ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

เมื่อวันศุกร์ ที่ ๘ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๕๔ ที่ผ่านมา
ท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ และ คณะวิทยากรของมูลนิธิฯ ได้รับเชิญจากอาจารย์ดวงรัตน์ ชิตเจริญ อาจารย์วิทยากรผู้ฝึกอบรมบุคคลากรทางการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ จังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อไปสนทนาให้ความรู้กับคณะครูและผู้บริหารโรงเรียนของอำเภอบางคล้า จำนวน ๑๑๑ คน ที่สำนักวิปัสสนาสอนทวี อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา ตามโครงการฝึกอบรมที่มีชื่อว่า


ซึ่งเป็นการให้ความร่วมมืออย่างต่อเนื่องของมูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนาต่อองค์กรครูและบุคคลากรทางการศึกษา ของจังหวัดฉะเชิงเทรา ด้วยความเมตตาของท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ประธานมูลนิธิฯซึ่งท่านได้เห็นความสำคัญของการเผยแพร่ความรู้ถูก ความเข้าใจถูกในพระธรรมคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ทรงเป็นยิ่งกว่าบรมครูของเทวดาและมนุษย์ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อคณะครู ที่เป็นผู้เผยแพร่ความรู้ความเข้าใจแก่นักเรียน
อนึ่ง ท่านที่สนใจ ขอเชิญคลิกชมรายละเอียดการฝึกอบรมในโครงการที่แล้วได้ที่นี่ครับ ...
กิจกรรมโครงการอบรมหลักสูตรการเสริมสร้างคุณธรรม ณ วัดบึงกระจับ



การได้มีโอกาสไปร่วมฟังการสนทนาครั้งนี้ ทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกซาบซึ้งที่ได้เห็นความเมตตาของท่านอาจารย์ ที่มีให้แก่บุคคลต่างๆ นั้น โดยเสมอกันจริงๆ ครับ ไม่ว่าที่นั้นๆ ที่ท่านไป จะเป็นที่ไหนอย่างไร และการเดินทางไปครั้งนี้ก็มีเพียงคุณป้าจี๊ด (น้องสาวของท่านอาจารย์ ผู้เปรียบเสมือนเงา ที่ติดตามท่านอาจารย์ไปในทุกที่) และท่านอาจารย์ดวงเดือน บารมีธรรม เท่านั้นที่ติดตามท่านไป
ตามความคิดของปุถุชนเช่นข้าพเจ้า ช่างน่าคิดว่า ตามสมมติบัญญัติแห่งความเป็นสตรีที่ท่านดั้นด้นไป ก็เพียงเพื่ออนุเคราะห์แก่บุคคลทั้งหลาย โดยไม่ได้คำนึงถึงสิ่งใดเลยไม่ได้ต้องการลาภ ยศ สรรเสริญใด นอกจาก ความเข้าใจพระธรรมของพระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่บุคคลพึงมี พึงได้รับจากการฟังพระธรรมอันเป็นเพียงความมุ่งหมายเดียว ที่ท่านจะอนุโมทนาด้วยเพียงเท่านั้น จริงๆ
ข้าพเจ้าได้สังเกตุว่า การที่จะมีผู้สนใจมากน้อยเท่าใด ท่านไม่ได้สนใจเลย ในทางตรงกันข้าม ท่านสนทนาบรรยายธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าด้วยความตรงและจริงใจอย่างยิ่ง สิ่งที่ท่านได้กล่าวในครั้งนี้ หากทุกคนได้ตั้งใจฟังจะได้รับประโยชน์มาก ข้าพเจ้าเห็นถึงความเมตตาอันไม่มีประมาณของท่านจริงๆ ครับ
ข้าพเจ้าขออนุญาตินำความบางตอนมาฝากให้ทุกๆ ท่านได้พิจารณาเช่นเคยนะครับ



