ปันธรรม - ปัญญ์ธรรม ... ครั้งที่ ๑๔๑
โดย khampan.a  4 พ.ค. 2557
หัวข้อหมายเลข 24805

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น


ขออนุญาตแบ่งปันข้อความธรรม (ปันธรรม) ที่ได้จากการฟังพระธรรมจากท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ในแต่ละครั้ง รวบรวมเป็นธรรมเตือนใจสั้นๆ เหมาะสำหรับผู้ที่มีเวลาน้อย เพื่อศึกษาและพิจารณาร่วมกัน เพื่อความเข้าใจธรรม (ปัญญ์ธรรม) ตามความเป็นจริง ถึงแม้ว่าจะเป็นข้อความที่สั้น แต่ก็มีอรรถที่สมบูรณ์อยู่ในตัว ควรค่าแก่การพิจารณาอย่างยิ่ง ดังนี้


ปันธรรม - ปัญญ์ธรรม ครั้งที่ ๑๔๑

เรื่องของการฟังธรรม ไม่ว่าจะเป็นธรรมเรื่องใดทั้งสิ้น เป็นไปเพื่อความรู้ เพื่อความขัดเกลา เพื่อการละกิเลส ซึ่งท่านผู้ฟังก็จะต้องอาศัยความอดทนอย่างยิ่ง ซึ่งจะต้องอดทนในการที่รับฟังไปเรื่อยๆ เพื่อจะได้เข้าใจในเหตุผลชัดขึ้น เพื่อจะให้ปัญญาที่เกิดจากการฟังเกื้อกูลในการที่สามารถจะปฏิบัติตามธรรมที่ได้ยินได้ฟังเพิ่มขึ้นด้วย

เรื่องของศีล ก็ไม่ใช่เพียงฟัง แต่ว่าเมื่อเริ่มฟังเรื่องของศีล สำรวจ ศึกษาศีลของท่านเอง เพื่อการปฏิบัติตามพระธรรม เพราะเหตุว่าการที่ท่านต้องการจะดับกิเลสแต่การกระทำทางกาย ทางวาจา ยังเป็นทุจริตอยู่ แล้ววันไหนจะถึงความสมบูรณ์ที่จะเป็นพระอริยเจ้าขั้นพระโสดาบัน

ถ้าขณะนั้นเป็นสภาพที่ประทุษร้าย คือ ไม่พอใจ ไม่มีสัตว์ ไม่มีบุคคล ไม่มีตัวตนอื่นใดทั้งสิ้น สภาพธรรมนั้นเองเป็นข้าศึกภายใน ไม่ใช่ศัตรูภายนอก อย่างที่เข้าใจว่า คนโน้นคนนี้ คนนั้นเป็นศัตรู หรือว่าคนโน้น คนนี้ คนนั้นทำให้เป็นทุกข์เดือดร้อน แต่ตามความจริงแล้วคนอื่นทำอะไรไม่ได้ นอกจากโทสเจตสิกเกิดขึ้นกระทำกิจนั้น

วิบากแต่ละขณะของแต่ละบุคคล เกิดเพราะกรรมของตนเอง ไม่ใช่เพราะบุคคลอื่นกระทำให้

เวลาที่อกุศลวิบากเกิด ซึ่งไม่มีใครชอบเลยอกุศลวิบาก เพราะฉะนั้น ก็ควรที่จะได้รู้ตามความเป็นจริงว่า อกุศลวิบากทุกขณะที่เกิด เป็นผลของการกระทำของตนเอง แล้วจิตใจก็จะผ่องใส เป็นกุศล เพราะเหตุว่าถ้ายังมีอกุศลต่อไป ใครเป็นผู้ที่จะได้รับอกุศลวิบากข้างหน้าต่อไปอีก ก็ตนเองอีก ก็ไม่พ้นจากอกุศลกรรมและอกุศลจิต สะสมไว้ก็ต้องเป็นปัจจัยให้เกิดอกุศลวิบาก เมื่อไม่ปรารถนาอกุศลวิบาก ทางเดียวที่จะน้อยลงคือกุศลจิตเกิดมากๆ เท่านั้น

ตราบใดที่ยังมีกิเลสอยู่ ก็เป็นเหตุให้กระทำอกุศลกรรม แต่ผู้ที่เห็นโทษนี้ก็ยังมีเจตนาที่จะวิรัติเท่าที่สามารถจะกระทำได้ แต่ถ้าเป็นผู้ที่ไม่ได้ขัดเกลา แม้ว่ากุศลกรรมจะกระทำให้ท่านเกิดในตระกูลดี มีทรัพย์ มียศ มีสมบัติทุกสิ่งทุกประการ แต่ก็ยังเป็นผู้ที่กระทำอกุศลกรรมได้ตลอดเวลา เพราะเหตุว่าท่านไม่เห็นว่าเป็นโทษ

แท้จริงแล้ว เกิดมาแล้วต้องตาย จะอยู่ตลอดไปไม่ได้แต่ก่อนตาย

ทำอะไร มีความรู้ความเข้าใจอะไรหรือเปล่า?

