รู้เท่านี้พอไหม
โดย ธรรมทัศนะ  4 ต.ค. 2569
หัวข้อหมายเลข 53184

ผู้ฟัง เหตุผลอะไร ที่พระผู้มีพระภาคทรงแสดงว่าควรที่จะมีจิตเป็นกุศลมากกว่าจิตที่จะเป็นอกุศล ที่ท่านอาจารย์กล่าวว่าเห็นดอกไม้ก็ควรที่จะอนุโมทนา

ท่านอาจารย์ ไม่ใช่ควร แล้วแต่ แต่ว่าทุกคนเห็นแล้วคิด จะคิดอะไรแล้วแต่สังขารขันธ์ที่สะสมมาปรุงแต่งมาเป็นอาสยานุสย พูดทุกคำก็คือเดี๋ยวนี้

ผู้ฟัง ไม่ใช่ว่าควรจะมีจิตที่ตั้งไว้ในกุศลหรือ

ท่านอาจารย์ ควรแต่ ไม่เป็นได้ไหม ควร ควรศึกษาธรรม พูดกันมาก ศึกษาหรือไม่ ควรเป็นกุศล เป็นกุศลหรือไม่ ต้องเข้าใจตามความเป็นจริง เห็นไม่ใช่คิด แล้วคิดควร หรือไม่ควร ก็แล้วแต่สังขารขันธ์ทั้งนั้นไม่มีเรา

ผู้ฟัง แต่ต่อไปผมก็ควรที่จะอนุโมทนาเวลาที่เห็นคนอื่นจัดดอกไม้สวย หรือว่ามีเจ้าภาพทำอาหารเลี้ยง

ท่านอาจารย์ คิด กำลังคิด แต่อะไรจะเกิดขึ้นจริงๆ แล้วแต่สังขารขันธ์ คิดไม่ออกก็มี ใช่ไหม อุตส่าห์ตั้งใจไว้ว่าต่อไปจะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้พอถึงเวลาจริงๆ ก็คิดไม่ออกก็ลืมไปแล้ว

ผู้ฟัง ถ้าพูดอย่างนี้ ตรงๆ ก็แสดงว่าพระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงไว้ว่า แสดงเรื่องของกุศลเป็นสิ่งที่ดีงาม และอกุศลเป็นสิ่งที่ไม่ดีงาม เพื่อที่ให้เข้าใจความจริงอย่างนั้นหรือ

ท่านอาจารย์ ถูกต้อง

ผู้ฟัง แค่นั้นเอง

ท่านอาจารย์ เข้าใจเป็นปัญญาหรือไม่

ผู้ฟัง เป็น

ท่านอาจารย์ พอไหม แค่นี้

ผู้ฟัง พอแต่ว่ามันยากที่เข้าใจ

ท่านอาจารย์ แค่นี้พอก็ไม่ต้องทำอะไร เพราะแค่นี้ก็คือแค่นี้ที่พอ แต่ไม่พอต่างหาก

ผู้ฟัง เพราะในความเข้าใจของคนทั่วๆ ไป ก็เข้าใจว่าควรเป็นหมายถึงว่า เป็นกุศลมากกว่าเป็นอกุศล

ท่านอาจารย์ แล้วแต่สังขารขันธ์เพราะเป็นธรรมซึ่งเป็นอนัตตา

ผู้ฟัง ที่ท่านอาจารย์บอกว่าแค่นี้พอที่ว่ารู้ว่ากุศลก็เป็นสภาพธรรม อกุศลก็เป็นสภาพธรรม ขอให้ท่านอาจารย์ช่วยให้ความเข้าใจตรงนี้ด้วย

ท่านอาจารย์ นี่เป็นความเห็นถูกหรือไม่ อกุศลเป็นสิ่งที่ไม่ดี กุศลเป็นสิ่งที่ดี ถูกต้อง หรือไม่

ผู้ฟัง ถูกต้อง

ท่านอาจารย์ รู้เท่านี้พอไหม

ผู้ฟัง รู้เท่านี้พอไหม ไม่พอ

ท่านอาจารย์ ก็เข้าใจอีก เข้าใจอีกจนกว่าจะรู้ว่าทุกอย่างเป็นธรรม

ผู้ฟัง ต้องยอมรับว่าฟังก็อาจเข้าใจได้ในระดับหนึ่ง

ท่านอาจารย์ แต่เป็นการสะสมแล้ว เป็นสังขารขันธ์ที่จะปรุงแต่งให้ขณะต่อไปเป็นความเข้าใจถูกต้องขึ้นอีกได้

พื้นฐานพระอภิธรรม ตอนที่ 702



ความคิดเห็น 1     โดย สิริพรรณ  วันที่ 4 ต.ค. 2569

กราบอนุโมทนาขอบพระคุณค่ะ