ท่านอาจารย์ ค่ะ ก็เป็นโอกาสแรก นะคะ ที่ได้พบกัน แล้วก็เป็นสิ่งที่เราจะได้สนทนาเพื่อที่จะได้มีความเข้าใจจริงๆ เพราะว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นความรู้เนี่ยค่ะ ควรที่จะ "รู้จริง" ถ้ารู้ไม่จริง แบบ งูๆ ปลาๆ ก็จะได้ประโยชน์น้อยหรือว่า อาจจะผิด เพราะฉะนั้น อย่างคำว่า "ครู" นะคะ ก็เป็นผู้ที่ให้ความรู้ เพราะฉะนั้น ถ้าคุณครูทั้งหลายเนี่ย มีความรู้ มีความเข้าใจ มากขึ้น เพิ่มขึ้นและ เป็นความรู้ที่จริง นะคะ ก็ย่อมเป็นประโยชน์



และ สำหรับหัวข้อที่ว่า "โครงการเสริมสร้างทักษะการคิด เพื่อการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ" ถ้าเป็นผู้ที่ละเอียดมากนะคะ ก็จะเห็นได้ว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ "ความคิด"
ทุกวันนี้ นะคะ จะเป็นสุข หรือจะเป็นทุกข์ "เพราะคิด" การทำดี ทำชั่ว ทำสิ่งที่เป็นประโยชน์หรือไม่ใช่ประโยชน์ ก็เพราะ "คิด" เพราะฉะนั้น ไม่ว่าแต่ละหนึ่งคน นะคะ จะสุข จะทุกข์ จะวุ่นวาย หรือว่าหลายๆ คนรวมกันเป็นกลุ่มบุคคล เป็นประเทศชาติ จะสุขหรือทุกข์ ก็เพราะ "ความคิด"



เพราะฉะนั้น "ความคิด" เป็นสิ่งสำคัญมาก นะคะ แล้วขณะนี้ ถ้าไม่ได้ฟังพระธรรมจากพระบรมศาสดาไม่สามารถที่จะเข้าใจความละเอียดได้ ว่า ขณะนี้ค่ะ ทุกคนกำลัง "คิด"

แม้ "กำลังคิด" ก็ไม่รู้ นะคะ แสดงให้เห็นว่า ตั้งแต่เกิดมาแล้ว เราก็มีความรู้ ด้านต่างๆ มีความคิด เรื่องต่างๆ แต่ว่า เรา "คิดที่จะศึกษาพระธรรม" ให้เข้าใจผู้ที่เราเคารพสูงสุด เหนือครูบาอาจารย์ใดๆ ทั้งสิ้น (หรือเปล่า?) เพราะว่า คุณครูทั้งหลายก็ต้องมีครู แล้วครูของคุณครูทั้งหลายก็ต้องมีครู แต่ว่า ครูที่ไม่มีใครเปรียบได้เลย เป็นทั้งครูของเทวดาและมนุษย์ก็คือ พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า



เพราะฉะนั้น ปัญหาใดๆ ทั้งสิ้น นะคะ ใครแก้ก็แก้ไม่จบ ถ้าไม่ได้มีความเข้าใจในความเป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งเมื่อได้ทรงแสดงพระธรรมแล้ว ทุกคนก็จะมีความเห็นถูก เข้าใจถูก ทำสิ่งที่ถูกและเป็นคนดี ที่สำคัญที่สุด ขณะนี้ นะคะ ไม่ใช่ว่าโลก ขาดผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ มีความรู้ ความสามารถมากมาย ทุกสาขาวิชาการ แต่สิ่งที่โลกขาดคือ "คุณธรรม" และ "จริยธรรม" ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ใครก็ตามมีสมอง มีความคิดสร้างสรรค์ต่างๆ แต่ว่า ไม่มีความดีและไม่ใช่คนดี โลกก็เจริญจริงๆ ไม่ได้ สิ่งที่ประดิษฐ์ คิดค้นขึ้นมา ก็ไม่ได้เป็นไป เพื่อประโยชน์ อย่างแท้จริง



