โลกิยะปัญญาและโลกุตระปัญญา
โดย Suvidech  12 ม.ค. 2551
หัวข้อหมายเลข 6948

สองคำนี้มีในพระไตรปิฏกหรือไม่ ลองค้นดูแล้วไม่พบครับ


ความคิดเห็น 1    โดย study  วันที่ 12 ม.ค. 2551

คำว่า โลกิยปัญญา หมายถึง ปัญญาที่เกิดร่วมกับโลกียจิต เป็นไปกับอาสวะคำว่า โลกุตรปัญญา หมายถึง ปัญญาที่เกิดร่วมกับโลกุตตรจิต ไม่เป็นไปกับอาสวะ ในอรรถกถามีกล่าวปัญญาหลายระดับ รวมถึงคำว่าโลกียและโลกุตรปัญญาด้วยดังข้อความต่อไปนี้

[เล่มที่ 44] พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อุทาน เล่ม ๑ ภาค ๓ - หน้าที่ ๑๑๑

ฝ่ายปัญญาที่เป็น โลกิยะ ได้แก่ สุตมยปัญญา จินตามยปัญญาและภาวนามยปัญญาที่ยังมีอาสวะ ส่วน โลกุตรปัญญา ได้แก่ ปัญญาที่สัมปยุตด้วยมรรคและผล ชื่อว่า วิมุตติได้แก่ ผลวิมุตติและนิพพาน เพราะฉะนั้น วิมุตตินั้น จึงเป็นโลกุตระอย่างเดียว.

[เล่มที่ 44] พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อุทาน เล่ม ๑ ภาค ๓ - หน้าที่ ๔๐๖

ฝ่ายปัญญาก็เหมือนกัน ที่สำเร็จด้วยการฟัง สำเร็จด้วยการคิด ที่สัมปยุตด้วยฌานและวิปัสสนาญาณ จัดเป็นโลกิยปัญญา แต่ในที่นี้ เมื่อว่าโดยพิเศษ พึงยึดเอาวิปัสสนาปัญญา ปัญญาที่สัมปยุตด้วยมรรคและผล จัดเป็น โลกุตรปัญญา

[เล่มที่ 22] พระสุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ เล่ม ๓ ภาค ๑ - หน้าที่ ๑๒๓

สติในคำว่า สติยา เอตํ อธิวจนํ นี้มีคติเหมือนปัญญา โลกิยปัญญา ย่อมมีได้ด้วยปัญญาอันเป็นโลกิยะ โลกุตรปัญญาย่อมมีได้ด้วยปัญญาอันเป็นโลกุตระ บทว่า อริยาเยตํ ปญฺญาย ได้แก่ วิปัสสนาปัญญา อันบริสุทธิ์.

[เล่มที่ 25] พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค เล่ม ๑ ภาค ๒ - หน้าที่ ๔๔๘

ในบทนี้ว่า สจฺเจน กิตฺตึ ปปฺโปติ (บุคคลย่อมได้รับชื่อเสียงด้วยคำสัตย์) หรือว่ายังมีเหตุได้โลกิยปัญญาและโลกุตรปัญญา ยิ่งกว่าทมะที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ด้วยอ้างถึงปัญญา ว่า สุสฺสูสา ในบทว่า สุสฺสูสํลภเต ปญญํ (ผู้ตั้งใจฟังย่อมได้ปัญญา)


ความคิดเห็น 2    โดย วันชัย๒๕๐๔  วันที่ 12 ม.ค. 2551

ขออนุโมทนาครับ


ความคิดเห็น 3    โดย pornpaon  วันที่ 12 ม.ค. 2551
ขออนุโมทนาค่ะ

ความคิดเห็น 4    โดย แล้วเจอกัน  วันที่ 12 ม.ค. 2551
ขออนุโมทนาครับ

ความคิดเห็น 5    โดย เจริญในธรรม  วันที่ 14 ม.ค. 2551
ขออนุโมทนาครับ

ความคิดเห็น 6    โดย JANYAPINPARD  วันที่ 14 ม.ค. 2551

อนุโมทนาคะ


ความคิดเห็น 7    โดย chatchai.k  วันที่ 27 ธ.ค. 2563

ขออนุโมทนาครับ