[เล่มที่ 77] พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ เล่ม ๒ ภาค ๑ - หน้า 494
คำว่าในฐานะนี้ หมายถึง มรณาสันนวิถี (วิถีใกล้ความตาย) ประเภทใดประเภทหนึ่งใน ๔ อย่าง เหล่านี้คือ
ประเภทที่ ๑ จิตเสพชวนะ ๕ ครั้ง มีตทารัมมณะ ๒ ครั้ง แล้วจุติ
ประเภทที่ ๒ จิตเสพชวนะ ๕ ครั้ง แล้วจุติ
ประเภทที่ ๓ จิตเสพชวนะ ๕ ครั้ง มีตทารัมมณะ ๒ ครั้ง แล้วมีภวังค์ แล้วจุติ
ประเภทที่ ๔ จิตเสพชวนะ ๕ ครั้ง มีภวังค์ แล้วจุติ
ขออนุโมทนาค่ะ
ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ
ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ

บุคคลผู้ที่เข้าใจพระธรรมย่อมจะไม่ประมาทในชีวิต ไม่ประมาทกำลังของกิเลส ไม่ประมาทในการเจริญกุศลประการต่างๆ รวมถึงการฟังพระธรรม ศึกษาพระธรรม อบรมเจริญปัญญาในชีวิตประจำวันด้วย เพราะตามความเป็นจริงแล้ว ทุกคนเกิดมาแล้วก็ต้องตาย ไม่มีใครรอดพ้นจากความตายไปได้เลย ทั้งคนดี คนไม่ดี คนร่ำรวย คนยากจน เข็ญใจ เป็นต้น ล้วนมีความตายเป็นที่สุดทั้งนั้น เพราะฉะนั้น ไหนๆ ก็จะตายอยู่แล้วไม่วันใดก็วันหนึ่ง การเป็นคนดีและฟังพระธรรมให้เข้าใจขึ้น เป็นคนดีขึ้นทุกๆ ขณะย่อมจะดีกว่า และจะเป็นประโยชน์แก่ชีวิตอย่างแท้จริง
คลิ๊กอ่านเพิ่มเติมที่
จุติจิต เกิดขึ้นหลังกิจหน้าที่ของจิตใน 14 กิจใดได้บ้าง

จุติจิตจะเกิดหลังการสิ้นสุดวิถีหนึ่งวิถีใดย่อมได้ คือ หลังจักขุทวารวิถีจิตดับไปหมดแล้ว จุติจิตเกิดก็ได้ หรือ หลังจากที่จักขุทวารวิถีจิตเกิดขึ้นเห็นสิ่งที่กำลังปรากฏดับไปหมดแล้ว แล้วภวังคจิตยังไม่เกิด จุติจิตเกิดก็ได้ หรือ จะเป็นในขณะที่กำลังได้ยินเสียงในขณะนี้ โสตทวารวิถีจิตเกิดขึ้นได้ยินเสียงทางโสตทวาร ดับไปหมดแล้ว ภวังคจิตเกิด แล้วจุติจิตเกิดก็ได้ หรือว่าเมื่อได้ยินเสียงแล้ว โสตทวารวิถีจิตเกิดดับไปหมดแล้ว ภวังคจิตยังไม่เกิด จุติจิตเกิดก็ได้ หรือว่า บางท่านในขณะนี้กำลังคิดนึกเรื่องหนึ่งเรื่องใด แล้วมโนทวารวิถีจิตดับหมดแล้ว จุติจิตเกิดก็ได้
นี่แสดงให้เห็นว่า จุติจิตซึ่งกระทำกิจเคลื่อนจากความเป็นบุคคลนี้ จะเกิดในขณะไหนได้ทั้งสิ้น หลังจากวิถีจิตทางตา หรือทางหู หรือทางจมูก หรือทางลิ้น หรือทางกาย หรือทางใจ ก็ได้ หรือหลังจากภวังคจิตก็ได้"
คลิ๊กอ่านและฟังเพิ่มเติมที่
จุติจิต
... เมื่อถีงเวลาตาย!