จะทำยังไงดี
โดย bua  25 มิ.ย. 2550
หัวข้อหมายเลข 4101

ตอนนี้แฟนไปบวชเป็นพระ และขอให้ซื้อโทรศัพท์ให้ ตอนแรกบอกว่าไม่ซื้อให้ เขาก็พูดว่า . แหม รีบบอกว่า ตลก เลยนะ แล้วพอคุยกันอีกที เขาก็บอกว่า พระเพื่อนจะให้เขายืมโทรศัพท์ ดิฉันก็เลยใจอ่อนว่าจะซื้อให้ แต่เขาก็บอกว่าเปิดดูหนังสือพิมพ์เป็นยี่ห้อ แอล จี ๑๔๐๐ กว่าบาท แต่ดิฉันก็ให้ได้แต่พันเดียว และจะให้ตอนสิ้นเดือน และคุยโทรศัพท์กันครั้งใด เขาก็จะบอกว่าวันนี้วันที่ ... แล้ว อีกไม่กี่วันก็สิ้นเดือนอีก ๑๐ กว่าวันเอง บางครั้งก็บอกว่าจะไปเยี่ยมเขาเมื่อไหร่ ดิฉันก็บอกว่าคงไปตอนเงินเดือนออกเลย จะได้เอาเงินไปให้ด้วย ตอนนี้ในใจดิฉันคิด ...

๑. ให้ได้ไม่เป็นไร ถือว่าบริจาค

๒. แต่เขาเป็นพระ เขาขอของดิฉันหลายอย่างแล้ว ดิฉันก็ให้ และก็ขอเงิน ครั้งที่ ๓ ได้แล้ว

๓. เขาเคยพูดเรื่องแต่งงาน และพอบอกสินสอดไปเขาก็บอกว่าโห ไม่ไหว ... ดิฉันฟังแล้วเสียความรู้สึกจริงๆ

๔. เขาเล่าว่าเขาบริจาคโทรศัพท์ให้พระองค์อื่นไปแล้ว

๕. ทำไมเขามาขอเงินดิฉันบ่อยจัง ทั้งๆ ที่เขาเป็นผู้ชาย ทำไมไม่หาเอง แล้วเขาก็อยากได้โทรศัพท์รุ่นเดียวกับดิฉันด้วย รุ่น ๘๐๐๐ กว่าๆ แต่ดิฉันก็ให้เขาไม่ได้หรอก

๖. ตอนนี้ดิฉันสับสนไปหมดแล้วว่าเขาเป็นคนยังไง

๗. เขาชอบบอกว่าที่บอกไปทำรึยัง

๘. ผู้ที่อ่านคิดว่า เขาเป็นคนดีรึป่าว

๙. จะให้โทรศัพท์พระดีมั้ย

ช่วยออกความเห็นหน่อยค่ะ

อนุโมทนาสาธุ ...



ความคิดเห็น 1    โดย study  วันที่ 25 มิ.ย. 2550

ตามพระธรรมวินัยของพระพุทธเจ้า พระภิกษุเป็นนักบวช นักบวชไม่ควรมีสิ่งของมาก เพราะจะทำให้เป็นเครื่องกังวล โทรศัพท์ไม่ใช่สิ่งจำเป็นในการดำรงชีพของพระภิกษุ และว่าตามพระวินัยบัญญัติ พระภิกษุจะออกปากขอสิ่งของกับคฤหัสถ์ ผู้มิใช่ญาติไม่ได้ (ยกเว้นยารักษาโรค) ฉะนั้น ไม่ควรถวาย สิ่งของที่จะทำให้พระท่านเศร้าหมอง หรือเป็นกังวลโดยเฉพาะเงินทองไม่ควรถวายเลย โทรศัพท์ก็ไม่ควรถวาย ในเวลาวิกาลคือ หลังเที่ยงวันไปแล้ว ไม่ควรถวาย โอวัลติน นม หรืออาหารต่างๆ เพราะจะทำให้ท่านต้องอาบัติ


ความคิดเห็น 2    โดย fid_7  วันที่ 25 มิ.ย. 2550

โทรศัพท์ไม่ใช่สิ่งจำเป็นโดยเฉพาะพระภิกษุบวชใหม่ เพราะอาจจะทำให้ท่านต้องอาบัติ ซึ่งยังศึกษาพระธรรมวินัยไม่แตกฉานเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อหนทางดับทุกข์หรือการถึงซึ่งพระนิพพาน สาธุท่านกล่าวได้ถูกต้องแล้ว ขออนุโมทนา


