ดิฉันมีเพื่อนคนหนึ่ง
โดย pornnapa  22 ม.ค. 2550
หัวข้อหมายเลข 2689

ดิฉันมีเพื่อนคนหนึ่งที่จะให้ดิฉันออกจากงานที่ทำอยู่ โดยไปทำกับเขา ถ้าดิฉัน ไม่ออกจากงานที่ทำ เขาบอกว่าความเป็นเพื่อนก็ไม่มีคือจบกันไปเลย ช่วยแนะนำ ดิฉันด้วยค่ะ เพราะปัญญาดิฉันก็ยังไม่มี อวิชชาก็มีอยู่มากมายค่ะ ความเข้าใจพระ ธรรมก็มีน้อย ดิฉันจึงได้แต่ทุกข์ใจค่ะ



ความคิดเห็น 1    โดย study  วันที่ 23 ม.ค. 2550

คำว่าเพื่อน คือ ผู้มีมีเมตตา มีไมตรี มีความหวังดี มีความปรารถนาดีต่อกัน ลักษณะของเพื่อนแท้หรือมิตรแท้ ในสิงคาลกสูตรแสดงไว้ว่า มี ๔ ประเภท

[๑๙๒] ดูก่อนคฤหบดีบุตร มิตร ๔ จำพวกเหล่านี้ คือ

มิตรมีอุปการะ ๑

มิตรร่วมสุขร่วมทุกข์ ๑

มิตรแนะประโยชน์ ๑

มิตรมีความรักใคร่ ๑

ท่านพึงทราบว่าเป็นมิตรมีใจดี (เป็นมิตรแท้)

การคบเพื่อนแท้มีแต่จะนำประโยชน์สุขมาให้ เพื่อนย่อมไม่มีการบังคับจิตใจหรือทำให้เพื่อนลำบากทุกข์ใจ การเป็นเพื่อนที่ดีไม่จำเป็นต้องอยู่หรือทำงานร่วมกัน อยู่กัน คนละแห่งย่อมเป็นเพื่อนมีความหวังดีต่อกันได้ ในบางครั้งเราไม่ทำตามใจคนบาง คนในบางเรื่องด้วยเหตุผลที่จำเป็นของเรา ถ้าเขาจะโกรธเราก็ช่วยไม่ได้ เพราะเรา คงไม่สามารถทำทุกสิ่งทุกอย่างให้ทุกคนถูกใจทั้งหมดได้ ที่สำคัญคือเราต้องรักษา จิตของเราไม่ให้เศร้าหมองด้วยการเจริญกุศลทุกประการ เราไม่โกรธเขามีเมตตาต่อ เขาใจเราย่อมเป็นสุข กระทำวันนี้ให้ดีที่สุด เจริญกุศลทุกประการ


ความคิดเห็น 2    โดย bluebaker  วันที่ 23 ม.ค. 2550

ต้องดูว่าวันนี้งานที่คุณทำอยู่นั้นเป็นงานที่ดีหรือไม่ ถ้าเป็นงานที่ดีอยู่แล้ว แต่เพื่อนมีงานที่ดีกว่าอยากให้เพื่อนไปทำด้วย ก็น่าจะไปทำกับเขา แต่เพื่อนก็ไม่ควรบังคับโดยเอาความเป็นเพื่อนมาแลก แต่ถ้างานที่คุณทำอยู่เป็นงานผิดกฏหมาย สร้างความเดือนร้อนให้ผู้อื่นคือเป็นมิจฉาอาชีวะ สิ่งที่เพื่อนคุณแนะนำก็น่าจะดีที่สุดแล้วครับในทางกลับกันถ้างานที่เพื่อนคุณแนะนำให้ไปทำด้วยเป็นมิจฉาอาชีวะแล้วก็จบกันเลยครับ เลิกคบได้ดีที่สุด


ความคิดเห็น 3    โดย pornchai.s  วันที่ 23 ม.ค. 2550

ขออนุโมทนา กับ มศพ. ที่นำข้อความจาก พระไตรปิฎก มาให้อ่าน เสมอๆ ในความคิดเห็น ที่ 1 ขึ้นอยู่กับการ ตัด สินใจ ของ คุณ พรนภา เอง เพราะผู้อื่น ไม่สามารถ ตัดสินใจแทนได้ มีตัวแปร องค์ประกอบ และ ปัจจัยหลายอย่าง ที่ผู้อื่นไม่ทราบรายละเอียด มีเหตุปัจจัย และ การสะสมมาของกิเลส ที่เป็นอนุสัย มาเนิ่นนาน ในสังสารวัฎ

