มัลลิกสูตร - เหตุที่ทำให้มาตุคามมีรูปงาม หรือ ทราม - ๒๗ ต.ค. ๒๕๕o
โดย บ้านธัมมะ  24 ต.ค. 2550
หัวข้อหมายเลข 5226

สนทนาธรรมที่มูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา

พระสูตร ที่นำมาสนทนาที่มูลนิธิฯ

วันเสาร์ ๒๗ ต.ค. ๒๕๕๐

เวลา ๐๙:๐๐-๑๒:๐๐ น.

มัลลิกสูตร

[เล่มที่ 35] พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกนิบาต เล่ม ๒ - หน้าที่ 506



ความคิดเห็น 1    โดย บ้านธัมมะ  วันที่ 24 ต.ค. 2550

[เล่มที่ 35] พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกนิบาต เล่ม ๒ - หน้าที่ 506

๗. มัลลิกสูตร

ตรัสเหตุที่ทำให้มาตุคามมีรูปงาม - ทราม

[๑๙๗] สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวันอารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี ใกล้พระนครสาวัตถี ครั้งนั้นแล พระนางมัลลิกาเทวีเสด็จเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาณเจ้งถึงที่ประทับ ทรงถวายอภิวาทแล้ว ประทับนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้ว ได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ อะไรหนอเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้มาตุคามบางคนในโลกนี้มีผิวพรรณทราม รูปชั่ว ไม่น่าดู ยากจนขัดสนทรัพย์สมบัติและต่ำศักดิ์ ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ อะไรหนอ เป็นเหตุเป็นปัจจัยให้มาตุ-คามบางคนในโลกนี้ มีผิวพรรณทราม รูปชั่ว ไม่น่าดู แต่เป็นคนมั่งคั่งมีทรัพย์มาก มีโภคสมบัติมาก และสูงศักดิ์ ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ อะไรหนอ เป็นเหตุเป็นปัจจัยให้มาตุ-คามบางคนในโลกนี้ มีรูปงาม น่าดู น่าชม ประกอบด้วยความเป็นผู้มีผิวพรรณอันงามยิ่งนัก แต่เป็นคนยากจน ขัดสนทรัพย์สมบัติ และต่ำศักดิ์ ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ อะไรหนอ เป็นเหตุเป็นปัจจัยให้มาตุคามบางคนในโลกนี้ มีรูปงาม น่าดู น่าเลื่อมใส ประกอบด้วยความเป็นผู้มีผิวพรรณงามยิ่งนัก ทั้งเป็นผู้มั่งคั่ง มีทรัพย์มาก มีโภคสมบัติมากและสูงศักดิ์


ความคิดเห็น 2    โดย บ้านธัมมะ  วันที่ 24 ต.ค. 2550

พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ดูก่อนพระนางมัลลิกา มาตุคามบางคนในโลกนี้ เป็นผู้มักโกรธ มากไปด้วยความแค้นใจ ถูกว่าแม้เล็กน้อยก็ขัดเคือง ฉุนเฉียว กระฟัดกระเฟียด กระด้างกระเดื่อง แสดงความโกรธความขัดเคืองและความไม่พอใจให้ปรากฏ เป็นผู้ไม่ให้ทาน คือ ข้าว น้ำยวดยาน ระเบียบ ของหอม เครื่องลูบไล้ ที่นอน ที่อยู่อาศัย และประ-ทีปโคมไฟแก่สมณะหรือพราหมณ์ และเป็นผู้มีใจริษยาในลาภ สักการะความเคารพ ความนับถือ การไหว้และการบูชาของผู้อื่น เกียดกัน ตัดรอนผูกความริษยา ถ้ามาตุคามนั้นจุติจากอัตภาพนั้นมาสู่ความเป็นอย่างนี้ กลับมาเกิดในชาติใดๆ ย่อมเป็นผู้มีผิวพรรณทราม รูปชั่ว ไม่น่าดู ทั้งเป็นคนยากจน ขัดสนทรัพย์ สมบัติและต่ำศักดิ์.


