เส้นทางชีวิตที่ทุกคนควรจะพิจารณาเลือกเดิน
โดย เมตตา  17 มิ.ย. 2569
หัวข้อหมายเลข 52525

ท่านอาจารย์: เป็นชีวิตจริงๆ ประจำวันใช่ไหม?

อ.ชุมพร: เป็นชีวิตประจำวันจริงๆ ค่ะ ซึ่งเริ่มเห็นว่า ความไม่รู้มากมายแล้วก็หนาแน่นจริงๆ ค่ะ

เมื่อวานได้สนทนากับคณะอาจารย์ หัวข้อหนึ่งซึ่งเป็นคำกล่าวเตือนของท่านอาจารย์ เหมือนกับเตือน แต่หนูอยากให้ท่านอาจารย์ขยายคำที่กล่าวเอาไว้ว่า เส้นทางชีวิตที่ทุกคนควรจะพิจารณาเลือกเดินค่ะ

ท่านอาจารย์: พิจารณา ใช่ไหม?

อ.ชุมพร: ค่ะ

ท่านอาจารย์: ถ้าไม่พิจารณา อะไรจะเลือกได้?!

ไม่พิจารณาเลือกไป กับพิจารณาแล้วเลือกไม่ใช่เรา แต่เพราะพิจารณารู้จริง จะเลือกอะไรล่ะ?! จะเลือกรู้ความจริงหรือจะเลือกไม่รู้ต่อไป!!

อ.ชุมพร: ค่ะ ตรงนี้ก็เป็นคำเตือนนะคะ พิจารณาเพื่อรู้ความจริง กับปกติพิจารณาที่ไม่รู้ความจริง ท่านอาจารย์หมายความว่า พิจารณารู้ความจริงจึงเลือกเดินที่จะรู้ความจริงเช่นนั้นนะคะ

ท่านอาจารย์: คุณชุมพรเลือกฟังธรรมใช่ไหม?

อ.ชุมพร: ค่ะ

ท่านอาจารย์: พิจารณาก่อนหรือเปล่า?

อ.ชุมพร: ไม่ได้พิจารณาค่ะท่านอาจารย์

ท่านอาจารย์: แน่หรือ? ไม่ได้พิจารณาแล้วฟังทำไม?

อ.ชุมพร: ไม่ได้พิจารณาแล้วฟังทำไม แสดงว่าพิจารณารู้ว่า เป็นสิ่งที่มีประโยชน์จึงฟัง เช่นนั้นนะคะ

ท่านอาจารย์: จริงหรือเปล่า?

อ.ชุมพร: นี่ค่ะ ขนาดเรื่องของการกล่าวว่าพิจารณา แล้วก็ยังไม่รู้เลยค่ะท่านอาจารย์

ท่านอาจารย์: แล้วจริงหรือเปล่าล่ะ?

อ.ชุมพร: จริงเช่นนั้นค่ะๆ ฉะนั้น ในชีวิตของเรามีสิ่งที่เราไม่สามารถพิจารณามากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของกิเลส โลภ โทส มากมายมหาศาลนะคะ การที่จะค่อยๆ พิจารณา ควรจะเห็นประโยชน์เช่นไร กราบท่านอาจารย์ค่ะ

ท่านอาจารย์: ใครก็ตามที่ประพฤติไม่ดี เป็นไปได้ใช่ไหม?

อ.ชุมพร: ค่ะ

ท่านอาจารย์: โกรธเขาไหม?

อ.ชุมพร: ยังโกรธอยู่ค่ะ

ท่านอาจารย์: ไม่อภัยใช่ไหม?

อ.ชุมพร: ค่ะ

ท่านอาจารย์: แล้วไงล่ะ ก็เป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ

อ.ชุมพร: ค่ะ ไม่ได้พิจารณาใช่ไหมคะท่านอาจารย์

ท่านอาจารย์: โทษอยู่ที่ไหน เห็นไหม อยู่ที่เราขณะนั้นหรือเปล่ากับไปคิดถึงคนอื่น!!