คำแนะนำที่ถูกต้องด้วยเหตุผล และสภาพธรรม ตามความเป็นจริง ทั้งหมด ล้วนเป็น พุทธพจน์ แล้วแต่ผู้ใดจะน้อมเอามาประพฤติ ปฎิบัติ ด้วยการพิจารณาซึ่งเป็นปัญญา ของแต่ละบุคคล ซึ่งจะทำตามพุทธพจน์ด้วยกุศลจิตหรือ ไม่กระทำตามด้วยอกุศลจิตก็ได้ ตั้งใจว่าจะทำอย่างหนึ่ง พอถึงเวลาเหตุการณ์เกิดขึ้นจริงไม่ได้ทำตามที่ตั้งใจก็ ได้ เพราะจิตที่มีกิเลส เป็นสภาพธรรม ที่กลับกลอกกลับไป กลับมาไม่แน่นอนครับ


ความคิดเห็น 4    โดย wannee.s  วันที่ 23 ม.ค. 2550

เขาคงผูกพันกับคุณมากถึงอยากให้ไปทำงานที่เดียวกัน ที่สำคัญอยู่ที่ตัวคุณเอง อยากจะไปทำงานที่เดียวกับเขาไม่ ถ้างานนั้นดีกว่าเป็นงานสุจริต และเขาเป็นเพื่อน ที่ดีก็น่าจะไปเป็นเพื่อนเขานะ แต่อ่านดูแล้วเพื่อนคุณคงนิสัยเหมือนเด็ก และเขาคงติดคุณมากนะ มิตรที่ควรคบ ให้สิ่งที่ให้ได้ยาก ทำสิ่งที่ทำได้ยาก ทนสิ่งที่ทนได้ยาก


ความคิดเห็น 5    โดย แล้วเจอกัน  วันที่ 23 ม.ค. 2550

ความเป็นเพื่อน ไม่ได้หมายความว่าจะต้องอยู่ใกล้กันนะครับ ความเป็นเพื่อนเป็น นามธรรมใช่ไหมเป็น เมตตา คือความเป็นมิตร หวังประโยชน์เกื้อกูลเพื่อเพื่อน แม้ ตัวอยู่ไกลกัน แต่ใจเราเป็นมิตรกัน ก็เหมือนอยู่ใกล้ ต่างจาก ที่ถึงแม้อยู่ใกล้กัน ในที่ทำงานเดียวกัน แต่เป็นศัตรูกัน ก็เหมือนไกลกันนะครับ ถ้าคุณคิดว่าที่ทำงาน เดิมดีอยู่แล้ว ก็อธิบายเพื่อนโดยทางธัมมะที่ผมอธิบาย และเราก็สามารถติดต่อกัน ได้นี่ครับ สื่อก็มีตั้งเยอะ ที่สำคัญเราต้องยึดสิ่งที่ถูกนะ ถ้าเพื่อนชวนในทางผิด หรือทางเสื่อมก็ไม่ควรทำตามใจเพื่อน แต่ถ้าเพื่อนชวนไปในทางที่ดี เช่น ทางธัมมะ หรือ ทางเจริณทางโลกมากขึ้น (หน้าที่การงาน) ก็ควรเชื่อครับ ผมจะขอ ยกตัวอย่าง ในพระไตรปิฎกบางเรื่องที่เมื่อคุณอ่านแล้วสามารถไปประกอบ การตัดสิน ใจนะ เชิญคลิกอ่านที่นี่ ...รักกันอยู่ไกลก็เหมือนอยู่ใกล้ [ชวนหังสชาดก] ส่วนเรื่องนี้แสดงถึงว่าไม่จำเป็นต้องเชื่อเพื่อน เขาแนะนำทางผิด ประโยชน์ตนสำคัญที่สุด

เชิญคลิกอ่านที่นี่...

ไม่ควรเชื่อเพื่อนในทางผิด [มหิลามุขชาดก]

ส่วนเรื่องนี้ แสดงให้เห็นว่าถ้าเพื่อนแนะนำทางที่ดีก็ควรเชื่อครับ

เชิญคลิกอ่านที่นี่...

