ประโยคที่กล่าวว่า เพราะเกิดแล้วเปลี่ยนไม่ได้
ความเข้าใจของผมคือธรรมะที่เกิดทั้งหมดเป็นอดีตไปแล้วไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้และประโยคที่ว่าจงอยู่กับปัจจุบัน
ทำปัจจุบันให้ดีอนาคตก็จะดีเอง หรือ อนาคตทำได้
คำถามคือ
1. อยู่กับปัจจุบันได้ด้วยหรือในเมื่อดับไปแล้วอย่างรวดเร็ว?
2.ทำปัจจุบันให้ดีได้หรือในเมื่อธรรมะเป็นอนัตตา?
3.ธรรมะฝ่ายกุศลเช่นความสำเร็จบรรลุธรรม สติ ความสงบความสุขหมดทุกข์
ความสบายกายสบายใจสามารถทำให้ปรากฎหรือสำเร็จได้ด้วยความเป็นเราได้หรือไม่?
ดูเหมือนกำลังบังคับบัญชาธรรมะ มีคนจำนวนมากทำแบบนี้ เช่น
นั่งหลับตานานๆ เดินจงกรม สวดมนต์คาถาต่างๆ
4. มองโลกในแง่ดีคิดบวก แตกต่างกับมองโลกตามความเป็นจริงอย่างไร?
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
1.
อยู่กับปัจจุบันได้ด้วยหรือในเมื่อดับไปแล้วอย่างรวดเร็ว?
ถ้ามีปัญญาเกิดขึ้นรู้ตรงลักษณะของธรรมที่กำลังมีกำลังปรากฏ
ก็เป็นผู้อยู่กับปัจจุบันได้ เพราะเหตุว่า อยู่กับปัจจุบัน
มีความหมายที่ลึกซึ้งอย่างยิ่ง ปัจจุบัน หมายถึง
ธรรมที่เกิดขึ้น
ถ้าไม่รู้ธรรมที่กำลังมีกำลังปรากฏในขณะนี้
ก็ไม่ใช่การอยู่กับปัจจุบัน เพราะการอยู่กับปัจจุบัน
เป็นปัญญาที่รู้ความจริงของธรรมที่มีในขณะนี้
ในขณะที่รู้ตรงลักษณะของธรรมที่กำลังปรากฏ
ย่อมละการยึดถือธรรมว่าเป็นเรา เป็นสัตว์ เป็นบุคคล
เป็นตัวตนหรือเป็นสิ่งหนึ่งสิ่งใด เพราะปัจจุบันขณะ
กำลังมีธรรมที่กำลังปรากฎให้รู้ว่าเป็นแต่เพียงธรรมแต่ละหนึ่งๆ ไม่ใช่เรา นี่คือ การอยู่กับปัจจุบัน
ด้วยปัญญาที่เข้าใจธรรมว่าไม่มีเรานั่นเอง
ซึ่งเป็นเรื่องที่ละเอียดอย่างยิ่ง
เพราะเป็นเรื่องของปัญญาที่เข้าใจความจริง
2.ทำปัจจุบันให้ดีได้หรือในเมื่อธรรมะเป็นอนัตตา?
ไม่มีตัวตนที่ไปทำอะไรได้ แต่ธรรมเกิดเพราะเหตุปัจจัย
เมื่อเห็นคุณของธรรมฝ่ายดี
ก็เป็นเหตุเป็นปัจจัยให้ธรรมฝ่ายดีเกิดขึ้นเจริญขึ้นได้
เป็นปัจจุบันขณะที่ดีได้ ด้วยกุศลธรรมที่เกิดขึ้นเป็นไป
3.ธรรมะฝ่ายกุศลเช่นความสำเร็จบรรลุธรรม สติ
ความสงบความสุขหมดทุกข์
ความสบายกายสบายใจสามารถทำให้ปรากฎหรือสำเร็จได้ด้วยความเป็นเราได้หรือไม่?
ดูเหมือนกำลังบังคับบัญชาธรรมะ มีคนจำนวนมากทำแบบนี้ เช่น
นั่งหลับตานานๆ เดินจงกรม สวดมนต์คาถาต่างๆ
ไม่มีใครทำอะไรได้จริงๆ เพราะเหตุว่า ธรรมทั้งหลายทั้งปวงเป็นอนัตตา
ไม่อยู่ในอำนาจบังคับบัญชาของใครทั้งสิ้น ธรรมเกิดเพราะเหตุปัจจัย
ถ้าตั้งต้นผิดแล้ว ผลจะถูกไม่ได้เลย แต่ถ้าดำเนินในหนทางที่ถูกต้อง
ทุกอย่างก็จะถูก คล้อยตามปัญญาที่เจริญขึ้น ครับ
4. มองโลกในแง่ดีคิดบวก
แตกต่างกับมองโลกตามความเป็นจริงอย่างไร?
ไม่ว่าจะเป็นมองโลกในแง่ดีคิดบวก
ซึ่งเป็นการคิดตามการสะสมคิดในแง่ดีในทางโลกที่คิดกัน หรือ
มองโลกตามความเป็นจริง ก็ตาม
ก็ไม่ได้เข้าใจในความเป็นจริงของธรรมเลย แม้คิด
ก็ไม่ได้รู้ว่าอะไรที่คิด แม้จะคิดดี
ก็ไม่ได้รู้ในความเป็นจริงของธรรม โลกคืออะไร ก็ไม่รู้
แต่ก็กล่าวว่ามองโลกตามความเป็นจริง ก็เป็นเรา ทั้งหมด
ดังนั้น ที่เข้าใจสิ่งที่มีจริงตรงตามความเป็นจริง เข้าใจโลก (ธรรมที่เกิดดับ) ตามความเป็นจริง จึงเป็นกิจหน้าที่ของปัญญา
ซึ่งจะมีปัญญาได้ก็ต้องได้อาศัยการฟังพระธรรมศึกษาพระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงแสดงไว้ดีแล้ว
ครับ
... ยินดีในกุศลของคุณ Kuat639 และทุกๆ ท่านด้วยครับ ...