หทเย นิเธตพฺพยุตฺตกํ
ข้อความที่ควรเก็บไว้ในหทัย
[๑๑๕๑]
บารมี
อาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ สนทนาเรื่อง "พระพุทธศาสนากับความรักและความเมตตา" ณ ห้องประชุมพิบูล ไชยอนันต์ ชั้น ๑๑ อาคารเทคนิคการสัตวแพทย์และการพยาบาลสัตว์ คณะเทคนิคการสัตวแพทย์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๖๙
วันนี้คงจะได้ยินคำว่าบารมี ฝั่งของความรู้แจ้งความจริงซึ่งถ้าไม่มีการฟังคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะไม่รู้เลยว่ากำลังอยู่ในฝั่งของความไม่รู้และกิเลสมากมาย อีกฝั่งหนึ่งเป็นทางที่ดับกิเลสหมด อะไรดีกว่ากัน ถ้าไม่ฟังก็ไม่รู้ ก็ยังหลงเพลิดเพลินอยู่ในกิเลสอย่างที่กำลังหลงอยู่ทุกวัน เพราะฉะนั้น ก็เป็นประโยชน์อย่างยิ่งที่จะรู้ว่าสติปัญญาสามารถไตร่ตรองถูกต้องว่าอะไรมีประโยชน์อะไรจริงอะไรเท็จ ใครจะบอกได้ถ้าไม่ใช่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพราะฉะนั้น วันนี้ก็เป็นปัญญาบารมีที่จะเข้าใจว่าความจริงไม่ได้ปรากฏอย่างนี้ แต่ความจริงสามารถจะปรากฏได้ทีละหนึ่ง เพราะหนึ่งขณะต้องมีสิ่งที่ปรากฏเพียงหนึ่งเดียว ธาตุรู้เกิดขึ้นหนึ่งรู้สิ่งหนึ่งเท่านั้น แต่ขณะนี้มากมายหลายอย่างไม่ปรากฏว่าอะไรเกิดดับเพราะเกิดดับเร็วสุดที่จะประมาณได้ ฟังแล้วก็ต้องจริง เพราะฉะนั้น ก็รู้ว่าความจริงยังไม่ได้ปรากฏ แต่ถ้าเข้าใจขึ้นๆ ความจริงปรากฏได้แน่นอน เพราะเหตุว่ามีผู้ที่ได้ฟังคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสรู้แจ้งความจริงประมาณไม่ได้ แต่ต้องมาจากการค่อยๆ สะสมความเข้าใจด้วยความอดทนซึ่งก็เป็นบารมี หมายความว่าคุณความดีที่เกิดจากปัญญาที่รู้ความจริง ทำให้มีการที่จะมั่นคงสัจจบารมี อธิษฐานบารมีไม่ใช่ไปขอ แต่ว่ารู้ได้ ฟังต่อไป ค่อยๆ เข้าใจขึ้น แต่ไม่ใช่ว่าไม่เข้าใจแล้วจะไปประจักษ์แจ้งได้ เพราะฉะนั้น ก็ต้องเป็นผู้ที่ตรง ตั้งแต่เมื่อได้ฟังธรรม ตรงที่จะรู้ว่าความรักไม่ใช่ความเมตตา แต่เพียงพูดใช่ไหม ขณะที่เกิดจริงๆ นั่นแหละควรรู้ ไม่ใช่ว่าพูดถึงความรักพูดถึงความเมตตา อยู่ไหน ไม่รู้ เพราะฉะนั้น ชีวิตประจำวันเป็นธรรมทั้งหมดทุกขณะรอบตัวทั้งหมด ไม่มีอะไรพ้นจากธรรม ไม่ว่าจะกล่าวถึงความรักก็มีจริงๆ ในชีวิตจริงๆ ความเมตตาก็มีจริง แต่ถ้าไม่รู้ความจริงก็เป็นเราทั้งหมดซึ่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่าธรรมทั้งปวงเป็นอนัตตา ทุกอย่าง ต้องตรง
กราบเท้าบูชาคุณ ท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ที่เคารพยิ่ง
อ่านหัวข้ออื่นๆ คลิกที่นี่ ... เก็บไว้ในหทัย
กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์ ด้วยความเคารพยิ่ง
ยินดีในกุศลจิตครับ