ความคิดเห็น 3    โดย natnicha  วันที่ 25 มิ.ย. 2550

ลูกผู้ชาย ไม่ควรขอเงิน ขออะไรจากผู้หญิงหรือแม้กระทั่งแฟน ถ้าขนาดเป็นแฟน ยังมาขอเราแล้วแต่งงานไป เขาจะเลี้ยงดูเรา เลี้ยงครอบครัวได้อย่างไร ถ้าเขาไม่ได้ทำงานหาเงินด้วยตัวเองก็ไม่ควรเดือดร้อนหรือเบียดเบียนคนอื่น การบวชพระคือ การสละทางโลก เพื่อเรียนรู้พระธรรม แม้จะเป็นช่วงระยะเวลาสั้นๆ การมาขอโทรศัพท์ มาขอเงิน ขอโน่นนี่ถื่อว่าไม่เหมาะสม ผิดวินัยค่ะ


ความคิดเห็น 4    โดย konkoy  วันที่ 25 มิ.ย. 2550

ตั้งสติให้ดี

ค่อยๆ คิดช้าๆ


ความคิดเห็น 5    โดย เจิด  วันที่ 25 มิ.ย. 2550

โทรศัพท์มือถือเป็นเครื่องมือสื่อสารในการทำธุรกิจ สำหรับคฤหัสถ์ผู้บริโภคกาม ส่วนบรรพชิตเป็นผู้สละอาคารบ้านเรือนละซึ่งกิจกรรมทางโลกแล้ว ไม่มีความจำเป็นในการใช้เครื่องมือสื่อสารแบบนี้ เพราะจะเป็นเครื่องกังวล เป็นภาระ และทำให้จิตไม่สงบ สำหรับพระวินัยไม่มีบัญญัติไว้ว่า ห้ามพระภิกษุมีไว้เป็นของส่วนตัว แต่ถ้าพิจารณา ตามมหาประเทศของพระวินัย ที่ว่าสิ่งใดไม่ได้บัญญัติไว้ว่าไม่ควร แต่สิ่งนั้นเข้ากับของที่ไม่ควร สิ่งนั้นก็ไม่สมควร เพราะเป็นไปเพื่อการเพิ่มกิเลส สะสมของใช้มากมาย ไม่เป็นไปเพื่อการขัดเกลา

โดย : มูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา วันที่ : 28-08-2549


ความคิดเห็น 6    โดย แล้วเจอกัน  วันที่ 25 มิ.ย. 2550

ไม่ให้เด็ดขาด ไม่เป็นที่รักดีกว่า ทำร้ายคนอื่นให้เสื่อมจากกุศลธรรม

ขออนุโมทนา


ความคิดเห็น 7    โดย neo  วันที่ 26 มิ.ย. 2550

ปุถุชนที่ยังเวียนวนอยู่ในสังสารวัฎ ยังมีอาจว่ายข้ามพ้นห้วงมหาสมุทรไปถึงยังฝั่งได้ ย่อมบริโภคกาม (กามคุณ ๕ รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส โลภะ โทสะ โมหะ) จมอยู่ในกองกิเลส และกองทุกข์ทั้งมวล มีวิบากกรรมเป็นของตน ลองพิจารณาดูด้วยตัวของเราเองครับ มีเหตุย่อมมีผลตามมา

