มีปกติตามเห็นกาย [วิภังค์]
โดย เมตตา  13 มี.ค. 2569
หัวข้อหมายเลข 52123

[เล่มที่ 78] พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ เล่ม ๒ ภาค ๒ - หน้า 40-42

อธิบายคำว่า กายานุปสฺสี (มีปกติตามเห็นกาย)

    คำว่า กายานุปสฺสี ได้แก่ มีปกติตามเห็นกาย หรือว่า เห็นกายอยู่เนืองๆ . ก็คำนี้ บัณฑิตพึงทราบว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าแม้ตรัสคำว่า กาเย  (ในกาย) ดังนี้แล้ว ทรงทำศัพท์กายที่ ๒ ว่า กายานุปสฺสี ดังนี้อีก เพื่อจะแสดงการกำหนดและการแยกฆนะเป็นต้น ไม่ให้ปะปนกัน. ด้วยเหตุนั้น จึงมิได้ตรัสว่า มีปกติตามเห็นเวทนาในกาย หรือว่า มีปกติตามเห็นจิต มีปกติตามเห็นธรรมในกาย เลย โดยที่แท้ ทรงแสดงการกำหนดมิให้ปะปนกัน โดยการแสดงอาการ คือ การตามเห็นกายในวัตถุกล่าวคือกาย ในคำว่า กาเย กายานุปสฺสีเยว  (มีปกติตามเห็นกายในกายเท่านั้น) ดังนี้. โดยทำนองเดียวกัน ก็ไม่ตรัสว่า มีปกติตามเห็นธรรมอื่นสักอย่างหนึ่งนอกจากอวัยวะน้อยใหญ่ในกาย ทั้งไม่ตรัสว่า มีปกติตามเห็นผู้หญิง ผู้ชาย นอกจากผมขนเป็นต้น. ก็กายแม้ใดกล่าวคือที่ประชุมแห่งภูตรูป และอุปาทารูปมีผมขนเป็นต้น มีอยู่

ในกายนี้ จึงมิได้ตรัสว่า มีปกติตามเห็นธรรมสักอย่างหนึ่งนอกจากภูตรูป และ อุปาทารูปในกายแม้นั้น. อันที่จริง ทรงแสดงการแยกฆนะ โดยการแสดงวัตถุกล่าวคือกาย ด้วยอำนาจแห่งกายคือที่ประชุมนั่นแหละ โดยประการต่างๆ ว่า เป็นผู้มีปกติตามเห็นการประชุมแห่งอวัยวะน้อยใหญ่ทั้งหลาย เปรียบเหมือนบุคคลผู้ตรวจดูส่วนประกอบแห่งรถด้วย เป็นผู้มีปกติตามเห็นการประชุมแห่งโกฏฐาสทั้งหลายมีผมขนเป็นต้น เปรียบเหมือนบุคคลผู้ตรวจดูส่วนประกอบน้อยใหญ่ของเมืองด้วย เป็นผู้มีปกติตามเห็นการประชุมของภูตรูป อุปาทารูปทั้งหลาย เปรียบเหมือนบุคคลแยกใบกล้วย หยวกกล้วย ออกจากลำต้นกล้วย เเละเปรียบเหมือนผู้แบกำมืออันเปล่าด้วย ฉะนั้น. จริงอยู่ ในอธิการนี้ จะเป็นกายที่นอกจากกายคือที่ประชุมตามที่กล่าวแล้วก็ตาม จะเป็นหญิง เป็นชาย หรือว่าเป็นธรรมอะไรๆ อื่นก็ตาม ย่อมไม่ปรากฏ. แต่ว่าสัตว์ทั้งหลาย ย่อมกระทำการยึดมั่นเพราะความเห็นผิด ในเหตุสักว่าการประชุมแห่งธรรมตามที่กล่าวแล้วโดยประการนั้นๆ มีอยู่ ด้วยเหตุนั้นโบราณาจารย์ทั้งหลายจึงกล่าวว่า

    ยํ ปสฺสติ น ตํ ทิฏฺฐํ ยํ ทิฏฺฐํ ตํ น ปสฺสติ

    อปสฺสํ พชฺฌเต มุฬฺโห พชฺฌมาโน น มุจฺจติ.

    แปลว่า

    บุคคลเห็นอยู่ซึ่งสิ่งใด  (๑)  สิ่งนั้น  (๒)  ชื่อว่า อันเขาเห็นแล้วก็หาไม่ สิ่งใด  (๓)  อันเขาเห็นแล้ว เขาชื่อว่าย่อมไม่เห็นซึ่งสิ่งนั้น บุคคลผู้หลง เมื่อไม่เห็นย่อมติด เมื่อติดก็ย่อมไม่หลุดพ้น.

คำว่ามีปกติตามเห็นกายในกายท่านกล่าวแล้ว เพื่อการแสดงการแยกฆนะเป็นต้น ด้วยประการฉะนี้. อนึ่ง ในอธิการนี้ บัณฑิตพึงทราบเนื้อความแม้นี้ด้วยอาทิศัพท์. จริงอยู่ พระโยคาวจรนี้มีปกติตามเห็นกายในกายนี้เท่านั้น มิใช่มีปกติตามเห็นธรรมอื่น. ถามว่า ข้อนี้ท่านอธิบายไว้อย่างไร. ตอบว่า ท่านอธิบายว่าชนทั้งหลายผู้มีปกติตามเห็นพยับแดดแม้อันไม่มีน้ำว่าเป็นน้ำ ฉันใด พระโยคาวจรมีปกติตามเห็นกายนี้อันเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา เป็นอสุภะนั่นแหละว่า เป็นของเที่ยง เป็นสุข เป็นอัตตา เป็นสุภะ ฉันนั้นหามิได้ โดยที่แท้ มีปกติตามเห็นกายก็คือ มีปกติตามเห็นการประชุมแห่งอาการของความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา เป็นอสุภะเท่านั้น ดังนี้.



ความคิดเห็น 1    โดย chatchai.k  วันที่ 13 มี.ค. 2569

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ยินดีในกุศลจิตครับ