีอาบัติอยู่ ก็เป็นผู้มีอบายภูมิเป็นที่ไปในเบื้องหน้า แต่ถ้าได้แก้ไขให้ถูกต้องแล้ว ย่อมไม่เป็นเครื่องกั้น

เมื่อลาสิกขาแล้ว ย่อมไม่มีอาบัติอีกต่อไป สามารถเป็นคนดี ในเพศคฤหัสถ์ได้โดยไม่ต้องวิตกกังวล ในเรื่องอาบัติ เพราะเป็นคฤหัสถ์แล้ว ไม่มีอาบัติ ไม่ใช่เพศบรรพชิตอีกต่อไป ก็ควรที่จะเป็นคนดี ควบคู่ไปกับการฟังพระธรรมให้เข้าใจ แต่ถ้ากลับเข้ามาบวชใหม่ อาบัติที่เคยต้องไว้ยังไม่ได้แก้ไขเมื่อตอนบวชครั้งก่อน กลับมาทั้งหมด ก็จะต้องแก้ไขให้ถูกต้องตามพระธรรมวินัย ต่อไป

ความเจริญจริง ๆ คือ ความเกิดขึ้นแห่งกุศลธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คือ ปัญญาความเข้าใจถูกเห็นถูก เมื่อลาสิกขาแล้วก็ขอให้เป็นคฤหัสถ์ที่ดี ประกอบอาชีพสุจริต ดำเนินชีวิตไปตามครรลองของพระธรรม เราไม่สามารถจะรู้ได้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นบ้าง แต่ก็ไม่ควรลืมกิจที่ควรทำ คือ ทำดีและฟัพระธรรม ศึกษาพระธรรมให้เข้าใจ ครับ

...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่านครับ...


ความคิดเห็น 3    โดย wannee.s  วันที่ 7 ส.ค. 2557

ขออนุโมทนาค่ะ


ความคิดเห็น 4    โดย monk007  วันที่ 8 ส.ค. 2557

ขออนุโมทนาครับ