ความคิดเห็น 3    โดย บ้านธัมมะ  วันที่ 24 ต.ค. 2550

ดูก่อนพระนางมัลลิกา มาตุคามบางคนในโลกนี้ เป็นผู้มักโกรธมากไปด้วยความแค้นใจ ถูกว่าแม้เล็กน้อยก็ขัดเคือง ฉุนเฉียว กระฟัด-กระเฟียด กระด้างกระเดื่อง แสดงความโกรธความขัดเคืองและความไม่พอใจให้ปรากฏ แต่เขาเป็นผู้ให้ทาน คือ ข้าว น้ำ ผ้า ยวดยาน ระเบียบของหอม เครื่องลูบไล้ ที่นอน ที่อยู่อาศัย และประทีปโคมไฟแก่สมณะหรือพราหมณ์ และไม่เป็นผู้มีใจริษยาในลาภ สักการะ ความเคารพ ความนับถือ การไหว้และบูชาของผู้อื่น ไม่เกียดกัน ไม่ตัดรอน ไม่ผูกความริษยาถ้ามาตุคามนั้นจุติจากอัตภาพนั้นมาสู่ความเป็นอย่างนี้ กลับมาเกิดในชาติใดๆ ย่อมเป็นผู้มีผิวพรรณทราม รูปชั่ว ไม่น่าดู แต่เป็นคนมั่งคั่ง มีทรัพย์มาก มีโภคสมบัติมากและสูงศักดิ์.


ความคิดเห็น 4    โดย บ้านธัมมะ  วันที่ 24 ต.ค. 2550

ดูก่อนพระนางมัลลิกา มาตุคามบางคนในโลกนี้ ไม่เป็นผู้มักโกรธไม่มากไปด้วยความคับแค้นใจ ถูกว่าแม้มากก็ไม่ขัดเคือง ไม่ฉุนเฉียว ไม่กระฟัดกระเฟียด ไม่กระด้างกระเดื่อง ไม่แสดงความโกรธความขัดเคืองและความไม่พอใจให้ปรากฏ แต่เป็นผู้ไม่ให้ทาน คือ ข้าว น้ำ ผ้า ยวดยานระเบียบ ของหอม เครื่องลูบไล้ ที่นอน ที่อยู่อาศัย และประทีปโคมไฟแก่สมณะหรือพราหมณ์ และเป็นผู้มีใจริษยาในลาภ สักการะ ความเคารพความนับถือ การไหว้และการบูชาของผู้อื่น เกียดกัน ตัดรอน ผูกความริษยา

ถ้ามาตุคามนั้นจุติจากอัตภาพนั้นแล้วมาสู่ความเป็นอย่างนี้ กลับมาเกิดในชาติใดๆ ย่อมเป็นผู้มีรูปงาม น่าดู น่าชม ประกอบด้วยความเป็นผู้มีผิวพรรณงามยิ่งนัก แต่เป็นคนเข็ญใจ ยากจน ขัดสนและต่ำศักดิ์.


ความคิดเห็น 5    โดย บ้านธัมมะ  วันที่ 24 ต.ค. 2550

ดูก่อนพระนางมัลลิกา มาตุคามบางคนในโลกนี้ ไม่เป็นผู้มักโกรธ ไม่มากไปด้วยความคับแค้นใจ ถูกว่าแม้มากก็ไม่ขัดเคือง ไม่ฉุนเฉียว ไม่กระพูดกระเฟียด ไม่กระด้างกระเดื่อง ไม่แสดงความโกรธความขัดเคืองและความไม่พอใจให้ปรากฏ เป็นผู้ให้ทาน คือ ข้าว น้ำ ผ้า ยวดยาน ระเบียบของหอม เครื่องลูบไล้ ที่นอน ที่อยู่อาศัย และประทีป โคมไฟ แก่สมณะหรือพราหมณ์แล้ว ถ้ามาตุคามนั้นจุติจากอัตภาพนั้นแล้ว มาสู่ความเป็นอย่างนี้กลับมาเกิดในชาติใดๆ ย่อมเป็นผู้มีรูปงาม น่าดู น่าชม ประกอบด้วยความเป็นผู้มีผิวพรรณงามยิ่งนัก ทั้งเป็นผู้มั่งคั่งมีทรัพย์มาก มีโภคสมบัติมากและสูงศักดิ์