เพราะฉะนั้น จะเห็นได้นะคะว่า การที่เราเกิดมา แล้วเราก็มีความรู้ และเราทำหน้าที่ต่างๆ ถ้าเราเป็นคนดีเพิ่มขึ้น ก็จะได้รับผลดี ไม่ว่าจะจากการงาน หน้าที่ หรือไม่ว่าเราจะพบปะใครทั้งสิ้น โลกทั้งโลก ประเทศทั้งประเทศ หรือว่าแต่ละหนึ่งคน ย่อยลงมา ก็คือว่า ต้องเป็นคนดี



เพราะฉะนั้น พระธรรม ที่พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงแสดงนะคะ ไม่เป็นโทษ ไม่เป็นภัย ไม่เคยให้ใคร ทำสิ่งที่ไม่ดีเลย แต่ว่า ผู้ใดก็ตาม ยิ่งมีความเคารพในพระบรมศาสดา ในพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าอย่างแท้จริง นะคะ คนนั้น จะเริ่มฟังพระธรรม เริ่มศึกษาพระธรรม เริ่มรู้จักพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า เพราะรู้ว่า (เป็น) บุคคลเดียวที่จะทำให้คนที่ดีอยู่แล้วบ้าง จะดียิ่งขึ้น เพราะฉะนั้น ทุกคนคงไม่อยากจะมีเพียงแต่ ความรู้ ความสามารถในการทำงานอย่างได้ผลดี มีประสิทธิภาพ นะคะ แต่ว่า ต้องมีความสุข จากการเป็น "คนดี" ด้วย



การฟังธรรมะ ต้องเป็นความละเอียด ลึกซึ้ง นะคะ เพราะว่าจริงๆ แล้วแม้แต่คำว่า "ธรรมะ" คำเดียวเนี่ย ก็ยากที่จะเข้าใจได้ อย่างที่ฟังเมื่อกี้นี้ เรื่องคุณสมบัติของครูเนี่ยค่ะ สรุปว่า เป็นคนที่น่ารัก หมายความว่า สำหรับทุกคนที่จะรู้สึกสบายใจ ใกล้ชิด นะคะ แล้วก็เป็นผู้ที่ช่วยเหลือ เกื้อกูล หวังดีตลอดเวลาสำหรับผู้ที่เป็นศิษย์ หรือว่าผู้ที่ได้รับคำสอน
ทุกคนคงอยากเป็นอย่างนี้ แต่จะเป็นได้หรือเปล่า? นี่เป็นสิ่งสำคัญ นะคะ ไม่ใช่ว่า เมื่อเราพูดอะไร ก็มีแต่ทฤษฎีหรือว่าความหวัง หรือความฝัน แต่ว่า ไม่มีหนทางที่จะเป็นจริงอย่างนั้น ถ้าอย่างนั้นก็เป็นการเสียเวลา



แต่ตามความเป็นจริงคือ ความเป็นผู้ "ตรง" ว่าแต่ละคนเนี่ยค่ะ ต้องการจะเป็นผู้ที่เป็นคนดี น่ารัก เฉพาะในฐานะของครู หรือว่าทุกสถานการณ์ เพราะว่า ครูก็เป็นคนที่น่ารักที่โรงเรียน นะคะ ออกนอกโรงเรียนไปแล้ว "น่ารักหรือเปล่า?" เพราะฉะนั้น ก็ไม่ใช่คิดแต่เพียงว่า จะเป็นครูที่น่ารัก เป็นครูที่ดี แต่ต้องเป็นคนดีในทุกสถานการณ์ด้วย
นี่คือ ประโยชน์จริงๆ ของการที่เรา จะได้พิจารณาว่า เราต้องการให้คนอื่นดีต่อเรา แล้วเรา เป็นคนที่คนอื่นต้องการให้เป็นอย่างนั้นต่อเขา หรือเปล่า? คือ ไม่หวังที่จะเป็นที่หวังของคนอื่น นะคะ แต่ว่า เราต้องสามารถที่จะให้เป็นที่หวัง ได้จริงๆ


