ชัยชนะของพระพุทธเจ้า
โดย พุทธรักษา  6 ก.ค. 2550
หัวข้อหมายเลข 4199

จาก "พระพุทธชัยมงคลคาถา" (พาหุง ๘ บท)

ชัยชนะครั้งสำคัญและยิ่งใหญ่นั้นคือ

๑ ชัยชนะที่มีต่อพระยามาร ด้วยธรรมวิธีมี "ทานบารมี.." เป็นต้น (วันที่จะทรงตรัสรู้)

๒ ชัยชนะที่มีต่ออาฬวกยักษ์ ด้วยวิธีทรมานอย่างดี คือ "พระขันติธรรม"

๓ ชัยชนะที่มีต่อช้างนาฬาคีรี ด้วยวิธีรดลงด้วยน้ำคือ "พระเมตตา"

๔ ชัยชนะที่มีต่อองคุลีมาลโจร ด้วยมีพระหฤทัยไปในอันที่จะกระทำ "อิทธิฤทธิ์"

๕ ชัยชนะที่มีต่อนางจิญจมาณวิกา ด้วยความ "สงบระงับพระทัย"

๖ ชัยชนะที่มีต่อสัจจกนิครนถ์ ด้วยเทศนาญาณวิธีคือ"รู้อัชฌาสัยแล้วตรัสเทศนา"

๗ ชัยชนะที่มีต่อนันโทปนันทะนาคราช ด้วยวิธีอัน "ให้อุปเท่ห์แห่งฤทธิ์" แก่พระเถระ

๘ ชัยชนะที่มีต่อพกาพรหม ด้วยวิธีวางยาวิเศษคือ "เทศนาญาณวิธี"

นรชนใดมี "ปัญญา" ไม่เกียจคร้าน สวดก็ดี ระลึกก็ดี ซึ่งพระพุทธชัยมงคล ๘ คาถาแม้เหล่านี้ นรชนนั้น จะพึงละได้ ซึ่งอุปัทวันตรายทั้งหลาย มีประการต่างๆ เป็นเอนก ถึงซึ่ง "วิโมกข์" อันเป็นบรมสุข

จาก"ชัยชนะของพระพุทธเจ้า"
โดย "คณะสหายธรรม"



ความคิดเห็น 1     โดย wannee.s  วันที่ 6 ก.ค. 2550

สวดมนต์เพื่อระลึกถึงคุณของพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ขณะนั้นจิตสงบจากโลภะโทสะ โมหะ มีปัญญาประกอบด้วย แต่ไม่ใช่สวดเพื่อจะได้ค้าขายดี หรือเพราะอยากได้ผลของบุญ หรือเพราะต้องการให้ตัวเองพ้นอันตราย นั้นไม่ใช่สวดมนต์ประกอบด้วยปัญญา


ความคิดเห็น 2     โดย ajarnkruo  วันที่ 6 ก.ค. 2550

เคยสวดแบบไม่มีปัญญาเหมือนกันครับ ที่สวดเพราะคิดว่าดี สบายใจดี แต่ไม่ได้เข้าใจอะไรเลย สวดไปงั้นๆ สวดเสร็จก็นั่งสมาธิ โงนเงนไปทางนั้นบ้าง ทางนี้บ้าง เสร็จแล้วก็แผ่เมตตา แล้วก็นอน สุดท้ายก็ยังเป็นผู้ที่โกรธง่าย หลงติดง่าย ไม่ได้ขัดเกลากิเลสอะไรในตัวเลย สวดโดยมีปัญญาเข้าใจพระธรรมแล้วย่อมดีกว่าครับ


ความคิดเห็น 3     โดย ปลายฟ้า  วันที่ 7 ก.ค. 2550

เข้าใจในภาวะของจิต ความสงบจะมาเยือน สติติดตามมา ปัญญาเกิด


ความคิดเห็น 4     โดย อิสระ  วันที่ 14 ก.ค. 2550
ขออนุโมทนาครับ

ความคิดเห็น 5     โดย chatchai.k  วันที่ 18 ก.ค. 2563

ขออนุโมทนาครับ


ความคิดเห็น 6     โดย yu_da2554hotmail  วันที่ 21 พ.ย. 2566

ยินดีในกุศลจิตค่ะ