ความคิดเห็น 6    โดย บ้านธัมมะ  วันที่ 24 ต.ค. 2550

ดูก่อนพระนางมัลลิกา นี้แล เป็นเหตุเป็นปัจจัยให้มาตุคามบางคนในโลกนี้ มีผิวพรรณทราม รูปชั่ว ไม่น่าดู ทั้งเป็นคนเข็ญใจ ยากจนขัดสนและต่ำศักดิ์ อนึ่ง นี้เป็นเหตุเป็นปัจจัยให้มาตุคามบางคนในโลกนี้มีผิวพรรณทราม รูปชั่ว ไม่น่าดู แต่เป็นผู้มั่งคั่ง มีทรัพย์มาก มีโภคสมบัติมากและสูงศักดิ์ นี้แลเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้มาตุคามบางคนในโลกนี้มีรูปงาม น่าดูน่าชมประกอบด้วยความเป็นผู้มีผิวพรรณงามยิ่งนัก แต่เป็นคนเข็ญใจยากจนขัดสนและต่ำศักดิ์ อนึ่ง นี้เป็นเหตุเป็นปัจจัยให้มาตุคามบางคนในโลกนี้มีรูปงาม น่าดู น่าชม ประกอบด้วยความเป็นผู้มีผิวพรรณงามยิ่งนัก ทั้งเป็นผู้มั่งคั่ง มีทรัพย์มาก มีโภคสมบัติมากและสูงศักดิ์


ความคิดเห็น 7    โดย บ้านธัมมะ  วันที่ 24 ต.ค. 2550

เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสอย่างนี้แล้ว พระนางมัลลิกาเทวีได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ในชาติอื่นชรอย หม่อมฉันจะเป็นผู้มักโกรธ มากไปด้วยความแค้นใจ ถูกว่าแม้เล็กน้อยก็ขัดเคืองฉุนเฉียว กระฟัดกระเฟียด กระด้างกระเดื่อง แสดงความโกรธ ความขัดเคืองและความไม่พอใจให้ปรากฏ ในบัดนี้ หม่อมฉันจึงมีผิวพรรณทรามรูปชั่ว ไม่น่าดู แต่ในชาติอื่น หม่อมฉันคงได้ให้ทาน คือ ข้าว น้ำ ยวด-ยาน ระเบียบ ของหอม เครื่องลูบไล้ ที่นอน ที่อยู่อาศัยและประทีปโคมไฟ บัดนี้ หม่อมฉันจึงเป็นคนมั่งคั่ง มีทรัพย์มาก มีโภคสมบัติมาก ในชาติอื่น หม่อมฉันคงจะไม่มีใจริษยาในลาภ สักการะ ความเคารพ ความนับถือการไหว้ และการบูชาของผู้อื่น ไม่เกียดกัน ไม่ตัดรอน ไม่ผูกความริษยา ในบัดนี้ หม่อมฉันจึงมีศักดิ์สูง ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ก็นางกษัตริย์บ้างนางพราหมณีบ้าง นางคฤหบดีบ้าง มีอยู่ในราชสกุลนี้ หม่อมฉันได้ดำรงความเป็นใหญ่ยิ่งกว่าหญิงเหล่านั้น ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ตั้งแต่วันต้นไปหม่อมฉันจักไม่โกรธ ไม่มากไปด้วยความแค้นใจ ถึงถูกว่ากล่าวมากก็จักไม่ขัดเคือง ไม่ฉุนเฉียว ไม่กระฟัดกระเฟียด ไม่กระด้างกระเดื่อง ไม่แสดงความโกรธความขัดเคืองและความไม่พอใจให้ปรากฏ จักให้ทาน คือ ข้าวน้ำ ผ้า ยวดยาน ระเบียบ ของหอม เครื่องลูบไล้ ที่นอน ที่อยู่อาศัยและประทีปโคมไฟ แก่สมณพราหมณ์ จักไม่มีใจริษยาในลาภ สักการะความเคารพ ความนับถือ การไหว้ และบูชาของผู้อื่น จักไม่เกียดกัน ไม่ตัดรอน ไม่ผูกความริษยา ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ภาษิตของพระองค์แจ่มแจ้งนัก ฯลฯ ขอพระผู้มีพระภาคเจ้าโปรดทรงจำหม่อมฉันว่าเป็นอุบาสิกา ผู้ถึงสรณะตลอดชีวิต ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป.

