อาชีพ
โดย ora_5523  21 ส.ค. 2559
หัวข้อหมายเลข 28103

ถ้าหากดิฉันได้รับราชการ ซึ่งเป็นอาชีพที่ดิฉันไม่ได้ชอบเลย แต่ต้องทำเพราะพ่อแม่ขอไว้ ถ้าหากวันหนึ่งดิฉันลาออกไปทำอาชีพที่ใฝ่ฝัน คือการค้าขายเพราะชอบมากค่ะ เป็นอาชีพที่ดิฉันถนัด และทำเงินได้ดี เลี้ยงพ่อแม่ได้ดีกว่าราชการ ถ้าลาออกไปดิฉันรู้แน่นอนว่าพ่อแม่จะต้องร้องไห้เสียใจแน่ เพราะอยากให้ลูกรับราชการ ถ้าพ่อแม่ร้องไห้เสียใจเพราะดิฉันเลือกอาชีพที่จะเป็นแม่ค้าเต็มตัว ฉันจะบาปไหมคะ



ความคิดเห็น 1    โดย paderm  วันที่ 21 ส.ค. 2559

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

บาป มีได้ เพราะอาศัย จิต เจตสิกที่เกิดขึ้น คือ เป็นจิตที่ไม่ดี เพราะประกอบด้วยเจตสิกที่ไม่ดี มีโลภะ โทสะ โมหะ เป็นต้น เพราะฉะนั้น บาปจึงมีหลายระดับ คือ ขณะที่เป็นอกุศลจิต และขณะที่ทำอกุศลกรรม ที่เป็นการฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ ประพฤติผิดในกาม พูดเท็จ พูดคำหยาบ พูดส่อเสียด พูดเพ้อเจ้อ เป็นต้น ขณะที่เป็นบาปที่มีกำลังและสามารถทำให้ส่งผลได้รับวิบาก คือ ผลของกรรมได้ มีการเกิดในอบายภูมิ ซึ่งขณะที่คิดในใจ เป็นอกุศลจิต เป็นบาป ที่ไม่ให้ผลให้ได้รับสิ่งไม่ดี ครับ เพียงสะสมเป็นอุปนิสัยที่ไม่ดีเท่านั้น ครับ

ซึ่ง หากมีเจตนาที่จะทำให้คนอื่นได้รับความเดือดร้อนและเสียใจ และ ผู้นั้นก็ได้รับความเดือดร้อนเสียใจ ก็เป็นบาป แต่ หากไม่มีเจตนาที่คิดจะทำให้คนอื่นเดือดร้อน เสียใจ แต่ ผู้อื่นก็เสียใจเอง ก็เป็นบาปอกุศลของผู้ที่ร้องไห้เอง ผู้ที่ทำให้คนอื่นเสียใจ ไม่ได้มีเจตนาไม่ดี ก็ไม่บาป ครับ ขออนุโมทนา


ความคิดเห็น 2    โดย ora_5523  วันที่ 21 ส.ค. 2559

ขออนุโมทนาสาธุ


ความคิดเห็น 3    โดย khampan.a  วันที่ 22 ส.ค. 2559

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

การประกอบอาชีพค้าขายในสิ่งที่ไม่เบียดเบียนสัตว์อื่น ก็เป็นอาชีพที่คฤหัสถ์สามารถที่จะกระทำได้ ไม่เป็นบาป เพราะไม่ได้ทำทุจริตกรรมอันเนื่องด้วยอาชีพ เพราะฉะนั้นแล้ว ถ้าลาออกจากการเป็นข้าราชการจริงๆ แล้วมาประกอบอาชีพค้าขาย ก็ควรที่จะได้กล่าวอธิบายถึงเหตุผลให้คุณพ่อคุณแม่ฟังตามความเป็นจริง เป็นความหวังดี ปรารถนาดีที่จะให้ท่านเข้าใจในเหตุผล ย่อมไม่ใช่สิ่งที่ผิดแต่อย่างใด แต่ก็เป็นธรรมดาจริงๆ สำหรับผู้ที่มีความติดข้องยินดีพอใจ เมื่อหวังสิ่งใด ไม่ได้ตามที่หวัง ความเสียใจก็ตามมาอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม ซึ่งก็เป็นธรรมที่เกิดเพราะเหตุปัจจัยไม่อยู่ในอำนาจบังคับบัญชาของใครทั้งสิ้น ใจจริงของผู้เป็นบุตรที่ธิดา ย่อมไม่ใครต้องการให้พ่อแม่เสียใจแน่ๆ และที่สำคัญต้องไม่ลืมกิจที่ควรทำ คือ ความกตัญญูกตเวทีรู้คุณความดีแล้วตอบแทนท่าน ด้วยการทำในสิ่งที่ถูกต้องดีงามต่อไป และไม่ขาดการฟังพระธรรมศึกษาพระธรรมสะสมความเข้าใจถูกเห็นถูกซึ่งจะเป็นที่พึ่งที่แท้จริงในชีวิต ครับ

...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่านครับ...


ความคิดเห็น 5    โดย ora_5523  วันที่ 23 ส.ค. 2559

ขออนุโมทนาสาธุ


ความคิดเห็น 6    โดย worrasak  วันที่ 24 ส.ค. 2559

ขออนุโมทนาครับ


ความคิดเห็น 7    โดย ํํญาณินทร์  วันที่ 24 ส.ค. 2559

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ


ความคิดเห็น 8    โดย kullawat  วันที่ 26 ส.ค. 2559

สาธุ


ความคิดเห็น 9    โดย bauloy  วันที่ 30 ส.ค. 2559

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

"เจตนาก่อให้เกิดกรรมครับ"


ความคิดเห็น 10    โดย kukeart  วันที่ 4 ก.ย. 2559

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ


ความคิดเห็น 11    โดย peem  วันที่ 16 ก.ย. 2559

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