
ท่านผู้ฟัง: กราบเรียนอาจารย์ที่เคารพกับทุกท่าน และอาจารย์วิทยากรทุกท่านครับ พอดีเมื่อกี้ท่านอาจารย์พูดถึง เรื่องแข็ง และรู้แข็ง ท่านอาจารย์พูดถึงสภาวะแข็ง เกิดจากอุตุบ้าง จิตบ้าง และก็กรรมบ้าง แฟนอยากรู้เรื่องของว่า แข็งที่เกิดจากกรรมคืออะไรครับ
ท่านอาจารย์: เป็นคำถามที่ดีมากนะ เพราะว่า พอฟังแล้วไม่ใช่ผ่านไป
แข็งที่เกิดจากกรรม ตามีไหม ตาคือจักขุปสาทรูป?
ท่านผู้ฟัง: มีครับ
ท่านอาจารย์: ตาดำตาขาวเป็นตาที่เป็นจักขุปสาทรูปหรือเปล่า? รูปพิเศษที่สามารถกระทบกับสิ่งที่กำลังปรากฏให้เห็น ตาดำตาขาวไม่ใช่จักขุปสาทรูป ไม่ได้เกิดจากกรรมถ้ากล่าวโดยเจาะจงนะ
แต่ความจริงรูปที่เกิดจากกรรมทั้งตัว เกิดจากจิตด้วยก็แล้วแต่ เกิดจากอุตุ เวลานี้ทั่วตัวทั้งเย็นทั้งร้อนเป็นปัจจัยให้รูปหลากหลายเกิดขึ้น และเกิดจากอาหารที่บริโภครับประทานเข้าไป อาหารบางอย่างก็เป็นพิษ อาหารบางอย่างก็เป็นประโยชน์ เพราะฉะนั้น เป็นปัจจัยให้เกิดรูปหลากหลายมาก
เพราะฉะนั้น เราต้องเข้าใจถึงความหลากหลายแม้ของแข็ง แข็งที่เกิดจากกรรม หูในภาษาไทย แต่ไม่ใช่หูทั้งใบหูแข็งๆ แต่เฉพาะรูปพิเศษที่กลางหู มองไม่เห็นเลยค่ะ เห็นสิ่งเดียวในบรรดารูปทั้งหมดคือสิ่งที่กระทบตาเท่านั้น หลับตาเสียงปรากฏ กลิ่นปรากฏ รสปรากฏ แข็งปรากฏ คิดนึก จำได้ สุขทุกข์มีหมดไม่ต้องลืมตา
เพราะฉะนั้น ขณะนี้นะสิ่งที่ปรากฏเมื่อลืมตา ทันทีที่ลืมตา ต้องเป็นสิ่งที่กระทบตาจึงปรากฏได้กับจิตเห็นได้ ธาตุรู้ ซึ่งเกิดขึ้นเห็น
นี่ค่ะ ฟังเหมือนกับชินหูตั้งแต่เล็กแต่น้อย แต่ความจริงไม่ได้เข้าใจความจริงที่ละเอียดอย่างยิ่ง แต่ว่าเมื่อได้ฟังแล้วเริ่มเข้าใจความหมายของอนัตตากับอัตตาซึ่งก็ชินหู
เพราะฉะนั้น เราเกิดมาในเมืองไทย ได้ยินได้ฟังพระ หรือคำที่แต่ละแห่งตามโรงเรียนเขาสอนกันเเรื่องธรรมะ แต่เราไม่ได้เข้าใจความจริงอะไรตามที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงประจักษ์แจ้ง เป็นความคิดของบางคน เขาเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าหรือเปล่า? เขาเป็นใคร? แล้วพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเป็นใคร?
เพราะฉะนั้น ถ้าไม่ใช่คำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจริงๆ นะ ไม่สามารถที่จะรู้ความจริงได้เลย เป็นแต่เรื่องราวทั้งหมดว่า จักขุปสาทะอยู่ตรงไหน ทำอะไรเป็นต้น ใช่ไหม?
