อ.วิชัย เหตุใดภิกษุในธรรมวินัยนี้ จึงไม่รับและไม่ยินดีในเงินและทอง
ท่านอาจารย์ สละแล้วใช่ไหม ไม่มีแล้วใช่ไหม ถูกไหม จึงบวชแล้วจะมีอีกได้อย่างไร ถ้ามีอีกก็ไม่ใช่ภิกษุ ก็ต้องกลับไปเป็นคฤหัสถ์ ซึ่งไม่สละ เพราะฉะนั้น สละ ไม่ใช่เพียงแค่ไม่ใช้เงินใช้ทองหรืออะไรอย่างนั้น หรือว่าเพียงภายนอก แต่ต้องเป็นใจที่สละ จึงสามารถที่จะเป็นพระภิกษุในธรรมวินัยได้
การไม่รับเงินรับทอง เป็นสิกขาบทข้อหนึ่งในบรรดาสิกขาบททั้งหมดที่ได้ทรงบัญญัติไว้ ซึ่งถ้าไม่ประพฤติปฏิบัติตามแม้ข้อใดข้อหนึ่งก็เป็นโทษ ต้องเข้าใจว่าเป็นเพศที่มั่นคงในการที่จะดำรงตามรอยพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ทรงเพศบรรพชิต แต่ต้องเป็นบรรพชิตจริงๆ คือสามารถที่จะรู้ว่าเป็นบรรพชิตอย่างไร ตั้งแต่ลืมตาจนหลับตา เราไม่ใช่คฤหัสถ์ จะเหมือนคฤหัสถ์ไม่ได้
ภิกษุจะรับเงินทองไปทำไม ในเมื่อละแล้ว อย่าลืมว่า ละแล้วก่อนบวช ที่บวชคือละเงินทอง ละเพศคฤหัสถ์ทั้งหมด แล้วจะไปรับอีกได้อย่างไร แล้วเอาไปทำอะไร เอาไปซื้อของได้ไหม ซื้อของก็คือเพศของคฤหัสถ์ เพราะฉะนั้น ไม่รับเงินและทอง แล้วไม่ยินดีด้วย ไม่ใช่ว่าไม่รับ แต่ใจยินดีอยากได้
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงรับเงินและทองหรือเปล่า ไม่ใช่คำถามยากเลย แล้วผู้ที่บวชเป็นพระภิกษุ ทำไมบวช เป็นคฤหัสถ์ก็สามารถที่จะฟังธรรม เข้าใจธรรม รู้แจ้งอริยสัจธรรม เป็นได้ถึงพระอรหันต์เมื่อไหร่ เมื่อนั้นจึงไม่เป็นเพศคฤหัสถ์อีกต่อไป นี่แสดงว่าเป็นเพศที่หมดกิเลส ขัดเกลากิเลส การยินดีต้องการเงินและทองเป็นกิเลสหรือเปล่า จะขัดเกลากิเลสไม่ใช่หรือ แล้วจะเอาเงินทองไปทำอะไร
ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1034