ก่อนฟังพระธรรม ไม่เข้าใจอะไรเลย สัตว์โลก เกิดวนเวียนไปในสังสารวัฏฏ์ เพราะความไม่รู้

พระมหาสัตว์ คือ ผู้ที่บำเพ็ญบารมีเพื่อที่จะได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมมาสัมพุทธเจ้า มีความตรง จริงใจ และมั่นคง พร้อมด้วยคุณความดีอื่นๆ เพื่อที่จะ

ได้ทรงตรัสรู้ความจริงของสภาพธรรมที่กำลังปรากฏตามความเป็นจริง


สิ่งไหนผิด เราต้องไม่ทำ

คำที่จะต้องไม่ลืมโดยตลอด นั่นก็คือ คำว่า ธรรม เพราะไม่ว่าจะกล่าวถึงเรื่องใด ก็ไม่พ้นไปจากธรรม ซึ่งเป็นสิ่งที่มีจริง ที่เกิดเพราะเหตุปัจจัย เช่น เห็นเป็นธรรม

ได้ยิน เป็นธรรม เป็นต้น ใครๆ ก็บังคับบัญชาให้เกิดขึ้นไม่ได้

ทางที่จะทำให้หลง นั้น มีมาก ผู้ที่กล่าวคลาดเคลื่อนจากพระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง ก็มีมาก เพราะฉะนั้นเครื่องป้องกันที่จะไม่ให้หลงผิด ก็คือ ความเข้าใจถูกเห็นถูก จากการฟังพระธรรมที่พระองค์ทรงแสดง ด้วยความละเอียดรอบคอบ
ใครบอกว่า ให้ไปแก้กรรม คำพูดนั้น เป็นคำพูดของคนที่ไม่เข้าใจความจริง เพราะใครจะไปแก้กรรมได้ ไม่มีเลย ถ้าเข้าใจถูกเห็นถูกจริงๆ จะไม่บอกให้ใครไปแก้กรรม แต่จะกล่าวให้ได้มีความเข้าใจถูกเห็นถูก ว่า กรรม คือ อะไร
กรรม เป็นธรรมที่มีจริง เพราะธรรมมี ๒ ประเภทใหญ่ๆ คือ นามธรรม และรูปธรรม นามธรรมมี ๓ ประเภท คือ จิต เจตสิก และพระนิพพาน ส่วนรูปธรรม เป็นสภาพธรรมที่ไม่รู้อะไรเลย กรรม เป็นนามธรรม ที่เป็นเจตนาเจตสิก
กรรม คือ เจตนา ที่จงใจตั้งใจขวนขวายกระตุ้นเตือนให้ธรรมที่เกิดร่วมกันทำ

กิจหน้าที่ เกิดกับจิตทุกขณะ แต่ที่จะเป็นเหตุให้เกิดผลในภายหน้า ก็ต้องเป็น

เจตนาที่เกิดร่วมกับกุศล และ อกุศล สำเร็จเป็นกุศลกรรม และ อกุศลกรรม เท่านั้น
ขณะที่ฟังพระธรรม ไม่ใช่ว่าจะเป็นกุศลกรรม โดยตลอด จะเป็นกุศลกรรม ก็ต้องเป็นเฉพาะในขณะที่มีความเข้าใจถูกเห็นถูก เท่านั้น
ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง จำแนกแจกแจงเจตสิกแต่ละประเภทโดยละเอียด ก็เพื่อให้เข้าใจถึงความเป็นจริงของสภาพธรรม ที่ไม่ใช่เรา ไม่ใช่สัตว์ บุคคล ตัวตน
การศึกษาพระธรรมเป็นที่พึ่งจริงๆ ทำให้เราพ้นจากความไม่รู้และความเห็นผิด