เพราะฉะนั้น เราต้องตรง มีรูปพิเศษในต้ว คือตา เราใช้คำธรรมดานะ แต่เป็นรูปที่ไม่ใช่ตาทั้งหมดสีดำสีขาว สีน้ำตาลสีอะไรก็แล้วแต่ แต่เป็นรูปที่สามารถกระทบกับสิ่งที่กำลังปรากฏเดี๋ยวนี้
แข็งไม่ได้กระทบกับสิ่งที่กำลังปรากฏเดี๋ยวนี้เลย
อาหาร รสต่างๆ ก็ไม่ได้ปรากฏกับสิ่งที่กระทบ
แต่เฉพาะตา เราใช้คำว่า ตา เป็นรูปพิเศษ รูปหมายถึงธรรมะที่มีที่ไม่ใช่สภาพรู้
เพราะฉะนั้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงความจริงตั้งแต่เบื้องต้น ธรรมะต่างกันเป็น ๒ ประเภทใหญ่ๆ ไม่ว่าจะอยู่โลกไหน ในป่า หรือที่ไหนก็ตามแต่ เปลี่ยนสภาพธรรมะไม่ได้ แข็งต้องเป็นแข็ง เราจะเรียกว่าดิน เราจะเรียกว่าต้นไม้ เราจะเรียกว่าก้อนหินหรืออะไรก็ตามแต่ แข็งเป็นแข็ง เป็นธรรมะที่มีจริง
ท่านผู้ฟัง: อาจารย์กำลังหมายถึงว่า จักขุปสาทรูปเกิดจากกรรมที่เป็นของแข็งที่เป็นกระทบที่แข็ง
ท่านอาจารย์: เราค่อยๆ เข้าใจว่า ไม่ได้มีแต่เฉพาะจักขุปสาทรูปเท่านั้นเกิดเองไม่ได้ ทุกอย่างที่เกิดต้องอาศัยกันและกัน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงว่า ในรูปที่เล็กที่สุดจนแยกออกไม่ได้อีกต่อไป มีรูปรวมกัน ๘ ชนิด นี่คือพระปัญญาคุณของพระองค์ ไม่ไกลเลยตั้งแต่ศรีษะจดเท้าทั้งหมดที่ไม่เคยรู้
จะบูชาคุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเมื่อได้ตามรอยพระบาทของพระองค์ที่ได้รู้ความจริงของสิ่งที่มีทุกวันตั้งแต่เกิดจนตายทุกชาติไม่ว่าจะที่ไหน ความจริงเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้เลย
เพราะฉะนั้น ธรรมะ คือสิ่งที่มีจริง และเป็นสัจจธรรม เปลี่ยนธรรมะไม่ได้
เพราะฉะนั้น เริ่มเข้าใจความหมายของ สัจจะ ธรรมะ
ท่านผู้ฟัง: อาจารย์ครับ การเข้าถึงสิ่งที่มีจริงๆ อย่างการเข้าถึงแข็ง วิธีการ คำแนะนำ หรือว่า มีข้อคิดพิจารณาอย่างไรที่จะ ผู้ไม่รู้หรือว่าผู้กำลังศึกษาจะเข้าถึงสิ่งที่มันเป็นจริงๆ ได้อย่างไร?
ท่านอาจารย์: เป็นคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกคำ คนอื่นจะไม่ได้กล่าวอย่างนี้เลย ไม่ว่าจะเป็นนักวิทยาศาสตร์เก่งกล้าสามารถในอดีต ปัจจุบัน ในอนาคต ไม่ได้ตรัสรู้ แต่อาศัยความคิดที่ละเอียดขึ้นปรุงแต่งจนสามารถที่จะหลากหลายตามการสะสมความสามารถของแต่ละบุคคล แต่ไม่ใช่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ต่างกันมากค่ะ มิเช่นนั้นแล้วเราจะไม่รู้จักพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเลย ได้แต่กราบไหว้ แต่พระองค์ไม่ได้ทรงบำเพ็ญพระบารมีเพื่อรับการกราบไหว้บูชา แต่ทรงพระมหากรุณาให้คนอื่นได้รู้ความจริงซึ่งคนอื่นไม่สามารถจะรู้ได้ ถ้าพระองค์ไม่ทรงบำเพ็ญพระบารมีถึงการตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เหนือบุคคลใดทั้งสิ้น เพราะฉะนั้น ทุกคำไม่ใช่ให้เชื่อ ฟัง!! จริงหรือเปล่า? ละเอียดหรือเปล่า? รู้ได้ไหม? ถ้ารู้ไม่ได้ประโยชน์อะไรที่ทรงแสดง!!
ด้วยเหตุนี้ เราเคยได้ยินคำ อริยสัจจธรรม บอกได้อริยสัจจธรรม ๔ อะไรก็บอกได้ แต่คืออะไรเดี๋ยวนี้เป็นหรือเปล่า? เดี๋ยวนี้เป็นธรรมะหรือเปล่า? เป็นสัจจธรรมหรือเปล่า? เป็นอริยสัจจธรรมหรือยัง?
ทุกคำมีความหมายที่ละเอียดลึกซึ้งที่ต้องศึกษา ฟัง ศึกษาคือค่อยๆ เเข้าใจความจริง
ไม่มีวิธีอื่นใช่ไหม?
ท่านผู้ฟัง: ใช่ครับอาจารย์
ท่านอาจารย์: ต้องฟังแล้วก็ไตร่ตรองแล้วเข้าใจขึ้น
เพราะฉะนั้น ประมาทไม่ได้เลย แม้แต่แข็ง ยังหลากหลายว่าเกิดจากกรรมอย่างหนึ่ง เกิดจากจิตเป็นอย่างหนึ่ง เกิดจากอุตุเป็นอย่างหนึ่ง เกิดจากอาหารเป็นอย่างหนึ่ง
นั่งตรงนี้มีแข็งไหม?
ท่านผู้ฟัง: มีครับ
ท่านอาจารย์: ถ้าไม่มีจิต เอื้อมมือได้ไหม?
ท่านผู้ฟัง: ไม่ได้
ท่านอาจารย์: ลุกขึ้นยืนได้ไหม?
ท่านผู้ฟัง: ไม่ได้ครับ
กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ด้วยความเคารพยิ่งค่ะ
และกราบยินดีในกุศลจิตของท่านผู้ฟัง ด้วยค่ะ