ใน ชินมหานิทาน กล่าวไว้ว่า ถ้าท่านปรารถนาจะบรรลุพระโพธิญาณแล้วไซร้
โดย ใหญ่ราชบุรี  2 เม.ย. 2557
หัวข้อหมายเลข 24668

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธธัสสะ

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ซึ่งเป็นผู้ไกลจากกิเลส ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง

พุทธการกธรรม (ธรรม ที่ทำให้เป็น พระพุทธเจ้า)

๑. ทานบารมี

ใน ชินมหานิทาน กล่าวไว้ว่า ถ้าท่านปรารถนาจะบรรลุพระโพธิญาณแล้วไซร้

ท่านจงบำเพ็ญทานบารมีเถิด อันว่า หม้อที่เต็มด้วยน้ำ ที่เขาวางคว่ำปากลงน้ำ ย่อมไหลออกหมด ไม่ขัง ติดอยู่ ในหม้อนั้น ฉันใด ท่านเห็น ยาจกทั้งหลาย ทั้งชั้นต่ำ ชั้นกลาง และชั้นสูง แล้ว จงให้ทานอย่าให้เหลือ ดุจหม้อน้ำ ที่เขาวางคว่ำปากไว้ ฉันนั้นเหมือนกัน

พระโพธิสัตว์ ครั้นเห็น ทานบารมี ข้อแรกอย่างนี้แล้ว คิดว่า พุทธการกธรรม คงมิใช่จักมีเพียงเท่านี้ เมื่อใคร่ครวญหาพุทธธรรมอื่นอยู่ ก็ได้เห็น ศีลบารมี เป็นข้อที่ ๒ เมื่อจะสอนตนเองว่า ...

๒. ศีลบารมี

ถ้าท่านปรารถนาจะบรรลุพระโพธิญาณแล้วไซร้

ท่านจงบำเพ็ญศีลบารมีเถิด อันว่า จามรี รักษาขนหาง ที่ติดอยู่ ในที่ใด ก็ยอมตายอยู่ในที่นั้น ไม่ยอมให้ ขนหางเสียไป ฉันใด ท่านจงบำเพ็ญศีล รักษาศีลทั้ง ๔ ให้บริบูรณ์ ในกาลทุกเมื่อ (คือ ปาฏิโมกขสังวรศีล อินทรีย์สังวรศีล อาชีวปาริสุทธิศีล และปัจจยสันนิสิตศีล) ดุจจามรี รักษาขนหางของตน ฉันนั้น เหมือนกัน

พระโพธิสัตว์ ครั้นเห็น ศีลบารมี เป็นข้อที่ ๒ อย่างนี้แล้ว เมื่อใคร่ครวญต่อไป ก็ได้เห็น เนกขัมมบารมี ที่พระโพธิ์สัตว์ทั้งหลายแต่ปางก่อน ได้สั่งสมอบรมมา เมื่อจะสอนตนเองจึงกล่าวว่า

๓.เนกขัมมบารมี

ถ้าท่านปรารถนาจะบรรลุพระโพธิญาณแล้วไซร้ ท่านจงบำเพ็ญเนกขัมมบารมีเถิด

อันว่า คนถูกขังอยู่ในเรือนจำ ได้รับแต่ความทุกข์ทรมาน ย่อมไม่เกิดความยินดีในเรือนจำ มีแต่จะหาช่องทางที่จะพ้นออกไป ฉันใด ท่านจงเห็นภพทั้งปวงดุจเรือนจำ จงมุ่งหน้าต่อเนกขัมมะ เพื่อแสวงหาทางหลุดพ้นไปจากภพ ฉันนั้น เหมือนกัน

พระโพธิสัตว์ ครั้นเห็น เนกขัมมบารมี เป็นข้อที่ ๓ อย่างนี้แล้ว เมื่อใคร่ครวญต่อไป ก็ได้เห็น ปัญญาบารมี

ที่พระโพธิสัตว์ทั้งหลายแต่ปางก่อน ได้สั่งสมอบรมมา เมื่อจะสอนตนเองจึงกล่าวว่า ... .