ควรเชื่อเพื่อนในทางถูก [ฆฏิการสูตร]


ความคิดเห็น 6    โดย pornnapa  วันที่ 23 ม.ค. 2550

ดิฉันก็ได้แต่กลุ้มใจอยู่ พี่ๆ สหายธรรมค่ะ มีอยู่ว่าถ้าดิฉันกลับไปอยู่ด้วยก็คงต้อง เป็นแบบเดิมอีกคือ เขาจะด่าดิฉันทุกวัน ทะเลาะกัน ดิฉันทนไม่ได้ ก็จะกลับบ้าน ดีกันก็จะกลับไปใหม่ ก็เป็นแบบนี้อีกซ้ำแล้วซ้ำเล่า อีกอย่างช่วงที่ดิฉันไปอยู่ทำงาน โดยไม่มีเงินเดือน ดิฉันต้องใช้เงินเก่าที่มีอยู่ ดิฉันก็เลิกคบกันไปพักหนึ่ง ช่วงที่ เลิกคบเขา ดิฉันก็ได้ไปสมัครที่ใกล้บ้านดิฉัน ก็ได้งานทำซึ่งเป็นงานรับส่งเด็ก นักเรียนนานาชาติช่วงปีใหม่ เขาก็โทรมาหาดิฉัน และจะให้ดิฉันออกจากงาน ดิฉัน กลัวนะถ้ากลับไปอีก ก็จะเป็นแบบเดิมอีก แล้วอนาคตดิฉันจะทำอย่างไร ทุกวันนี้ ยังต้องอยู่ทางโลก ยังทำงานเพื่อเลี้ยงชีพ ดิฉันจึงถามเขาว่าแม้ความเป็นเพื่อนยัง มีอยู่อีกไหม เขาบอกว่าไม่มี ถ้าดิฉันไม่ออกจากงานความเป็นเพื่อนคงจะไม่มีอีกแล้วค่ะ


ความคิดเห็น 7    โดย pornpaon  วันที่ 23 ม.ค. 2550

หากเพื่อนขอร้องโดยเหตุผลที่สมควร โดยความหวังดีต่อเราจริงๆ ก็ไปเถอะค่ะ แต่ ถ้าเอาความเป็นเพื่อนมาตัดขาดง่ายๆ อย่างนี้ แล้วคุณยอมตามใจเขา วันหลังเขา ก็คงมีเรื่องอื่นๆ ยกมาบังคับใจคุณให้ทำเรื่องที่คุณปฏิเสธยากได้อีกนั่นแหละ ใจของ ปุถุชนนั้นแปรปรวนเป็นที่หนึ่ง คุณคิดว่าสามารถทำตามใจเขาได้ตลอดไหม ก็ลอง ตัดสินใจดูดีๆ นะคะ หรือ อ่าน ความคิดเห็นที่ 1 อีกหลายๆ ครั้งก็ได้ค่ะ ความคิดเห็นที่ 2, 3, 4 ก็มีข้อคิดที่ควรอ่านด้วยเหมือนกันค่ะ


ความคิดเห็น 8    โดย ปุถุชนคนหนึ่ง  วันที่ 23 ม.ค. 2550

ไม่มีก็ไม่มีซิคะ ในโลกนี้มียังผู้คนอีกมากมายที่พร้อมจะเป็นมิตรกับคุณ โดยแท้ที่จริงแล้วเราอยู่คนเดียวในโลกคือโลกของความคิด ที่ไหลไปตามสภาพธรรมที่ปรากฎ เพราะสัตว์บุคคล ตัวตนไม่มี มีแต่ธรรม ต้องไม่ลืมคำนี้นะคะ มิตรที่ดีจะต้องมีแต่ความปรารถนาดีต่อกัน ลองพิจารณาดูนะคะว่า เพื่อนของคุณคนนี้เป็นมิตรหรือไม่ใช่มิตร?


ความคิดเห็น 9    โดย แล้วเจอกัน  วันที่ 23 ม.ค. 2550

แล้วแต่เหตุปัจจัยจริงๆ ครับ เมื่อถึงเวลานั้นก็คงรู้เอง การที่จะได้มิตรที่ดี หรือไม่ดี ขึ้นอยู่กับบุญเก่าที่เราสะสมมาจริงๆ ถ้าเรามีปัญญาเราก็จะรู้ว่าคนไหนเป็นมิตรที่เราควร คบนะ ก็ขอให้โชคดีนะครับ ทุกอย่างเป็นไปตามเหตุปัจจัย แต่ประโยชน์ที่สำคัญที่สุด คือไม่ทิ้งการฟังพระธรรมครับ