อ.ชุมพร: ค่ะ ขณะนั้นโทษเกิดแล้ว แต่ก็ไม่รู้โทษ แต่เพิ่มโทษนะคะโดยการที่จะกล่าวร้าย แล้วก็ไม่ให้อภัยคนอื่น เช่นนั้นนะคะ

ท่านอาจารย์: จริงไหมล่ะ?

อ.ชุมพร: แสดงว่า เรานี่มีความไม่รู้เยอะ แล้วก็ไม่ได้เห็น ..

ท่านอาจารย์: ขอโทษค่ะ เกิดมาแล้วนานเท่าไหร่!!

อ.ชุมพร: นับชาติไม่ถ้วนค่ะ

ท่านอาจารย์: แสนโกฏกัปป์ได้ไหม?

อ.ชุมพร: ค่ะ

ท่านอาจารย์: แล้วไม่รู้ตลอดมาใช่ไหม?

อ.ชุมพร: ไม่รู้ตลอดมาค่ะ

ท่านอาจารย์: แล้วถ้าไม่ไตร่ตรองพิจารณาก็ไม่รู้ต่อไปอีกใช่ไหม?

อ.ชุมพร: ค่ะ กราบท่านอาจารย์ค่ะ

ท่านอาจารย์: โทษอยู่ที่ไหน ไม่ใช่ที่คนอื่นนะ!!

อ.ชุมพร: ค่ะ โทษ คือเดี๋ยวนี้ที่เกิดขึ้นแล้วไม่รู้โทษค่ะ

ท่านอาจารย์: เขาไม่ดี ไม่อภัย โทษอยู่ที่ไหน?

อ.ชุมพร: โทษอยู่ที่เรา

ท่านอาจารย์: เห็นหรือยัง?

อ.ชุมพร: ค่อยๆ ๆ รู้ขึ้นว่า มากมายนะคะ แต่ว่า โทส ก็ยังจะเห็นว่าเป็นโทษ แต่ว่าโลภนี่มองไม่เห็นเลยค่ะท่านอาจารย์

ท่านอาจารย์: และถ้าไม่มี โลภ จะมีโทสไหม?

อ.ชุมพร: ค่ะ แสดงว่า ถ้าพิจารณา โลภ โทสก็จะไม่มีเช่นนั้นนะคะ

ท่านอาจารย์: แค่รู้ค่ะ ไม่ใช่พิจารณาเฉยๆ รู้ระดับไหนด้วย ไม่ใช่รู้แค่นี้

อ.ชุมพร: ค่ะ หนูกล่าวคำที่ละเอียดลึกซึ้งนะคะ คำว่าโลภคำเดียว แต่ว่าโลภที่ประกอบด้วยความเห็นผิด น่ากลัวนะคะท่านอาจารย์ เพราะว่ายังฝังแน่นเป็นสิ่งหนึ่งสิ่งใดเอาไม่ออกค่ะ

ท่านอาจารย์: ข้อสำคัญนะ คิดที่ละละบ้างไหม? บ้างนะ ทันทีไม่ได้หรอกไม่หมดหรอก แต่คิดบ้างไหมที่จะละ หรือเก็บไว้เยอะๆ ดี!! จงฟัง จงใส่ใจให้ดี ด้วยเหตุนี้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงตรัสคำนี้ทุกครั้งที่พระองค์จะกล่าวคำใดทั้งสิ้น

อ.ชุมพร: ค่ะ ก็เป็นเครื่องเตือนว่า คิดบ้างไหมที่จะละ ก็มีคำกล่าวของท่านอาจารย์ที่หนูอยากจะขอความละเอียดว่า ท่านอาจารย์เคยกล่าวเมื่อหลายอาทิตย์ที่แล้วว่า มีสิ่งหนึ่งสิ่งใดให้คิด แต่ให้รู้ว่า ไม่มีแม้แต่สิ่งหนึ่งสิ่งใดให้คิด ท่านอาจารย์ช่วยขยายหน่อยค่ะ

ท่านอาจารย์: พูดว่าอย่างไรนะ

อ.ชุมพร: มีสิ่งหนึ่งสิ่งใดให้คิด

ท่านอาจารย์: หยุดแค่นี้ มีไหม?