ความคิดเห็น 1    โดย ใหญ่ราชบุรี  วันที่ 2 เม.ย. 2557

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธธัสสะ

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ซึ่งเป็นผู้ไกลจากกิเลส ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง

๔. ปัญญาบารมี

ถ้าท่านปรารถนาจะบรรลุพระโพธิญาณแล้ไซร้ ท่านจงบำเพ็ญปัญญาบารมีเถิด

อันว่า ภิกษุเมื่อเที่ยวบิณฑบาต มิได้เลือกว่า จะเป็น ตระกูล ชั้นต่ำ ปานกลาง หรือ ชั้นสูง ย่อมได้อาหาร พอยังอัตภาพ ให้เป็นไป ฉันใด ท่านจงสอบถามบัณฑิต เรียนรู้กับคนมีปัญญา โดยไม่เลือกเว้นตลอดกาลทั้งปวง เมื่อถึงฝั่งแห่งปัญญาบารมีแล้ว จักบรรลุพระสัมโพธิญาณได้ ฉันนั้น

พระโพธิสัตว์ ครั้นเห็น ปัญญาบารมี เป็นข้อที่ ๔ อย่างนี้แล้ว เมื่อใคร่ครวญหายิ่งขึ้นไป ก็ได้เห็น วิริยบารมี ที่พระโพธิสัตว์ทั้งหลายแต่ปางก่อน ได้สั่งสมอบรมมา เมื่อจะสอนตนเองจึงกล่าวว่า ...

๕. วิริยบารมี

ถ้าท่านปรารถนาจะบรรลุพระโพธิญาณแล้วไซร้.. ท่านจงบำเพ็ญวิริยบารมีเถิด

อันว่า สีหมฤคราช มีความเพียร ไม่ย่อหย่อน ในอิริยาบถ นอน ยืน เดิน ประคองใจไว้ทุกเมื่อ ฉันใด ท่านจงประคองความเพียร ไว้ให้มั่นคง ในภพทั้งปวง เริ่มตั้งความเพียร ถึงฝั่งแห่งวิริยบารมีแล้ว จักบรรลุพระสัมโพธิญาณได้ ฉันนั้น

พระโพธิสัตว์ ครั้นเห็น วิริยบารมี เป็นข้อที่ ๕ อย่างนี้แล้ว เมื่อใคร่ครวญหายิ่งขึ้นไป ก็ได้เห็น ขันติบารมี ที่พระโพธิสัตว์ทั้งหลายแต่ปางก่อน ได้สั่งสมอบรมมา เมื่อจะสอนตนเองจึงกล่าวว่า ... .

๖. ขันติบารมี

ถ้าท่านปรารถนาจะบรรลุพระโพธิญาณแล้วไซร้.. ท่านจงสมาทานขันติบารมี มีใจแน่วแน่ในขันติบารมี มีใจไม่เป็นสองในขันติบารมี จักบรรลุพระสัมโพธิญาณได้

อันว่า แผ่นดิน ย่อมอดทนต่อ สิ่งของที่เขาทิ้งลงมา ซึ่งมีทั้งที่ สะอาดบ้าง ไม่สะอาดบ้าง ไม่รู้สึก ยินดี ยินร้าย ฉันใด ท่านจงอดทนต่อการยกย่อง และการเหยียดหยามของชนทั้งปวง ฉันนั้นเหมือนกัน ถึงฝั่งแห่งขันติบารมีแล้ว จักบรรลุพระสัมโพธิญาณได้

พระโพธิสัตว์ ครั้นเห็น ขันติบารมี เป็นข้อที่ ๖ อย่างนี้แล้ว เมื่อใคร่ครวญหาต่อไปอีก ก็ได้เห็น สัจจบารมี ที่พระโพธิสัตว์ทั้งหลายแต่ปางก่อน ได้สั่งสมอบรมมา เมื่อจะสอนตนเองจึงกล่าวว่า ...


ความคิดเห็น 2    โดย ใหญ่ราชบุรี  วันที่ 2 เม.ย. 2557

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธธัสสะ

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ซึ่งเป็นผู้ไกลจากกิเลส ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง

๗. สัจบารมี

ถ้าท่านปรารถนาจะบรรลุพระโพธิญาณแล้วไซร้ ... ท่านจงสมาทานสัจบารมี มีวาจาแน่นอน ไม่เป็นสอง ในสัจบารมีนั้น จักบรรลุพระสัมโพธิญาณได้

อันว่า ดาวประกายพรึก เป็นดาวนพเคราะห์ที่เที่ยงตรงในโลก พร้อมทั้งเทวโลก ไม่โคจรออกนอกวิถีโคจร ไม่ว่าฤดูฝน ฤดูหนาว หรือฤดูร้อน แม้ฉันใด ถึงท่าน ก็ฉันนั้นเหมือนกัน จงอย่าเดินออกนอก วิถีทางในสัจจะทั้งหลาย ถึงฝั่งแห่งสัจบารมีแล้ว ก็จักบรรลุสัมโพธิญาณได้

พระโพธิสัตว์ ครั้นเห็น สัจบารมี เป็นข้อที่ ๗ อย่างนี้แล้ว เมื่อใคร่ครวญหายิ่งขึ้นไปอีก ก็ได้เห็น อธิษฐานบารมี ที่พระโพธิสัตว์ทั้งหลาย แต่ปางก่อนได้สั่งสมอบรมมา เมื่อจะสอนตนเองจึงกล่าวคาถานี้ว่า ...