ความคิดเห็น 11    โดย pornnapa  วันที่ 24 ม.ค. 2550

พี่ๆ สหายธรรมค่ะ ลูกน้องที่เคยทำอยู่กับเขาออกกันไปหมดแล้ว ดิฉันคิดว่าถ้า ลูกน้องเขาอยู่เขาคงไม่นึกถึงดิฉัน เขาบอกว่ายามเขาเดือดร้อนทำไมไม่ช่วย ดิฉัน เห็นแก่ตัวหรือปล่าวค่ะ


ความคิดเห็น 12    โดย pornpaon  วันที่ 24 ม.ค. 2550

เท่าที่อ่านข้อความที่คุณพรนภา โพสต์มา คล้ายว่าเขาก็ไม่ได้เห็นคุณเป็นเพื่อน สักเท่าไร พอคุณไปอยู่ด้วยเขาก็ด่า ฯลฯ ทำอย่างนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ถ้าความเป็น เพื่อนนั้นเขามีกับคุณจริง เขาจะไม่ทำอะไรให้เพื่อนต้องลำบากใจเลย เรื่องมิตรแท้ มิตรเทียมนี้ กรณีของคุณ ดิ ฉันเห็นด้วยกับคุณ แล้วเจอกันที่ว่า ขึ้นอยู่กับบุญเก่าที่ เราสะสมมา เป็นไปตามเหตุปัจจัยจริงๆ และที่คุณ ปุถุชน โพสต์ไว้ว่า มิตรที่ดี จะต้องมีแต่ความปราถนาดีต่อกัน ก่อนที่จะสงสัยว่าตัวคุณเห็นแก่ตัวหรือเปล่า ก็ลอง พิจารณาดูว่า เพื่อนคุณคนนี้เป็น มิตรที่ดี หรือเปล่าก่อนค่ะ


ความคิดเห็น 13    โดย bluebaker  วันที่ 25 ม.ค. 2550

เห็นแก่ตัวคืออะไรครับ เวลาเราเจริญเมตตาเรายังต้องแผ่เมตตาให้ตัวเองก่อนเลย พระพุทธองค์สอนให้รักตัวเองครับ เมื่อเรารักตัวเองท่านยังสอนให้เรารักผู้อื่นเหมือนที่ เรารักตัวเองด้วยครับ เราเลือกที่จะอยู่ห่างจากเขา ไม่ใช่เราเห็นแก่ตัวหรอกครับ เรารักและสงสารตัวเองต่างหาก


ความคิดเห็น 14    โดย natnicha  วันที่ 26 ม.ค. 2550

คุณไม่เห็นแก่ตัวหรอก แต่เพื่อนคุณต่างหากที่เห็นแก่ตัว เอาใจตัวเองเป็นใหญ่ โดยไม่สนใจความรู้สึกของคนรอบข้าง การที่คุณไม่กลับไปทำงานกับเขา และเขาจะ ตัดขาดความเป็นเพื่อนกับคุณ มันก็เป็นความคิดของเขา เราไปเปลี่ยนความคิด เขาไม่ได้ ตัวคุณคิดว่าเขาเป็นเพื่อนอยู่ และไม่ได้คิดร้ายอะไรกับเขาก็พอแล้ว เพื่อนกันไม่จำเป็นต้องตามใจกันทุกอย่าง คุณควรบอกเหตุผลที่ทำไมคุณถึงไม่ทำ ตามใจเขา เราช่วยเหลือเขาในเรื่องที่เราทำได้ และไม่เดือดร้อนตัวเอง ถ้าเขาต้อง การคนจริงๆ คุณอาจจะแนะนำคนอื่นที่กำลังต้องการทำงานนี้อยู่ก็ได้ อย่าทำให้ใจ เราเศร้าหมองเพราะว่าเราทำตามที่เขาขอไม่ได้เลยค่ะ เพราะมันไม่มีประโยชน์อะไร กับตัวคุณเองเลย


ความคิดเห็น 15    โดย tik  วันที่ 16 ก.พ. 2550

อย่างคิดมากเลย ปัญหาอื่นยังมีอีกมากที่ให้เราคิด และเราไม่สามารถแก้ไขเค้าได้ เป็นกำลังใจนะ เพราะเราก็มีปัญหามากกว่าน้องอีก และต้องทนต่อความเจ็บ ปวดซึ่งบางอย่างอาจแก้ไขได้ในระยะสั้นหรืออาจไม่สามารถแก้ไขได้เลย


ความคิดเห็น 16    โดย Komsan  วันที่ 30 ม.ค. 2553

ขออนุโมทนาครับ


ความคิดเห็น 17    โดย JANYAPINPARD  วันที่ 1 ก.พ. 2553

ขออนุโมทนาค่ะ