ด้วยเหตุนี้ค่ะ ขอให้เป็นผู้ที่ละเอียดในการฟังทุกอย่างเพื่อที่จะได้เข้าใจจริงๆ ถ้าเผินไปนะคะ เวลาหลายชั่วโมงหรือเพียงแค่ชั่วโมงเดียวเนี่ย ก็จะไม่ได้ประโยชน์อะไร แต่ถ้าเป็นผู้ที่ละเอียดจริงๆ นะคะ ความรู้มีมากและความรู้ก็เป็นสิ่งที่ควรรู้
เพราะฉะนั้น ถ้ารู้จริงๆ ได้ ในขณะที่กำลังฟัง แม้เพียงเล็กน้อยแต่เป็นความรู้ที่ถูก นะคะ ไม่ผิด เป็นสัจจธรรม อันนั้น เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง เพราะฉะนั้น ก่อนอื่นนะคะ ขอเชิญคุณคำปั่น ให้คำแปลง่ายๆ ของโครงการนี้ได้ไม๊คะ?เพราะว่า มีศัพท์ที่ไม่ใช่ภาษาธรรมดาที่ใช้กันทั่วๆ ไปด้วย แปลชื่อโครงการ ให้เป็นภาษาง่ายๆ ที่ทุกคนเข้าใจได้ค่ะ



คุณคำปั่น ครับ ชื่อโครงการภาษาไทยก็คือ " โครงการเสริมสร้างทักษะการคิดเพื่อการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ " ซึ่งคำว่า "ทักษะ" พวกเราก็ทราบจากอาจารย์นิภัทร แล้วนะครับว่าหมายถึง ความขยัน หมั่นเพียร และอีกคำหนึ่งก็คือ"ประสิทธิภาพ" ซึ่งหมายถึง ความสำเร็จ ภาวะแห่งความสำเร็จ หรือว่าภาวะที่จะยังประโยชน์ ให้สำเร็จ ทีนี้ ถ้าจะแปลให้มีความสอดคล้องกัน กับคำว่าทักษะก็ควรจะพิจารณาว่า เป็นการเสริมสร้างความคิดในทางที่ถูก ที่ดีงามเพื่อยังประโยชน์ให้สำเร็จ ครับ ท่านอาจารย์ ครับ



ท่านอาจารย์ ค่ะ คุณคำปั่น จบเปรียญ ๙ ตั้งแต่เป็นสามเณร นะคะ เพราะฉะนั้น ถ้าใครมีความสงสัย เรื่องพยัญชนะ ภาษาบาลี ก็ถามได้ และทั้งความรู้ในทางธรรมะด้วย ถ้าเป็นผู้ที่ละเอียด จะได้ประโยชน์อย่างยิ่ง ในการฟัง กำลังขยัน หรือเปล่าคะ?
"ทักษะ" หมายถึง ความขยัน ใช่ไม๊คะ? เพราะฉะนั้น ขณะนี้ ทุกคน กำลังขยัน หรือเปล่า? แม้แต่ "การฟัง" ก็ต้องอาศัย "ความขยัน" เพราะเหตุว่า คำพูดเนี่ยค่ะ พูดแล้ว ได้ยินแล้ว หมดไปแล้ว แต่ถ้าไม่ขยัน ที่จะไตร่ตรองพิจารณาให้มีความเข้าใจจริงๆ นะคะ ก็เหมือนเสียงทั่วๆ ไป ที่ได้ยิน ได้ยินแล้วก็ผ่านไป ทั้งวันเนี่ยนะคะ ได้ยินมาตั้งแต่เช้า ได้สาระอะไรบ้าง? จากสิ่งที่ได้ยิน
แต่ถ้าเป็นคนที่ขยัน เพื่อที่จะได้สิ่งที่มีประโยชน์ ในสิ่งที่มีสาระจริงๆ นะคะ ก็ย่อมจะได้

(คุณยายท่านนี้ เลือกที่จะนั่งข้างลำโพงและฟังด้วยความตั้งใจมากครับ
ขออนุโมทนาครับ)