จบ มัลลิกสูตรที่ ๗


ความคิดเห็น 8    โดย บ้านธัมมะ  วันที่ 24 ต.ค. 2550

อรรถกถามัลลิกสูตร

พึงทราบวินิจฉัยในมัลลิกสูตรที่ ๗ ดังต่อไปนี้ :-

บทว่า มลฺลิกา เทวี ได้แก่ พระเทวีของพระเจ้าปเสนทิโกศล

บทว่า เยน มิเธกจฺโจ มาตุคาโม ได้แก่ หญิงบางคนในโลกนี้

บทว่า ทุพฺพณฺโณ ได้แก่ มีผิวน่าเกลียด

บทว่า ทุรูโป ได้แก่ มีทรวดทรงไม่ดี

บทว่า สุปาปิโก ได้แก่ แสนชั่ว แสนทราม

บทว่า ทสฺสนาย แปลว่า เพื่อเห็น

บทว่า ทลิทฺโท ได้แก่ จนทรัพย์

บทว่า อปฺปสฺสโก ได้แก่ เว้นจากทรัพย์และข้าวเปลือกเป็นของตนเอง

บทว่า อปฺปโภโค ได้แก่ เว้นจากเครื่องใช้สอย

บทว่า อปฺเปสกฺโข ได้แก่ มีบริวารน้อย

บทว่า อุทฺโธ ได้แก่ เป็นอิสระ

บทว่า มหทฺธโน ได้แก่ มีทรัพย์มาก โดยทรัพย์สำหรับใช้สอย

บทว่า มหาโภโค คือ มีโภคะมาก ด้วยโภคะเครื่องอุปโภค บริโภค (ของใช้ ของกิน)

บทว่า มเหสกฺโข คือ มีบริวารมาก

บทว่า อภิรูโป คือ มีรูปงาม

บทว่า ทสฺสนีโย คือ ควรดู

บทว่า ปาสาทิโก คือ มีใจเลื่อมใสด้วยการชม

บทว่า วณฺณโปกฺขรตาย คือ ด้วยผิวพรรณและทรวดทรงแห่งเรือนร่าง

บทว่า อภิสชฺชติ แปลว่า ขัดข้อง

บทว่า พฺยาปชฺชติ ได้แก่ ละปกติ

บทว่า ปฏิตฺถียติ ได้แก่ ถึงความเป็นผู้หดหู่ และกระด้าง ด้วย ความโกรธ.

บทว่า น ทาตา โหติ คือ เป็นหญิงไม่ให้. ในบทว่า เสยฺยาวสถปทีเปยฺยํ นี้ ที่นอน คือ เตียงและแผ่นกระดานเป็นต้น ชื่อว่าที่นอน. เรือน ที่อยู่อาศัย ชื่อว่า ที่อยู่ เครื่องประกอบประทีปมีไส้และน้ำมันเป็นต้นท่านเรียกว่า ปทีเปยฺยํ

บทว่า อิสฺสามนิโก ได้แก่ มีจิตประกอบด้วยความริษยา พึงทราบ ความในบททั้งหมดโดยนัยนี้

บทว่า โกธนา อโหสึ คือ เป็นหญิงมักโกรธ

บทว่า อนิสฺสามนิกา อโหสึ คือ ได้เป็นหญิงมีจิตเว้นจากความริษยา.คำที่เหลือในสูตรนี้มีเนื้อความง่ายทั้งนั้นแล

จบ อรรถกถามัลลิกสูตรที่ ๗


ความคิดเห็น 9    โดย พุทธรักษา  วันที่ 25 ต.ค. 2550

ขออนุโมทนา


ความคิดเห็น 10    โดย aditap  วันที่ 25 ต.ค. 2550
ขออนุโมทนากับทุกท่านที่มีโอกาสได้ไปฟังพระธรรมทุกท่านครับ

ความคิดเห็น 11    โดย medulla  วันที่ 26 ต.ค. 2550
ขอบพระคุณมากค่ะ ขออนุโมทนาค่ะ

ความคิดเห็น 12    โดย olive  วันที่ 8 ก.พ. 2551

ขออนุโมทนาค่ะ