ปันธรรม - ปัญญ์ธรรม ... ครั้งที่ ๓๘๒
โดย khampan.a  16 ธ.ค. 2561
หัวข้อหมายเลข 30308

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
ขออนุญาตแบ่งปันข้อความธรรม (ปันธรรม) ที่ได้จากการฟังพระธรรมจากท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ในแต่ละครั้ง รวบรวมเป็นธรรมเตือนใจเพื่อศึกษาและพิจารณาร่วมกัน เพื่อความเข้าใจธรรม (ปัญญ์ธรรม) ตามความเป็นจริง ซึ่งเป็นข้อความที่สั้นบ้าง ยาวบ้าง แต่ก็มีอรรถที่สมบูรณ์ พอที่จะเข้าใจได้ควรค่าแก่การพิจารณาอย่างยิ่ง ดังนี้

ปันธรรม - ปัญญ์ธรรม ... ครั้งที่ ๓๘๒

~ ทั้งๆ ที่คฤหัสถ์ไม่ใช่บรรพชิต ก็ยังต้องศึกษาพระวินัย เพื่อที่จะได้ทำสิ่งที่ไม่เป็นโทษต่อพระภิกษุ แม้แต่การที่จะถวายสิ่งหนึ่งสิ่งใด จะเห็นได้ว่า คฤหัสถ์ที่ไม่รู้ว่าเงินทองเป็นโทษอย่างยิ่งแก่พระภิกษุ ก็กลับเอาเงินทองนั้นไปให้พระภิกษุ พระภิกษุสละแล้ว เอา (เงิน) ไปให้ได้อย่างไร และพระภิกษุ เขาให้ (เงิน) แล้ว รับได้อย่างไร ก็ต้องไม่รับ ไม่ใช่กล่าวว่า ไม่ผิดศีล

~ ภิกษุมีเงินหรือเปล่า? ต้องไม่มี เพราะฉะนั้น เป็นเจ้าของเงินหรือเปล่า? เป็นไม่ได้, ถ้าคนอื่นเก็บไว้แต่ยังมีความเป็นเงินของเรา หมายความเป็นเจ้าของเงินหรือเปล่า? เป็นเจ้าของเงินเพียงแต่คนอื่นเก็บไว้ให้, เพราะฉะนั้น ก็แสดงชัดเจนว่า ภิกษุไม่มีเงิน จะโดยประการใดๆ ก็ตาม จะโดยบัตร จะโดยเงินธนาคารหรือโดยวิธีใดก็ตาม ภิกษุไม่มีเงิน
~ ภิกษุสละอาคารบ้านเรือนทรัพย์สินเงินทองวงศาคณาญาติ หมด แล้วจะมีอีกได้อย่างไร แล้วใครเอาไปให้ได้หรือ ก็เขาไม่รับ เขาไม่มี เขาสละแล้ว เพราะฉะนั้น ก็ต้องเป็นผู้ที่ตรง

~ ถ้าเป็นความหวังดีจริงๆ ลองคิดดู กล้าที่จะเป็นมิตรที่ดีไหม นั่นต้องเป็นกุศลที่มีกำลังจริงๆ ที่ไม่หวั่นไหวต่อการที่ใครจะคิดอย่างไร ใครจะว่า ใครจะติ ใครจะเข้าใจอย่างไร แต่ความหวังดีก็ยังคงเป็นความหวังดี

~ พุทธศาสนิกชนเข้าใจพระธรรมวินัย พระภิกษุก็เข้าใจพระธรรมวินัย ประพฤติปฏิบัติขัดเกลากิเลส ตามเพศของตน พระพุทธศาสนา จักงาม รุ่งเรืองสักแค่ไหน แต่ความจริง ในยุคนี้ตรงกันข้ามกัน ก็เป็นยุคที่เสื่อม

~ ทำไมต้องพูดคำไม่ดี ให้คนอื่นเขาเสียใจ แค่สละ ไม่พูด (คำที่ไม่ดีนั้น) ทำได้ไหม นั่นคือสละกิเลสของตัวเอง ค่อยๆ ลดน้อยลง จนกว่าปัญญาจะเพิ่มขึ้น เพราะว่าถ้าขณะใดก็ตามที่จิตยังเป็นสิ่งที่ไม่ดี ยังมีความไม่ดี เจตสิก (สภาพธรรมที่เกิดกับจิต) ที่ไม่ดี เกิดร่วมด้วย ก็พอกพูนทั้งความไม่รู้ ความติดข้องและกิเลสอื่นๆ เพราะฉะนั้น การฟังธรรม เพื่อดับกิเลส แต่กิเลสดับไม่ได้ ถ้าไม่เข้าใจ เพราะเราดับกิเลสไม่ได้ ต้องเป็นความเห็นถูกต้องที่รู้ตามความเป็นจริง ทีละเล็กทีละน้อย ค่อยๆ ละ ค่อยๆ รู้ ถ้าไม่รู้ ก็ละ (กิเลส) ไม่ได้
~ ชาติหนึ่ง ตั้งแต่เกิด แล้วจะตายเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ทำประโยชน์อะไรบ้าง? เข้าใจธรรมแค่ไหน?