แม้แต่เพียงความรู้ ซึ่งมีมากมาย แต่รู้จริงๆ เพียงเล็กน้อยเนี่ยค่ะ ก็สามารถที่จะ ไม่เข้าใจผิด ความรู้ที่ถูกต้องขั้นต้น จะนำไปสู่ความรู้ที่ถูกต้องขั้นต่อๆ ไปด้วย แต่ถ้าเป็นความรู้ งูๆ ปลาๆ ผิดๆ ถูกๆ ไม่สามารถที่จะทำให้ได้รับประโยชน์ที่แท้จริง
เพราะฉะนั้น ขอให้ขณะนี้ค่ะ เป็นผู้ที่ขยันในการฟังความรู้ จากการตรัสรู้ของพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า เพราะเหตุว่า ฟังเรื่องอื่นเนี่ยค่ะ ฟังมามากแล้ว ต่อไป ถ้าไม่มีโอกาสที่จะได้ฟังพระธรรมที่ทรงแสดงจริงๆ ก็จะเป็นการ อ่านหนังสือ เข้าใจว่าเป็นธรรมะ แล้วก็ "คิดเอง"
แต่ว่า พระธรรมที่ทรงแสดง ไม่ง่าย ไม่คร่าว ไม่เผิน อย่างนั้น เพราะว่า กว่าจะได้ตรัสรู้ เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงบำเพ็ญพระบารมีอย่างผู้ที่ยิ่งด้วยปัญญา คือ สี่อสงไขย แสนกัปป์ กัปป์นี่ ไม่ต้องนับค่ะ ไม่ใช่วันเดียว ปีเดียว ชาติเดียว แต่นานแสนนาน เพราะฉะนั้น "แต่ละคำ" ที่ได้ทรงแสดง เพื่ออนุเคราะห์สัตว์โลก มีประโยชน์และมีคุณค่าเท่ากับการที่ได้ทรงบำเพ็ญพระบารมีมา



ด้วยเหตุนี้นะคะ ไม่ว่าชีวิตของใครเกิดมาอย่างไร จะเป็นคนที่น่ารัก น่าชังก็เป็นสิ่งที่มีจริงๆ ต้องเป็นอย่างนั้น ตามเหตุ ตามปัจจัย ถ้าเป็นผู้ที่มั่นคงในเหตุผล นะคะ เหตุที่ดี จะนำมาซึ่งผลที่ไม่ดี ไม่ได้และ เหตุที่ไม่ดี จะนำมาซึ่งผลที่ดี ไม่ได้
เพียงเท่านี้ค่ะ ต้องเป็นผู้ที่ "ตรง" ต่อเหตุผล ถ้าใครเป็นผู้ที่ตรง และเห็นประโยชน์ของการรู้ การฟัง สิ่งซึ่งไม่เคยฟังมาก่อน คือ พระธรรมที่พระผู้มีพระภาคทรงแสดงก็จะรู้ได้นะคะ ว่าเป็นประโยชน์จริงๆ แต่ต้องเป็นการไตร่ตรองด้วย ไม่ใช่เพียงแต่การฟัง



ความขยัน มีจริงไม๊คะ? ความเกียจคร้าน ขี้เกียจ มีจริงไม๊คะ? ความง่วง มีจริงไม๊? ความสนุกสนาน มีจริงไม๊? "เห็น" มีจริงไม๊? คงไม่ต้องถามคนอื่น ใช่ไม๊คะ? หรือ ต้องไปถามใคร? ว่า "เห็น" เนี่ย มีจริงๆ หรือเปล่า? ไม่ต้องถาม เพราะกำลังเห็น ขยัน มีจริงๆ หรือเปล่า? ก็คงไม่ต้องถามใคร เพราะว่า บางเวลาก็ขยัน บางเวลาก็เกียจคร้านเพราะฉะนั้น ให้ทราบว่า พระธรรมที่ทรงแสดง จากการทรงตรัสรู้ความจริงของสิ่งที่มีจริงทั้งหมด นี่คือ การที่เราเผินต่อคำว่า ธรรมะ