คนที่ไม่ได้ฟังพระธรรม ไม่มีความเข้าใจ พระธรรมก็อันตรธานสำหรับเขา แต่ยังอยู่สำหรับผู้ที่ฟังและเข้าใจ
สภาพธรรมปรากฏ เพื่อ (ให้ได้) เข้าใจถูกเห็นถูกตามความเป็นจริง

ถ้ามีความเคารพในพระรัตนตรัย จะกล่าวสิ่งที่ตรงกันข้ามกับพระพุทธพจน์ได้อย่างไร
ถ้าไม่มีการฟังพระธรรม จะไม่มีทางพ้นจากบ่วงแห่งมารได้เลย

เสรีชน หรือ เสรีบุคคล คือ ผู้อิสระจากกิเลส ไม่เป็นทาสของกิเลส มีโลภะ เป็นต้น พ้นจากความเป็นทาสของความติดข้องและความไม่รู้ นั่นแหละ คือ เสรีชนหรือเสรีบุคคลจริงๆ
หวังเมื่อไหร่ เป็นทาสของโลภะ ทันที
อาจจะมองหา นก ผีเสื้อ และ สัตว์อื่น ๆ แล้วเรามีโอกาสเกิดเป็นสัตว์ดิรัจฉานได้ไหม? เพราะตราบใดที่ยังไม่ได้เป็นพระโสดาบัน ยังไม่พ้นจากการเกิดในอบายภูมิ จะประมาทไม่ได้เลย มีโอกาสที่จะได้ฟังพระธรรม ก็ฟัง สะสมความเข้าใจถูก อันเป็นกิจหน้าที่ที่ควรทำอย่างยิ่ง

ถ้ากุศลไม่เกิด อกุศลก็เกิดขึ้น แต่ขณะใดที่กุศลเกิด ขณะนั้นก็พอจะบรรเทาอกุศลได้บ้าง
พระธรรม ยากที่จะได้ยิน และยากที่จะเข้าใจ
สิ่งที่เป็นสาระที่สุดในชีวิต ซึ่งเป็นบุญนิธิ (ทรัพย์คือบุญ) ที่ประเสริฐ คือ ความเข้าใจถูกเห็นถูก.

ขอเชิญผู้ศึกษาพระธรรมร่วมกัน (สหายธรรม) ร่วมแบ่งปันธรรมด้วยครับ

ขอเชิญคลิกอ่านย้อนหลังครั้งที่ผ่านมาได้ที่นี่ครับ

ปันธรรม - ปัญญ์ธรรม ... ครั้งที่ ๑๔๐


...กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ที่เคารพยิ่ง

และขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่านครับ...



ความคิดเห็น 1    โดย paderm  วันที่ 4 พ.ค. 2557

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ขออนุญาตร่วมปันธรรม แบ่งปันด้วย ครับ

@ จะเป็นอย่างอื่นไม่ได้เลย เป็นแต่เพียงสิ่งปรากฎให้เห็นได้

@ สิ่งที่ปรากฎสั้น หรือ ยาว สั้น เพราะ เกิดและดับไป

@ สิ่งที่ปรากฎร้องเพลงได้ไหม จะร้องได้อย่างไร เพราะ สิ่งที่ปรากฎสั้นมาก แต่เหมือน

ไม่ดับไป และ ยึดถือว่าเป็นสิ่งหนึ่งสิงใด

@ ศึกษาธรรมเพื่อเข้าใจความจริงในขณะนี้

@ มีใครสามารถยับยั้งให้สภาพธรรมไม่เกิดดับต่อไป ดังนั้น เพราะ ไม่รู้ จึงทำให้เกิด

แม้ฟังธรรม ความไม่รู้ก็ยังมี เพราะ รู้เพียงขั้นการฟัง ยังไม่รู้ลักษณะของสภาพธรรม

ที่มีในขณะนี้

@ ในห้องนี้มีนกไหม คะ ผีเสื้อ ยักษ์ เทวดา แต่ วันหนึ่งทุกคนก็จะต้องเป็น ทุกคนเนี่ยค่ะ

จะเป็นอะไร ใครจะรู้ แต่ก็จะต้องเป็นเพราะมีเหตุที่จะต้องเป็น ซึ่งได้เกิดมาแล้ว ได้ฟัง

