ชวนวิถีจิตซึ่งเป็นกุศลและอกุศลเกิดดับสะสมมาเรื่อยๆ สืบต่อกัน จึงเป็นปัจจัยให้แต่ละบุคคลมีอัธยาศัยต่างๆ กัน แม้พระอรหันต์ทั้งหลายก็มีอัธยาศัยไม่เหมือนกัน การสะสมของจิตของแต่ละบุคคลละเอียดมาก ฉะนั้น พระอรหันต์ทั้งหลายจึงมีอัธยาศัยต่างๆ กัน เป็นเอตทัคคะ คือเป็นผู้เลิศในทางต่างๆ กัน เช่น ท่านพระสารีบุตรเป็นเอตทัคคะในทางปัญญา ท่านพระมหาโมคคัลลานะเป็นเอตทัคคะในทางอิทธิปาฏิหารย์ ท่านพระมหากัสสปะเป็นเอตทัคคะในการรักษาธุดงค์และสรรเสริญธุดงค์ ท่านพระอนุรุทธะเป็นเอตทัคคะในทางจักขุทิพย์
การสั่งสมของชวนวิถีจิตซึ่งต่างกันไปในกุศลจิตและอกุศลจิตฉันใด ในทางกิริยาจิตของพระอรหันต์ทั้งหลายก็ต่างกันไปฉันนั้น ขณะนี้ทุกคนคิดไม่เหมือนกันเลย พูดก็ไม่เหมือนกันเลย การกระทําทางกาย ทางวาจา ย่อมไม่เหมือนกันเลยตามการสะสม
จิตตสังเขป บทที่ ๔ วิถีจิต, ทวาร, วัตถุ
แต่ละคำองค์พระศาสดา จักศึกษาจนเข้าใจ หนักแน่นไม่หวั่นไหว ด้วยเข้าใจในอนัตตา กราบอาจารย์สุจินต์ให้ เมตตาได้ทุกเวลา อีกเปี่ยมความกรุณา น้อมศรัทธาอาจารย์เทอญ