~ ทุกคำที่กล่าว (ตามพระธรรม) เป็นการเคารพในพระรัตนตรัย สิ่งใดที่ผิด ก็ควรที่จะให้พุทธบริษัทได้เข้าใจ เพื่อที่จะได้ช่วยกันไม่กระทำสิ่งที่ผิด เป็นประโยชน์ทั้งแก่ผู้กระทำผิด ที่จะรู้ว่า ผิด แล้วไม่กระทำ และเป็นประโยชน์สำหรับคนอื่นด้วย ที่จะไม่อนุโมทนาสาธุในสิ่งที่ผิด (คือ ไม่เห็นดีเห็นงามไปกับสิ่งที่ผิด)
~ อดทนได้ไหม ถ้าคนนั้นเขาว่าร้ายเรา ทำร้ายเราด้วยอะไรก็ตาม แต่ความเป็นมิตรของเราต่อเขานั้น เขาทำลายไม่ได้ เรายังคงมีความหวังดี ไม่ประทุษร้าย พร้อมที่จะช่วย ช่วยอย่างอื่นนั้นช่วยได้เพียงชั่วคราว แต่ช่วยให้เขาเป็นคนดีและเข้าใจพระธรรม นั่นคือประโยชน์จริงๆ ของการคบกัน เรารู้จักกันเพื่ออะไร ถ้ารู้จักเพื่อไปไหนด้วยกัน รับประทานอาหารด้วยกัน จะมีประโยชน์อะไร แต่ประโยชน์จริงๆ ของการเป็นมิตร ความเป็นเพื่อนผู้หวังดีที่แท้จริง คือ อดทน ไม่หวั่นไหว เพื่อให้คนที่เรารู้จัก คนที่เราเป็นมิตรนั้นได้เป็นคนดีและเข้าใจพระธรรม

~ ขณะใดที่ความดีเกิดขึ้น ไม่ทำร้ายตนเองและไม่ทำร้ายคนอื่น อกุศลเป็นศัตรู แต่คุณความดีเป็นมิตร เรามีความดี คือ ความหวังดี เกื้อกูล อดทนที่จะให้คนอื่นเกิดปัญญา อดทนรอให้เขาเป็นคนดี ไม่ว่าคำพูดของเขาจะร้ายต่อเรา หรือจะทำอะไรต่อเราก็ตาม แต่ความเป็นมิตรที่แท้จริงจะทำให้สามารถอดทนคอย จนกระทั่งพระธรรมทำให้เขาเป็นคนดีได้

~ เมื่อมีความเข้าใจถูก ก็สามารถรู้ว่า สิ่งใดเป็นอกุศล สิ่งที่ไม่ดี และธรรมที่ตรงกันข้าม คือ ความดีนั้น คืออะไร ถ้ามีปัญญาเหมือนแสงสว่างก็จะนำไปสู่ทางของกุศล ห่างไกลจากอกุศลซึ่งเคยมีมากมาย แต่ว่าห่างทันทีไม่ได้เลย ค่อยๆ เป็นไปตามความเข้าใจ