อ.ชุมพร: มีสิ่งหนึ่งให้คิดค่ะ

ท่านอาจารย์: แล้วไงคะ ต่อไป

อ.ชุมพร: ให้รู้ว่า ไม่มีแม้แต่สิ่งหนึ่งสิ่งใดให้คิด

ท่านอาจารย์: ถูกต้องไหม?

อ.ชุมพร: ในเมื่อมีสิ่งให้คิด

ท่านอาจารย์: อัตตาทั้งนั้นเลยให้คิด แล้วต่อไปว่าอย่างไงคะ

อ.ชุมพร: ไม่มีแม้แต่สิ่งหนึ่งสิ่งใดให้คิด

ท่านอาจารย์: จริงไหม?

อ.ชุมพร: ท่านอาจารย์หมายความว่า สิ่งที่คิดก็เกิดดับไม่เหลืออย่างนั้นใช่ไหมค่ะ?

ท่านอาจารย์: ไม่มีเลย แต่ก็คิด

อ.ชุมพร: ไม่มีเลยแต่ก็คิด

ท่านอาจารย์: ใช่หรือเปล่า?

อ.ชุมพร: หมายความว่า สิ่งที่คิดไม่มี

ท่านอาจารย์: ดับแล้วใช่ไหม?

อ.ชุมพร: ดับแล้ว

ท่านอาจารย์: คิดถึงใช่ไหมว่ามี!!

อ.ชุมพร: คิดถึงว่ามี ในสิ่งที่ไม่มีเช่นนั้นนะคะ

ท่านอาจารย์: จริงหรือเปล่า?

อ.ชุมพร: เยอะเลยนะคะในชีวิต

ท่านอาจารย์: กว่าจะรู้ความจริงไม่ง่ายแสนโกฏกัปป์ไม่เคยรู้ แล้วจะรู้ซึ้งถึงความเป็นจริงที่เปลี่ยนไม่ได้เลย

อ.ชุมพร: ท่านอาจารย์กล่าวว่า ไม่มีสิ่งใดเลย หมายความว่าความเข้าใจของเรายังเข้าใจผิดว่าสิ่งนั้นมี และสำคัญทั้งๆ ที่ไม่เหลือแล้ว

ท่านอาจารย์: ตอนเป็นเด็กมีคุณชุมพรไหม? คุณชุมพรตอนเด็กอยู่ไหน?

อ.ชุมพร: หายหมดแล้ว แม้เมื่อกี้ก็ไม่มี ฉะนั้น ยากที่สุด ก็คือโลภที่มีความเห็นผิดแล้วก็มีเยื่อใยซึ่งละเอียดที่เข้าใจยากค่ะ กราบท่านอาจารย์ค่ะ

ท่านอาจารย์: เพราะไม่รู้ใช่ไหม?

อ.ชุมพร: ค่ะ เพราะไม่รู้ความจริงค่ะ ฉะนั้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงความจริงสูงสุด คือปรมัตถธรรม หมายถึงจิต เจตสิก รูป ฉะนั้น ความจริงซึ่งเกิดขึ้นเพราะปัจจัยชั่วขณะแล้วดับไป ฟังนะคะท่านอาจารย์ แต่ก็ไม่มั่นคงค่ะ กราบท่านอาจารย์ค่ะ

ท่านอาจารย์: ก็เพิ่งฟังเดี๋ยวนี้ หรือว่า นานแสนโกฏกัปป์มาแล้วคะ?

อ.ชุมพร: แสนโกปกัปป์อาจจะฟังเล็กน้อยค่ะ

ท่านอาจารย์: แล้วเข้าใจแค่ไหน?

อ.ชุมพร: ก็เล็กน้อยตามสิ่งที่ได้ยินได้ฟังค่ะ

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ที่ให้ความละเอียดที่จะได้มั่นคงจริงๆ ว่า อยู่ในโลกของสิ่งที่ไม่มีจริง เหลือแต่คิดถึงสิ่งที่ไม่เหลือแล้ว ค่ะ

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ด้วยความเคารพยิ่งค่ะ

และกราบยินดีในกุศลจิตของ อ.ชุมพร ด้วยค่ะ