ธรรม เพื่อเข้าใจว่าเป็นธรรมไม่ใช่เรา ซึ่งจะค่อยๆ ละคลายความยึดถือ อุปทานประการ

ต่างๆ ค่ะ

@ ไม่ใช่ฟังแค่นั้นนะคะ แต่ฟังเข้าใจ

@ เมื่อไหร่จะรู้ หากเข้าใจจริงๆ จะไม่พูดคำนี้เลย

@ รู้ได้โดยยากยิ่งในสภาพธรรมที่กำลังปรากฎ แต่ได้ยิน ได้ฟังบ่อยๆ ในสภาพธรรม มีหรือ

จะไม่รู้สภาพธรรม ค่ะ

@ รู้ประโยชน์จริงๆ ของการฟัง ถ้าไม่เข้าใจก็ไม่มีทางที่จะหลุดพ้นจากสังสารวัฏฏ์ได้เลย

ซึ่งหนทางเดียว คือ การฟัง ศึกษาพระธรรม

@ ถ้าอกุศลเกิดขึ้น แล้วหวังไม่ให้อกุศลไม่เกิดขึ้นอีก ไม่ใช่หนทางที่ถูกต้อง แต่ หนทาง

ที่ถูกต้อง คือ แค่คิดว่า จะเข้าใจธรรมสิ่งที่ปรากฎพอไหม ไม่ต้องไปพยายามละอกุศล

@ แทนที่จะรู้ว่าเป็นกุศล อกุศล แต่ที่ถูก คือ รู้ไม่ใช่เรา

@ ไม่ใช่เราที่จะไปละอกุศล ละโลภะ แต่กิเลส ต้องละกิเลสเป็นลำดับ คือ รู้ว่าเป็นธรรม

ไม่ใช่เรา

@ เคารพในคุณความดี รู้คุณของกุศล เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว ทำอะไรจะหวังอะไรไหม

@ ไปสงบเสียก่อน จึงรู้ธรรมไม่ได้ ทางสายกลางหรือเปล่า มีความต้องการอยู่หรือเปล่า

ที่จะอยากสงบในขณะนั้น

@ บ่วงมาร มีมาก แล้วจะเอาอะไรออกก่อน จะออกทีเดียวหมดได้ไหม หรือ ด้วยทาง

สายกลางที่เข้าใจว่าธรรม ไม่ใช่เรา ซึ่ง เป็นการรู้ธรรมที่เป็นปกติ

ขออนุโมทนา


ความคิดเห็น 2    โดย nattawan  วันที่ 4 พ.ค. 2557

อิสระจากความเห็นผิดไม่ได้ถ้าไม่มีปัญญา

ขอบคุณและขออนุโมทนาค่ะ


ความคิดเห็น 3    โดย papon  วันที่ 4 พ.ค. 2557

ขอบคุณและขออนุโมทนาครับ


ความคิดเห็น 4    โดย thilda  วันที่ 5 พ.ค. 2557

ขอบพระคุณและขออนุโมทนาค่ะ


ความคิดเห็น 5    โดย napachant  วันที่ 5 พ.ค. 2557

ขอบพระคุณและอนุโมทนาค่ะ


ความคิดเห็น 6    โดย kinder  วันที่ 5 พ.ค. 2557
ขอบคุณและขออนุโมทนาครับ

ความคิดเห็น 7    โดย phawinee  วันที่ 5 พ.ค. 2557

ถ้ามีความเคารพในพระรัตนตรัย

จะกล่าวสิ่งที่ตรงกันข้ามกับพระพุทธพจน์ได้อย่างไรอนุโมทนาในกุศลค่ะ


ความคิดเห็น 8    โดย jaturong  วันที่ 6 พ.ค. 2557

ขอบพระคุณและขออนุโมทนาครับ


ความคิดเห็น 9    โดย ธนฤทธิ์  วันที่ 7 พ.ค. 2557

ขอบพระคุณและขออนุโมทนาครับ


ความคิดเห็น 10    โดย ใหญ่ราชบุรี  วันที่ 7 พ.ค. 2557

ขอขอบพระคุณและขออนุโมทนากุศลทุกประการของทุกๆ ท่านค่ะ

ด้วยความเคารพยิ่ง จากธิดารัตน์ เดื่อมขันมณี (ใหญ่ราชบุรี)

ขึ้น ๙ ค่ำ เดือน ๖ ปีมะเมีย– พุธ ที่ ๗ พฤษภาคม ๒๕๕๗


ความคิดเห็น 11    โดย ผ้าเช็ดธุลี  วันที่ 10 พ.ค. 2557

กราบ ขอบพระคุณมากครับ

อนุโมทนาในเมตตาปันธรรมคับ

ขออนุญาตปันธรรมนี้ต่อนะครับ