ยังไม่รู้ตามความเป็นจริงเลย
โดย ธรรมทัศนะ  24 ส.ค. 2569
หัวข้อหมายเลข 52999

นี่คือธรรม คือสิ่งที่มีจริงๆ เป็นปรมัตถธรรม “ปรม” คือ ยิ่งใหญ่ที่สุดโดยอรรถ ถ้าลักษณะนี้ไม่เป็นอย่างนี้ ก็จะไม่มีคำที่แสดงความหมายจริงๆ ของสิ่งนี้ว่า แท้ที่จริงแล้วสิ่งที่มีจริงเป็นสิ่งซึ่งใครก็ไม่สามารถที่จะเปลี่ยนแปลงได้เลย

คนที่มีตาทุกคนหลับตาไม่เห็น แต่พอลืมตา ผิดจากเมื่อครู่นี้ที่หลับตาแล้ว ใช่ไหม เพราะว่ามีสิ่งที่ปรากฏทางตา

เราจะรู้ได้ว่า จริงๆ แล้วเราไม่ได้รู้อะไรตามความเป็นจริงเลย ตราบใดที่ยังไม่ได้ฟังพระธรรม แต่เมื่อไหร่ที่เริ่มฟังพระธรรม ก็ไม่ใช่ตามตัวหนังสือไปง่ายๆ อย่างที่กล่าวว่า สิ่งใดเป็นรูปก็รู้ สิ่งใดเป็นนามก็รู้

แค่นั้นไม่พอ ไม่ใช่ความจริง ถ้าความจริงก็คือสามารถที่จะเข้าใจ หรือเข้าถึงลักษณะความจริงของสภาพธรรมที่กำลังปรากฏ โดยเป็นความเข้าใจของเราเองที่มั่นคง ในลักษณะของสภาพธรรมที่ต่างกันเป็น ๒ อย่าง คือ ลักษณะหนึ่งไม่สามารถจะรู้อะไรได้เลยทั้งสิ้น และก็จะปรากฏในชีวิตประจำวันเพียง ๗ ประเภท คือ ปรากฏทางตา เป็นสภาพธรรมมีจริงอย่างหนึ่ง ทางหูเป็นเสียง ทางจมูกเป็น กลิ่น ทางลิ้นเป็นรส ทางกายก็คือเย็น หรือร้อน อ่อน หรือแข็ง ตึง หรือไหว

แม้ว่าเราจะกล่าวบ่อยๆ หลายครั้งเรื่องนามธรรม เรื่องรูปธรรม เรื่องเห็น ได้ยิน แต่ไม่เข้าใจสิ่งที่กำลังปรากฏ ทั้งหมดที่เรียนมาแล้วได้ประโยชน์หรือไม่ แต่ถ้าเราสามารถจะเข้าใจสิ่งที่กำลังปรากฏในขณะที่กำลังฟังด้วย ประกอบกันไป และเมื่อฟังบ่อยๆ มากขึ้น ความเข้าใจของเราก็มั่นคงขึ้น ว่าธรรมคือตรงนี้ สิ่งที่มีจริงๆ ที่กำลังปรากฏ ค่อยๆ เข้าใจ ตามกำลังของปัญญา ซึ่งจากการที่ไม่เคยได้ยินได้ฟังมาเกินแสนโกฎกัปป์ กับการที่ได้ยินได้ฟัง แล้วค่อยๆ เข้าใจขึ้น ความเข้าใจของเราจะไปเร็วไม่ได้ นอกจากว่าค่อยๆ พิจารณาจนกระทั่งค่อยๆ เข้าใจ

พื้นฐานพระอภิธรรม ตอนที่ 6