~ เมตตาคือความหวังดี ความเป็นมิตร ไม่เลือกด้วย ไม่ว่ากับใคร พร้อมที่จะเกื้อกูล ถ้ามีโอกาสที่จะช่วยเหลือหรือทำอะไรได้ นี่คือความเป็นมิตร
~ ความโกรธเป็นโทษเป็นภัย เป็นอันตรายของตนเอง คนที่ถูกโกรธไม่เดือดร้อนอะไรเลย เพราะฉะนั้น กิเลสของตนเองที่เกิดกำลังทำร้ายตนเอง และจะสะสมเป็นอุปนิสัยที่จะทำให้เป็นผู้ที่โกรธต่อไปอย่างรวดเร็ว แล้วก็อาจจะผูกโกรธเอาไว้นานด้วย และอาจจะถึงขั้นที่ไม่ยอมให้อภัย
~ ไม่ประมาทในการฟังพระธรรม ไม่ประมาทในการขัดเกลากิเลส ไม่ประมาทในการคิดว่า"กุศลนี้น้อยเหลือเกิน ไม่ทำก็ไม่เป็นไร" แต่ความจริงแม้เพียงขณะหนึ่ง ก็แสดงว่าขณะนั้นชนะอกุศล สามารถที่จะไม่ให้อกุศลเกิดได้
~ ทำสิ่งที่เป็นประโยชน์กับคนอื่นที่เขาสามารถที่จะเข้าใจความถูกต้องในความจริง ในพระธรรมวินัย เพื่อธำรงรักษาไว้ เพื่อประโยชน์แก่บุคคลอื่นข้างหน้าต่อไป
~ อกุศลมากมายเหลือเกิน เก็บเอาไว้เยอะแยะเลยทั้งทางตา ทางหู ทางจมูก ทางลิ้น ทางกาย และทางใจ ในสังสารวัฏฏ์ที่เนิ่นนาน จะเอาออกได้อย่างไรถ้าติดแน่นหนาแน่นเหนียวแน่นอยู่ในใจ หนทางเดียว ก็คือว่า เห็นประโยชน์ของกุศล รู้ว่า แม้เพียงเล็กน้อย ก็จะค่อยๆ สะสมไป
~ ไม่ว่าเป็นใคร อายุเท่าไหร่ก็ตามแต่ แต่เมื่อฟังแล้วสามารถที่จะเข้าใจคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ นี่คือ ประโยชน์
~ โกรธ ห้ามไม่ได้ โกรธแน่ แต่ว่าระลึกถึงคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้วขณะนั้นเป็นปัจจัยที่จะให้คลายหรือละชั่วขณะนั้น ขณะนั้นก็ว่าง่าย แต่บางคนบอกเท่าไหร่อ้างเท่าไหร่ก็ไม่ยอมฟัง จะต้องโกรธอย่างนั้นต่อไป ขณะนั้น คนนั้นก็ว่ายาก เพราะฉะนั้น พระธรรมทั้งหมด แสดงกับแต่ละคนที่ได้ฟังแล้วก็รู้ตัวเองว่าเราเป็นคนว่าง่ายหรือว่าเราเป็นคนว่ายากในเรื่องอะไร
~ ถ้าเป็นผู้ที่เคารพในพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในพระรัตนตรัย คือ กล่าวคำที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ดีแล้วทั้งหมด ไม่ใช่มาเว้นตามใจชอบว่ายุคนี้สมัยนี้ไม่ต้องพูดเรื่องนั้นเรื่องนี้ เพราะเหตุว่า พระธรรมที่ทรงแสดงไว้แล้วและพระวินัยที่ทรงบัญญัติไว้แล้ว ใครจะเปลี่ยน ไม่มีทางที่จะเปลี่ยนได้เลย
~ สำหรับพุทธบริษัทที่กล่าวคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกคำเป็นโทษหรือเป็นประโยชน์? ไม่ได้กล่าวคำของคนอื่น แต่กล่าวคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและความละเอียดโดยผู้ที่ร่วมกันศึกษาธรรมแล้วก็มีการศึกษาโดยตลอดมา ณ บัดนี้ก็ยังศึกษาร่วมกันต่อไป เพื่อที่จะให้มีความเข้าใจที่ถูกต้องในพระธรรมวินัย
~ ถ้าเห็นประโยชน์ของการเข้าใจธรรม (สิ่งที่มีจริง) จริงๆ ก็จะรู้ว่า ไม่มีอะไรที่จะมีค่าเท่ากับได้ฟังพระธรรม (คำสอนที่เป็นไปเพื่อเข้าใจสิ่งที่มีจริง) เพราะเหตุว่า ต้องตายแน่นอน แต่ว่าจะตายอย่างโง่ ไม่รู้อะไรเลยเหมือนเดิม หรือว่า ตายไป โดยที่ได้เข้าใจธรรม.

ขอเชิญคลิกอ่านย้อนหลังครั้งที่ผ่านมาได้ที่นี่ครับ
ปันธรรม - ปัญญ์ธรรม ... ครั้งที่ ๓๘๑



...กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ที่เคารพยิ่ง

และขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่านครับ...



ความคิดเห็น 1    โดย มกร  วันที่ 16 ธ.ค. 2561

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ


ความคิดเห็น 2    โดย j.jim  วันที่ 16 ธ.ค. 2561

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ


ความคิดเห็น 3    โดย mammam929  วันที่ 16 ธ.ค. 2561

กราบอนุโมทนากุศลจิตทุกขณะที่เกื้อกูลด้วยพระธรรมค่ะ


ความคิดเห็น 5    โดย jaturong  วันที่ 17 ธ.ค. 2561

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ


ความคิดเห็น 6    โดย kukeart  วันที่ 20 ธ.ค. 2561

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ


ความคิดเห็น 7    โดย chatchai.k  วันที่ 16 ก.พ. 2564

ขออนุโมทนาครับ