
[เล่มที่ 40] พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท เล่ม ๑ ภาค ๒ ตอน ๑ - หน้า 304-305
"ความไม่ประมาทเป็นเครื่องถึงอมตะ (๑) ความประมาทเป็นทางแห่งมัจจุ ผู้ไม่ประมาทแล้ว ชื่อว่าย่อมไม่ตาย: ผู้ใดประมาทแล้ว ผู้นั้นย่อมเป็นเหมือนคนตายแล้ว; บัณฑิตรู้ความนั่นโดยแปลกกันแล้ว (ตั้งอยู่) ในความไม่ประมาท บันเทิงอยู่ในความไม่ประมาท: ยินดีในธรรมเป็นที่โคจรของพระอริยะทั้งหลาย, บัณฑิตผู้ไม่ประมาทเหล่านั้น มีความเพ่ง มีความเพียรเป็นไปติดต่อ. บากบั่นมั่นเป็นนิตย์ เป็นนักปราชญ์ย่อมถูกต้องพระนิพพาน อันเป็นแดนเกษมจากโยคะอันยอดเยี่ยม."
แก้อรรถ
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อปฺปมาโท ย่อมแสดงเนื้อความกว้างคือ ถือเอาเนื้อความกว้างตั้งอยู่. จริงอยู่ พระพุทธพจน์ คือพระไตรปิฎก แม้ทั้งสิ้น ซึ่งอาจารย์ทั้งหลายนำมากล่าวอยู่ ย่อมหยั่งลงสู่ความไม่ประมาทนั่นเอง, เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้า จึงตรัสไว้ว่า "ภิกษุทั้งหลายรอยเท้าเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ของสัตว์ทั้งหลายผู้สัญจรไปบนแผ่นดิน, รอยเท้าทั้งปวงนั้น ย่อมถึงความประชุมลงในรอยเท้าช้าง, รอยเท้าช้าง อันชาวโลกย่อมเรียกว่าเป็นยอดแห่งรอยเท้าเหล่านั้น. เพราะรอยเท้าช้างนี้เป็นของใหญ่ แม้ฉันใด, ภิกษุทั้งหลาย กุศลธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง, กุศลธรรมเหล่านั้นทั้งหมด มีความไม่ประมาทเป็นรากเหง้า มีความไม่ประมาทเป็นที่ประชุมลง, ความไม่ประมาท อันเรากล่าวว่า เป็นยอดแห่งธรรมเหล่านั้น ฉันนั้น เหมือนกันแล ."
อ.วิชัย: ท่านอาจารย์ครับ ก็มีอีกประเด็นหนึ่งครับ ข้อความในคาถาธรรมบท เรื่องของนางสามวดี ซึ่งพระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสพระคาถาไว้ดังนี้ครับว่า ความไม่ประมาทเป็นเครื่องถึงอมตะ คือความไม่ตายครับ ความประมาทเป็นทางแห่งมัจจุ คือความตาย ผู้ไม่ประมาทแล้วชื่อว่าย่อมไม่ตาย ผู้ใดประมาทแล้ว ผู้นั้นเหมือนคนตายแล้ว บัณฑิตรู้ความนั้นโดยแปลกกันแล้ว ตั้งอยู่ในความไม่ประมาท บันเทิงอยู่ในความไม่ประมาท ยินดีในธรรมที่เป็นโคจรของพระอริยะทั้งหลาย บัณฑิตผู้ไม่ประมาทเหล่านั้น มีความเพ่งมีความเพียรเป็นไปติดต่อ บากบั่นหมั่นเป็นนิจ เป็นนักปราชญ์ย่อมถูกต้องพระนิพพานอันเป็นแดนเกษมจากโยคะอันยอดเยี่ยมครับ
อันนี้ก็เป็นพระคาถาที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัส ประเด็นที่จะกราบเรียนท่านอาจารย์จากข้อความที่กระผมได้กล่าวพระคาถา ซึ่งข้อความที่ต่อมาที่เป็นแก้อรรถะครับ ก็มีข้อความว่า จริงอยู่ พระพุทธพจน์คือพระไตรปิฎกแม้ทั้งสิ้นซึ่งอาจารย์ทั้งหลายนำมากล่าวอยู่ ย่อมหยั่งลงสู่ความไม่ประมาทนั่นเองครับ กราบท่านอาจารย์ครับการที่เรามีโอกาสได้ศึกษาพระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้แสดงในแต่ละคำที่เป็นพระพุทธพจน์ทั้งหมดนี่ครับ จะหยั่งลงสู่ความไม่ประมาทอย่างไร?
