เริ่มรู้ค่าของการมีชีวิตเมื่อสามารถเข้าใจธรรมะได้…สนทนาธรรมที่แก่งกระจาน บ่าย 28/1/69
โดย nattawan  2 ก.พ. 2569
หัวข้อหมายเลข 51964

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

แท้ที่จริงเกิดแล้วตายไม่ใช่เราเลยแต่เป็นธรรมะที่ต้องเกิดเป็นไปตามเหตุตามปัจจัย ถึงเวลาที่จะต้องตายห้ามไม่ได้ เพราะฉะนั้นก็เป็นการเกิดตายด้วยความยึดมั่น ด้วยความติดข้องในสิ่งที่มีชั่วคราวเพียงหนึ่งขณะต่อๆ ๆ ๆ กันจนเป็นชาติหนึ่งเป็นคนหนึ่ง

เริ่มรู้ค่าของการมีชีวิตเมื่อสามารถเข้าใจธรรมะได้ รู้ค่าของการไม่หลับเมื่อเข้าใจธรรมะ แต่กระวนกระวายเมื่อไหร่จะหลับ นั่นเพิ่มกิเลสเข้าไปอีกเพราะฉะนั้นก็หลับดีกว่า ขณะที่ตื่นขณะที่เป็นประโยชน์คือเมื่อเข้าใจสิ่งที่มีหรือศึกษาไตร่ตรองธรรมะ ฟังดูดีแต่บังคับไม่ได้ นี่คือสิ่งที่เราจะต้องสะสมปัจจัยที่จะทำให้เกิด รู้แน่ว่าไม่หลับดีแน่เมื่อเข้าใจธรรมะ แต่จะเอาอะไรมาเป็นปัจจัยให้เราเข้าใจธรรมะ?!

เพราะฉะนั้นมีความเข้าใจธรรมะโดยไม่หวัง เมื่อไหร่ไม่หลับมีปัจจัยให้ไม่หลับ หลับแล้วกระวนกระวายไม่เข้าใจอะไรเลยเพราะมีปัจจัยให้เป็นอย่างนั้น ซับซ้อนมากเพราะธรรมะละเอียดอย่างยิ่ง ถ้าไม่ศึกษาด้วยความเคารพจริงๆ ด้วยความเข้าใจว่าอยู่ตรงนี้ทั้งหมด แค่นี้เริ่มรู้ความจริงและตรงนี้ก็เกิดดับตั้งแต่เกิดจนตายหายไปเลยจากโลกนี้ เราอยู่ที่ไหน?! แต่ก่อนตายเพลินมากเลย ไปเที่ยวเพลินทำอาหาร สะสมไป สะสมไป แล้วจะให้สังสารวัฏสั้นได้อย่างไร?! เพราะไม่รู้!!

เพราะฉะนั้นอยู่มานานแล้วอยู่ต่อไปอีกตามเหตุตามปัจจัย มีเราตรงไหน ... หลงเป็นเราไปทุกชาติ เกิดมาก็ไม่ใช่เรา ยังไม่ใช่ชื่อนี้ ยังไม่มีเหตุการณ์อะไรเลย แค่เกิดมาขณะแรก แต่ปัจจัยทำให้เกิดต่อไป เห็นอะไรต่อไป ได้ยินอะไรต่อไป คิดอะไรต่อไป แล้วก็จบ ชาติหน้าชื่อคุณเจหรือเปล่า?! ชื่อไม่สำคัญเลย บางคนชอบเปลี่ยนชื่อมาก แม้แต่ชื่อก็เปลี่ยนเพราะอะไร?!

อยู่ด้วยกิเลส กิเลสทั้งนั้น ไม่ว่ากิเลสทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ทางใจ นี่คือการศึกษาธรรมะ ชีวิตจริงๆ เป็นธรรมะ รู้ว่าธรรมะมีทุกขณะ ธรรมะไม่ไม่ไกล ไม่งั้นเราไม่รู้จักธรรมะ ธรรมะอยู่ในตำรา แต่ไม่ใช่อย่างนั้น แต่ละหนึ่งมีความสำคัญต่างๆ กัน อย่างรูปเป็นที่ตั้งของความยึดถืออย่างมาก มีใครไม่ติดข้องในรูปบ้าง?!



ความคิดเห็น 1    โดย nattawan  วันที่ 2 ก.พ. 2569

ไม่ประมาทมีจริง ... สติ ... เริ่มรู้จักตัวสติไม่ใช่ชื่อสติ เพราะสติเกิดระลึกถึงชีวิตที่จะยาวจะสั้นประโยชน์อยู่ที่ได้เข้าใจธรรมะ ได้เป็นคนดี ได้ทำความดี ขณะนั้นไม่ใช่คุณเจคิด แต่เคยฟังมา เคยสะสมมาที่จะคิดถึงความตายว่า จะตายเมื่อไหร่ก็ขอเป็นคนดีและได้เข้าใจธรรมะ

เริ่มรู้จักสติในชีวิตประจำวัน มีแน่นอนขณะที่เป็นกุศล แต่ไม่รู้เลยว่าขณะนั้นไม่ใช่เรา แต่จิตเจตสิกหลากหลายปรุงแต่ง เพราะฉะนั้นตรงนี้ทั้งหมดที่ทำทุกวัน เห็นทุกวัน ให้เริ่มรู้อย่างมั่นคงว่าเป็นธรรมะ คือ สิ่งที่มีจริง ที่เกิดด้วยถ้าไม่เกิดไม่มีเกิด เพราะปัจจัยเลือกไม่ได้ แต่มีเหตุที่จะทำให้ผลนั้นเกิดขึ้น

แล้วเราจะรู้ได้อย่างไร ... ก็คำของพระพุทธเจ้าที่ทรงแสดงไว้ 45 พรรษา จะไปฟังคำของใคร จึงเริ่มรู้ว่าฟังธรรมะแล้วไม่คิดเองแน่นอน เสียเวลา ผิด เอาเวลานั้นมาไตร่ตรองคำที่พระองค์ตรัสให้เข้าใจในความลึกซึ้งเป็นประโยชน์กว่า เพราะถ้าไม่ไตร่ตรองโดยละเอียดไม่สามารถเข้าใจความลึกซึ้งได้

แต่ละคนก็แต่ละหนึ่งแต่ติดทั้งหมดในรูป ใครไม่ติดรูปบ้าง ... อรูปพรหม

ที่ว่าติดในรูป บางรูปก็ไม่ติดเช่นรูปไม่สวย ... เพราะติดในรูปสวย!! เพราะฉะนั้นความชอบติดข้องกับความไม่ชอบเป็นธรรมะที่มีจริง ต่างกัน บังคับไม่ได้ แต่เพราะเราชอบสิ่งหนึ่งสิ่งใดแล้วไม่เป็นอย่างที่เราต้องการจึงไม่ชอบ

ยังติดรูปทางหู จมูก ลิ้น กาย ใจ สารพัด รู้ดีกว่าไม่รู้ จนกว่าจะเห็นโทษ แต่ไม่ใช่ไปพยายามเห็นโทษไม่ใช่อย่างนั้น แต่ต้องตามความเป็นจริง

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์ด้วยความเคารพยิ่ง

ยินดีในความดีของทุกท่านค่ะ