แม้แต่คำว่า พุทธัง สรณัง คัจฉามิ ธัมมัง สรณัง คัจฉามิ สังฆัง สรณัง คัจฉามิ..เผินมาก เพราะเหตุว่า ยังไม่รู้ว่า พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงตรัสรู้อะไร?
ธัมมัง สรณัง คัจฉามิ ก็เผินอีก เพราะเหตุว่า ยังไม่ได้ศึกษาธรรมะไม่รู้ว่า ธรรมะ คือ สิ่งที่มีจริงๆ ทั้งหมด
เพราะเหตุว่า ถ้าไม่ทรงตรัสรู้ สิ่งที่มีจริง แล้วจะตรัสรู้อะไร?นี่เป็นสิ่งที่ต้องใคร่ครวญ ความละเอียด นะคะ
ถ้าใครกำลัง ฟัง ใคร่ครวญ เข้าใจ "กำลังขยัน" ต้องมีผล แน่นอนค่ะ

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค เล่ม ๑ ภาค ๑ - หน้าที่ 37
จริงอยู่ ว่าด้วยอำนาจกิเลส เมื่อบุคคลพักอยู่ ชื่อว่า ย่อมจม.ว่าด้วยอำนาจอภิสังขาร เมื่อบุคคลเพียร ชื่อว่า ย่อมลอย. อีกอย่างหนึ่งว่าด้วยตัณหาและทิฏฐิ เมื่อบุคคลพักอยู่ ชื่อว่า ย่อมจม. ว่าด้วยอำนาจแห่งกิเลสที่เหลือและอภิสังขารทั้งหลาย เมื่อบุคคลเพียร ชื่อว่า ย่อมลอย. อีกอย่างหนึ่ง ว่าด้วยอำนาจแห่งตัณหา เมื่อบุคคลพักอยู่ ชื่อว่า ย่อมจม. ว่าด้วยอำนาจแห่งทิฏฐิ เมื่อบุคคลเพียร ชื่อว่า ย่อมลอย.

กาละ ที่ท่านอาจารย์ได้มีเมตตา ไปสนทนาธรรมเพื่อความรู้ถูก ความเข้าใจถูกแก่คณะครูและผู้บริหารโรงเรียนของอำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา ได้สิ้นสุดไปแล้ว โอกาสนั้น ได้กลายเป็น ณ กาลครั้งหนึ่ง ในสังสารวัฏฏ์ไปแล้วบุคคลผู้เห็นประโยชน์เท่านั้น ที่จะได้รับประโยชน์ จากความเข้าใจพระธรรมแม้เพียงเล็กน้อย ก็มีค่าอย่างยิ่ง ต่อสังสารวัฏฏ์ของบุคคลนั้นเองไม่เสียชาติที่ได้เกิดมาเลย ครับ