ท่านอาจารย์: ก็ต้องเดี๋ยวนี้เอง ประมาทหรือเปล่า? ไม่อย่างนั้นเราจะไปหาความประมาทความไม่ประมาทที่ไหน? ถ้าไม่เข้าใจขณะที่ประมาทและขณะที่ไม่ประมาท
ทำไมถึงสนทนาธรรมในความละเอียดในความลึกซึ้ง เพราะรู้ว่าธรรมละเอียดลึกซึ้งใช่ไหม? ไม่ประมาทเลย!!
ถ้าประมาทว่า ธรรมไม่ละเอียดไม่ลึกซึ้ง ก็คิดว่าง่ายเหมือนพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสให้ทำอะไร แต่พระองค์ตรัสรู้ความจริงที่ลึกซึ้ง จึงทรงแสดงให้เข้าใจถึงความจริงที่ลึกซึ้ง ไม่ให้ประมาทว่า ธรรมไม่ลึกซึ้ง ง่ายๆ ทำอะไรเดี๋ยวก็บรรลุนิพพานหมดกิเลส เป็นไปไม่ได้!!
อ.วิชัย: ครับ ดังนั้น อย่างที่ท่านอาจารย์ให้ความเข้าใจเป็นประจำเสมอ ก็คือเริ่มต้นแม้แต่คำว่า ธรรม ว่าเข้าใจหรือยัง? แม้แต่ ธรรม คำว่า ธรรม คำเดียวก็ไม่ควรประมาทแล้วครับท่านอาจารย์
ท่านอาจารย์: และ เดี๋ยวนี้ได้ยินแล้วเข้าใจแล้ว แต่เดี๋ยวนี้เป็นธรรมหรือยัง หรือเป็นธรรมหรือเปล่า? เข้าใจแค่ไหน?
อ.วิชัย: ครับ จึงแสดงถึงความไม่ประมาทครับ ยังความไม่ประมาทให้ถึงพร้อมจริงๆ ครับท่านอาจารย์ แม้แต่การศึกษาพระธรรมที่เป็นพระพุทธพจน์ทั้งหมดแต่ละคำ ก็กล่าวถึงความเป็นจริง แต่ว่า ความเข้าใจที่จะรู้ตามพระสัมมาสัมพุทธเจ้านี่แค่ไหนครับท่านอาจารย์
ท่านอาจารย์: อ่านได้ใช่ไหมพระไตรปิฎก เข้าใจหรือเปล่า?!!
อ.วิชัย: ครับ ท่านอาจารย์ครับ นี่คือประโยชน์สูงสุด ก็คือการได้เข้าใจในแต่ละคำครับว่า ถึงแม้เป็นคำที่ลึกซึ้งแต่ก็ต้องอาศัยความไม่ประมาทนี่เองใช่ไหมครับท่านอาจารย์ ที่จะเห็นความละเอียดของพระพุทธพจน์แต่ละคำครับ
ขอเชิญอ่านได้ที่ ..
ผู้ไม่ประมาทแล้ว ชื่อว่าย่อมไม่ตาย [คาถาธรรมบท]
กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ด้วยความเคารพยิ่งค่ะ
และกราบยินดีในกุศลจิตของ อ.วิชัย ด้วยค่ะ
กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์ ด้วยความเคารพยิ่ง
ยินดีในกุศลจิตครับ