๘. อธิษฐานบารมี

ถ้าท่านปรารถนาจะบรรลุพระโพธิญาณแล้วไซร้ ... ท่านจงสมาทานอธิษฐานบารมี เป็นผู้ไม่หวั่นไหวในอธิษฐานบารมีนั้นแล้ว จักบรรลุพระสัมโพธิญาณนั้นได้

อันว่า ภูผา ไม่หวั่นไหว ตั้งมั่นดีแล้ว ย่อมไม่ไหวด้วยลมแรงกล้า ย่อมตั้งอยู่ในฐานของตน นั่นเอง ฉันใด ท่านจงเป็นผู้ไม่หวั่นไหว ในอธิษฐานบารมี ทุกเมื่อไป ฉันนั้น ท่านบำเพ็ญอธิษฐานบารมีแล้ว จักบรรลุพระสัมโพธิญาณได้

พระโพธิสัตว์ ครั้นเห็น อธิษฐานบารมี เป็นข้อที่ ๘ อย่างนี้แล้ว เมื่อใคร่ครวญหายิ่งขึ้นไปอีก ก็ได้เห็น เมตตาบารมี ที่พระโพธิสัตว์ทั้งหลาย แต่ปางก่อน ได้สั่งสมอบรมมา เมื่อจะสอนตนเองจึงกล่าวว่า

๙. เมตตาบารมี

ถ้าท่านปรารถนาจะบรรลุพระโพธิญาณแล้วไซร้ ท่านจงสมาทานเมตตาบารมี จงเป็นผู้ไม่มีใครเสมอด้วยเมตตา หากว่าท่านปรารถนาจะบรรลุพระสัมโพธิญาณ

อันว่า ฝนตกแล้ว ย่อมไหล และแผ่ความเย็นไป เสมอกัน ไม่เลือกที่ ฉันใด ท่านจงเจริญเมตตา ให้เสมอกัน ทั้งในคนดี และคนชั่ว ทั้งในศัตรู และมิตร ย่อมชำระล้าง มลทิน คือ ธุลี ออกไป ท่านจงแผ่เมตตาไป ให้สม่ำเสมอ ในคนที่เป็นประโยชน์เกื้อกูล ท่านบำเพ็ญเมตตาบารมีแล้ว จักบรรลุพระสัมโพธิญาณได้

พระโพธิสัตว์ ครั้นเห็น เมตตาบารมี เป็นข้อที่ ๙ อย่างนี้แล้ว เมื่อใคร่ครวญหายิ่งขึ้นไปอีก ก็ได้เห็น อุเบกขาบารมี ที่พระโพธิสัตว์ทั้งหลาย แต่ปางก่อนได้สั่งสมอบรมมา เมื่อจะสอนตนเองจึงกล่าวว่า ...


ความคิดเห็น 3    โดย ใหญ่ราชบุรี  วันที่ 2 เม.ย. 2557

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธธัสสะ

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ซึ่งเป็นผู้ไกลจากกิเลส ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง

๑๐. อุเบกขาบารมี

ถ้าท่านปรารถนาจะบรรลุพระโพธิญาณแล้วไซร้.. ท่านจงสมาทานอุเบกขาบารมี ท่านจงเป็นผู้มั่นคงดุจตราชูแล้ว จักบรรลุพระสัมโพธิญาณได้

ธรรมดาว่า แผ่นดิน ย่อมวางเฉยต่อ สิ่งที่เขาทิ้งลงไป ทั้งที่ไม่สะอาด ทั้งที่สะอาด ทั้งสองอย่าง เว้นจากความยินดียินร้าย ฉันใด ท่านจงเป็นผู้มั่นคง ดุจตราชู ในสุข ในทุกข์ ในกาลทุกเมื่อ บำเพ็ญอุเบกขาบารมีแล้ว ก็จักบรรลุพระสัมโพธิญาณได้ ฉันนั้น

เมื่อพระมหาบุรุษใคร่ครวญหาธรรม ซึ่งอบรมบ่ม พระโพธิญาณในโลก ๑๐ ประการ เหล่านี้แล้ว คิดว่าว่า พุทธการกธรรม ทั้งหลาย ที่พระโพธิสัตว์ พึงบำเพ็ญ ในโลกนี้ มีเพียงเท่านี้เท่านั้น ไม่มียิ่งขึ้นไปกว่านี้อีก

บารมีทั้ง ๑๐ เหล่านี้ ในอากาศเบื้องบนก็ไม่มี ในแผ่นดินเบื้องต่ำ ก็ไม่มี แม้ในทิศทั้งหลายก็ไม่มี