กราบเท้าบูชาคุณ ท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์
ขออนุโมทนาท่านวิทยากรทุกท่าน
และขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่านด้วยครับ
แม้แต่เพียงความรู้ ซึ่งมีมากมาย แต่รู้จริงๆ เพียงเล็กน้อยเนี่ยค่ะ ก็สามารถที่จะ ไม่เข้าใจผิด ความรู้ที่ถูกต้องขั้นต้น จะนำไปสู่ความรู้ที่ถูกต้องขั้นต่อๆ ไปด้วย แต่ถ้าเป็นความรู้ งูๆ ปลาๆ ผิดๆ ถูกๆ ไม่สามารถที่จะทำให้ ได้รับประโยชน์ที่แท้จริง เพราะฉะนั้น ขอให้ขณะนี้ค่ะ เป็นผู้ที่ขยันในการฟังความรู้จากการตรัสรู้ของพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
เพราะเหตุว่า ฟังเรื่องอื่นเนี่ยค่ะ ฟังมามาก แล้วต่อไป ถ้าไม่มีโอกาสที่จะได้ฟังพระธรรมที่ทรงแสดงจริงๆ ก็จะเป็นการอ่านหนังสือ เข้าใจว่าเป็นธรรมะ
ขอบพระคุณและขออนุโมทนาครับ
ครูที่ไม่มีใครเปรียบได้เลย เป็นทั้งครูของเทวดา และมนุษย์ ก็คือ พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ไม่มีความดีและไม่ใช่คนดี โลกก็เจริญจริงๆ ไม่ได้
กราบเท้าบูชาคุณ ท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ขออนุโมทนาในกุศลจิตของพี่วันชัย และ ทุกๆ ท่านครับ
เพราะฉะนั้น พระธรรม ที่พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงแสดงนะคะ
ไม่เป็นโทษ ไม่เป็นภัย ไม่เคยให้ใคร ทำสิ่งที่ไม่ดีเลย แต่ว่า ผู้ใดก็ตาม ยิ่งมีความเคารพในพระบรมศาสดา ในพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า อย่างแท้จริง นะคะ คนนั้น จะเริ่มฟังพระธรรม เริ่มศึกษาพระธรรม เริ่มรู้จักพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า เพราะรู้ว่า (เป็น) บุคคลเดียว ที่จะทำให้คนที่ดีอยู่แล้วบ้างจะดียิ่งขึ้น
เพราะฉะนั้น ทุกคนคงไม่อยากจะมีเพียงแต่ความรู้ ความสามารถ ในการทำงานอย่างได้ผลดี มีประสิทธิภาพ นะคะ แต่ว่า ต้องมีความสุข จากการเป็น "คนดี" ด้วย
ดีจังเลยค่ะ.!ขอกราบอนุโมทนาท่านอาจารย์ค่ะ
ขอบพระคุณ และ ขออนุโมทนา ในกุศลวิริยะของคุณวันชัย ด้วยค่ะ.
กราบอนุโมทนาท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์
ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ
กราบอนุโมทนาท่านอาจารย์และอาจารย์วิทยากร
ขอบพระคุณและขออนุโมทนาในกุศลจิตของคุณวันชัย ณ กาลครั้งนี้ และทุกๆ ท่านครับ
ดีมากๆ ทุกคำพูดเลยค่ะ จะอ่านหลายๆ รอบค่ะ
ขอขอบพระคุณคุณวันชัย ขออนุโมทนากับทุกๆ ท่านค่ะ
ขอบคุณ และขออนุโมทนาค่ะ
ขอบคุณ และกราบอนุโมทนาค่ะ
กราบเท้าอนุโมทนาท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ และขออนุโมทนาอาจารย์วิทยากรทุกท่าน และกุศลวิริยะของคุณวันชัยด้วยคะ
แม้แต่คำว่า พุทธัง สรณัง คัจฉามิ ธัมมัง สรณัง คัจฉามิ สังฆัง สรณัง คัจฉามิ..เผินมาก
เพราะเหตุว่า ยังไม่รู้ว่า พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงตรัสรู้อะไร?
ธัมมัง สรณัง คัจฉามิ ก็เผินอีก เพราะเหตุว่า ยังไม่ได้ศึกษาธรรมะ
ไม่รู้ว่า ธรรมะ คือ สิ่งที่มีจริงๆ ทั้งหมด
เพราะเหตุว่า ถ้าไม่ทรงตรัสรู้ สิ่งที่มีจริง แล้วจะตรัสรู้อะไร?
นี่เป็นสิ่งที่ต้องใคร่ครวญ ความละเอียด นะคะ
ถ้าใครกำลัง ฟัง ใคร่ครวญ เข้าใจ
"กำลังขยัน"
ต้องมีผล แน่นอนค่ะ
กราบอนุโมทนาท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ และ
คณะอาจารย์วิทยากรทุกๆ ท่านค่ะ
ขออนุโมทนาในกุศลวิริยะของคุณวันชัย และครอบครัว
ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่านค่ะ
กราบขอบพระคุณและขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่านค่ะ
ถ้าเราเป็นคนดีเพิ่มขึ้น ก็จะได้รับผลดี ไม่ว่าจะจากการงาน หน้าที่หรือไม่ว่าเราจะพบปะใครทั้งสิ้น โลกทั้งโลก ประเทศทั้งประเทศ หรือว่าแต่ละหนึ่งคน ย่อยลงมา ก็คือว่า ต้องเป็นคนดี
ขออนุโมทนาในกุศลจิตทุกท่านด้วยค่ะ
ขออนุโมทนาในกุศลจิตทุกท่านด้วยครับ
ยินดีในกุศลจิตค่ะ