ในทางโลกียธรรม ที่เรียกว่าทางโลก ผู้ชายควรยอมเป็นผู้ให้ ผู้เลี้ยงดู ผู้ปกป้อง คุ้มครอง ดูแล อ่อนน้อมต่อสตรี ผู้ที่เป็นเพื่อน แฟน ภรรยา ในทางโลก ถ้าผู้ชายที่มีจิตคิดว่า จะรักผู้หญิงคนนี้ พร้อมที่จะเสียสละได้ทุกอย่าง ไม่ว่าสินสอดมากเท่าไร เขาย่อมพึงหามาให้โดยมิขัดข้อง อย่าเพิ่งวิตกไปเลยครับ จะด่วนตัดสินว่าเป็นคนดีหรือไม่ดีนั้น ไม่ได้ การกระทำและการประพฤติปฎิบัติต่อเรานั้น จะย่อมเห็นผลในที่สุด อันนี้สืบเนื่องมาจาก กระทู้ "เงิน" โดย bua ที่ว่ารายจ่ายเพิ่ม เราต้องพิจารณาดูว่าเพิ่มมาจากอะไรเป็นเหตุ ความฟุ้งเฟ้อ หรือ ความอยากได้ในวัตถุ ถ้าตอนแรกเราคิดว่า เงินเดือนที่เราใช้ในแต่ละเดือนเพียงพอแล้ว ก็เท่ากับว่าเราพอใจในสิ่งที่เรามี ความอยากได้ไม่มีวันที่สิ้นสุด ถ้าได้มาแล้วพอนานไปที่ได้มาเริ่มไม่ดีแล้ว ไม่พอแล้ว จิตก็คิดอยากจะได้ใหม่อีก ก็มีความอยากไม่มีที่สิ้นสุด แล้วจะสิ้นสุดเมื่อไร ถ้าเรายังไม่เริ่มศึกษาธรรมะขององค์พระศาสดา แล้วก็ยังต้องเวียนว่ายตายเกิดไปอีกนับภพชาติไม่ได้ จะถือกำเนิดในอบายภูมิ ๔ หรือในสุคติภูมิ ภพภูมิไหนก็มิอาจหยั่งรู้ได้ อันนี้น่ากลัวน่ะครับ ลองเริ่มศึกษาดูน่ะครับเท่าที่พอมีเวลา หรือจะฟังทางวิทยุ จะทราบว่าคลื่นความถี่ไหน เวลาเท่าไรให้คลิกดูที่ Link รายการวิทยุหน้าแรกของบ้านธรรมะ น่ะครับ ฟังธรรมะ จากการบรรยายของท่าน อ.สุจินต์ จะสามารถนำข้อธรรมทั้งหลายไปใช้ดำเนินชีวิตได้ในปัจจุบันขอความเจริญจงมีในธรรม

พระผู้มีพระภาคฯ ทรงตรัสว่า ธรรมะทั้งหลายล้วนเป็นอนัตตา


ความคิดเห็น 8    โดย udomjit  วันที่ 26 มิ.ย. 2550

เรียนคุณ bua ที่เคารพ

ดิฉันเชื่อว่า คุณตอบได้ทุกข้อคำถามที่คุณถามค่ะ แต่คุณไม่อยากยอมรับ ความลังเลสับสนมันบอกดิฉันว่า คุณรู้ว่าอะไรควร แต่คุณยังอยากจะรักคนนี้ซึ่งคุณอาจต้องรักษาเขาไว้ด้วยทรัพย์สินที่เป็นวัตถุ ตอบจากประสบการณ์ค่ะ ขออภัยหากว่าคำตอบนี้จะทำให้คุณเสียใจ แต่อยากจะเรียนว่า ดิฉันตอบจากประสบการณ์ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตค่ะ


ความคิดเห็น 9    โดย wannee.s  วันที่ 26 มิ.ย. 2550

ถ้าบวชเป็นพระแล้วไม่รักษาพระวินัย อย่าบวชดีกว่า การคบกันทุกวันนี้ คบกันไม่หวังผลประโยชน์หาได้ยาก เพื่อนเที่ยว เพื่อนคุย เพื่อนกิน มีอยู่ทั่วไป หาไม่ยาก คบกับพระธรรม หรือกัลยาณมิตรที่เกื้อกูลธรรมะจะดีกว่า


ความคิดเห็น 10    โดย bua  วันที่ 27 มิ.ย. 2550

เหตุผลเดียวที่จะให้เพราะใจอยากให้ และอยากทำบุญ แต่ถ้าหนักๆ เข้า ถ้าจริตเข้ากันไม่ได้ ก็คงต้องเลิกค่ะ


ความคิดเห็น 11    โดย แล้วเจอกัน  วันที่ 27 มิ.ย. 2550

เชิญคลิกอ่านได้ที่ ...

ผู้มีปัญญาจึงรู้ได้ [ชฎิลสูตร]


ความคิดเห็น 12    โดย Nareopak  วันที่ 27 มิ.ย. 2550

"ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีทุกข์"


ความคิดเห็น 13    โดย yu_da2554hotmail  วันที่ 29 ธ.ค. 2566

ยินดีในกุศลจิตค่ะ