แต่ทว่า มีประดิษฐานอยู่แล้ว ภายในเนื้อหัวใจของเรานี้เอง

ครั้นเห็น บารมีเหล่านั้น ตั้งอยู่ในหัวใจ อย่างนี้แล้ว จึงอธิษฐานบารมีทั้งหมดไว้ให้มั่น แล้วพิจารณา อยู่บ่อยๆ โดยอนุโลม และปฏิโลม จับเบื้องปลายให้ถึงเบื้องต้น จับเบื้องต้นให้ถึงเบื้องปลาย จับตรงกลางให้ลงถึงเบื้องปลายทั้งสอง จับเบื้องปลายทั้งสองให้ลงถึงตรงกลาง

ชื่อว่า บารมี เพราะบริจาคสิ่งของภายนอก

ชื่อว่า อุปบารมี เพราะบริจาคอวัยวะ

ชื่อว่า ปรมัตถบารมี เพราะบริจาคชีวิต

พระโพธิสัตว์ ได้เห็น บารมี ๓๐ ทัศ คือ บารมี ๑๐ อุปบารมี ๑๐ ปรมัตถบารมี ๑๐ ด้วยประการฉะนี้

เมื่อพระโพธิสัตว์ กำลังพิจารณา บารมีทั้งหลาย อยู่

แผ่นดินในหมื่นโลกธาตุ ซึ่งหนาได้สองแสนสี่หมื่นโยชน์ พร้อมทั้งเทวโลก ได้หวั่นไหว สะเทือนสะท้าน ส่งเสียงร้อง เหมือนเครื่องยนต์หีบอ้อยที่กำลังบีบอ้อย ฉันนั้น หมุนคว้าง ประดุจดังว่า แป้นสำหรับปั้นหม้อ

พวกชาวเมืองรัมมนคร ซึ่งกำลังอังคาส พระผู้มีพระภาคเจ้า อยู่ ไม่สามารถดำรงกายอยู่ได้ ล้มลง

ราวกับ ต้นสาละใหญ่ ถูกลมพายุ เมื่อจะสิ้นยุค พัดหักไป

มหาชนตกใจ พากันไปทูลถาม พระศาสดาทีปังกร ถึงเหตุนั้น


ความคิดเห็น 4    โดย ใหญ่ราชบุรี  วันที่ 2 เม.ย. 2557

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธธัสสะ

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ซึ่งเป็นผู้ไกลจากกิเลส ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง

พระผู้มีพระภาคเจ้า จึงตรัส พระคาถานี้ว่า

ในวันนี้ เราได้พยากรณ์ผู้ใดไว้ จักเป็น พระพุทธเจ้า ในโลก ผู้นั้น พิจารณาอยู่ ซึ่ง โบราณกธรรม อันเป็นของเก่าที่ พระชินเจ้า ได้อบรมมาแล้ว เมื่อท่านผู้นั้น พิจารณาธรรม อันเป็น พุทธภูมิ จนหมดสิ้น ผืนแผ่นดินหนึ่งหมื่นในโลก พร้อมทั้งเทวโลก จึงไหว เพราะเหตุนั้น

เมื่อพระโพธิสัตว์ กำลังลุกจากอาสนะ เทพยดาทั่วหมื่นจักรวาล ได้ประชุมบูชา ด้วยของหอม และดอกไม้ เป็นต้น สรรเสริญคุณ อันเป็นชัยมงคล ด้วยประการต่างๆ พระโพธิสัตว์ อันเทวดาทั้งหลาย สรรเสริญคุณ ด้วยประการฉะนี้แล้ว ถวายบังคม พระทศพลทีปังกร แล้วกลับไปยัง ธรรมิกบรรพต ดังเดิม ดำรงชีพอยู่ ณ ที่นั้น จนหมดอายุ เมื่อสิ้นอายุแล้ว ได้บังเกิดในพรหมโลก

ขอขอบพระคุณและขออนุโมทนากุศลทุกประการของทุกๆ ท่านค่ะ

ด้วยความเคารพยิ่ง จาก ธิดารัตน์ เดื่อมขันมณี (ใหญ่ราชบุรี)

ขึ้น ๓ ค่ำ เดือน ๕ ปีมะเมีย – พุธ ที่ ๒ เมษายน ๒๕๕๗


ความคิดเห็น 5    โดย paderm  วันที่ 3 เม.ย. 2557

ขอบคุณ และขออนุโมทนาครับ


ความคิดเห็น 6    โดย khampan.a  วันที่ 3 เม.ย. 2557

ขอบคุณ และขออนุโมทนาครับ


ความคิดเห็น 8    โดย สิริพรรณ  วันที่ 31 พ.ค. 2565

กราบขอบพระคุณยินดีในกุศลทุกประการค่ะ


ความคิดเห็น 9    โดย chatchai.k  วันที่ 31 พ.ค. 2565

ขออนุโมทนาครับ