
[เล่มที่ 52] [เล่มที่ 52] พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา เล่ม ๒ ภาค ๓ ตอน ๓ - หน้า 451
พระศาสดาทรงทราบวาระจิตของท่าน จึงเสด็จไปในที่นั้น ทรง โอวาทด้วยพระโอวาทที่เปรียบด้วยพิณ เมื่อจะทรงแสดงวิธีประกอบความ เพียรให้สม่ำเสมอ จึงให้ชำระพระกรรมฐานแล้วเสด็จไปยังเขาคิชฌกูฏ. ฝ่ายพระโสณเถระได้โอวาทในที่พร้อมพระพักตร์พระศาสดา ประกอบ ความเพียรให้สม่ำเสมอ บำเพ็ญวิปัสสนาดำรงอยู่ในพระอรหัตแล้ว.
อ.อรรณพ: แล้วเมื่อกี้ อ.วิชัย กรุณาอ่านข้อความ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสเรื่องอิทรีย์นะครับสม่ำเสมอด้วย
เพราะฉะนั้นผมก็เลยเป็นความเข้าใจเพิ่มขึ้นที่ว่า ผู้มีปกติสม่ำเสมอตั้งแต่ต้นเลยครับ ตั้งแต่ท่านอาจารย์กล่าว ไม่เลี้ยวไปเลี้ยวมา ท่านอาจารย์ถาม เราก็ไม่ตอบตรงๆ เราก็จะเลี้ยวไปเลี้ยวมา อันนี้อันโน้น มันก็ไม่ตรง
เมื่อไม่ตรงตั้งแต่ต้นแล้วจะนำไปสู่ความสม่ำเสมอในขั้นต้นๆ ได้อย่างไร กราบเท้าท่านอาจารย์ครับว่า ผู้มีปกติสม่ำเสมอ
ท่านอาจารย์: ตั้งแต่เริ่มฟัง ฟังทำไม?
อ.อรรณพ: หมายถึงค่อยๆ สม่ำเสมอตั้งแต่รู้ว่า ฟังทำไมใช่ไหมครับ
ท่านอาจารย์: แน่นอน
อ.อรรณพ: พูดตามท่านอาจารย์ด้วยความเข้าใจนิดๆ หน่อยๆ ฟังพระธรรมเพื่อขัดเกลากิเลสอกุศลไปตามลำดับครับ
ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น ความเข้าใจละเอียดลึกซึ้งหรือตื้น?
อ.อรรณพ: ละเอียดลึกซึ้งครับ
ท่านอาจารย์: เดี๋ยวนี้ที่กำลังฟัง เริ่มฟังละเอียดลึกซึ้งไหม?
อ.อรรณพ: ค่อยๆ ละเอียดขึ้นครับ
ท่านอาจารย์: หรือ?!
อ.อรรณพ: แต่ยังไม่มากพอครับ
ท่านอาจารย์: ฟังกี่คำล่ะ เริ่มละเอียดลึกซึ้ง? แม้คำเดียว ละเอียดลึกซึ้งมั่นคงแค่ไหน?
อ.อรรณพ: อย่างวันนี้คำว่า สม่ำเสมอ นี่ก็ละเอียดลึกซึ้งกว่าที่เคยคิดไว้
ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น ตลอดไปทีละเล็กทีละน้อยทุกระดับ
ถ้าตั้งต้นไม่ถูก จะไปถูกไหม? จะไปสู่การละไหม?
อ.อรรณพ: ไม่ครับ คดไปคดมา ท่านอาจารย์ครับ ทำไมความตรงตั้งแต่ต้นจึงยากนักยากหนา
ท่านอาจารย์: ไม่รู้มานานเท่าไหร่แล้ว!!
อ.อรรณพ: นานแสนนานครับ
ท่านอาจารย์: นานแสนนานไม่รู้ แล้วจะให้รู้อย่างนี้ ละเอียดอย่างนี้ เข้าใจลึกซึ้งอย่างนี้ทันทีได้ไหม?
อ.อรรณพ: ไม่ได้ครับ
ท่านอาจารย์: นั่นล่ะ
อ.อรรณพ: ถ้าอย่างนี้เขาก็เหมือนจะอ้างได้ว่า คดมานาน แล้วจะให้ตรงทันทียังไม่ให้เลี้ยวไปเลี้ยวมาได้อย่างไรครับ
ท่านอาจารย์: ก็ลดเลี้ยวแล้ว ที่พูดก็ลดเลี้ยวแล้ว ยังไม่รู้!!
อ.อรรณพ: ก็ลดเลี้ยวแล้ว
ท่านอาจารย์: ทุกคำที่พูด นั่นก็ลดเลี้ยวหมดใช่ไหม?
อ.อรรณพ: ใช่ครับ เป็นคำจากการลดเลี้ยวความคด
ท่านอาจารย์: แล้วสามารถจะรู้ได้ไหมล่ะ ลดไปเลี้ยวมาอย่างนี้ว่า ไม่มีเรา?
อ.อรรณพ: ไม่ได้ครับ
ท่านอาจารย์: ไม่รู้มานานเท่าไหร่? ความรู้ก็ต้องยิ่งนานยิ่งกว่านั้นอีกที่จะละความไม่รู้ที่ เพิ่มขึ้นๆ นานแสนนานจนถึงวันนี้ทุกขณะที่ไม่รู้
อ.อรรณพ: กราบเท้าท่านอาจารย์ครับ ความไม่รู้นี่คดอย่างไร? เจาะจงลงไปเลยความไม่รู้คดอย่างไร?
ท่านอาจารย์: เห็นอะไรไหม? เห็นอะไร เดี๋ยวนี้?
อ.อรรณพ: เห็นจอภาพ
ท่านอาจารย์: ภาพอะไร?
อ.อรรณพ: ภาพท่านอาจารย์
ท่านอาจารย์: นั่นนะซิ เห็นได้หรือ จอภาพ? แม้แต่จอ จอได้อย่างไร!! เห็นไหม กว่าจะไม่ลดเลี้ยว
อ.อรรณพ: นี่ก็คดแล้ว เห็นอะไร ก็คิดว่าเห็นภาพ เห็นคน เห็นโต๊ะ คดแล้ว!!
โอ้โห ท่านอาจารย์ครับ กว่าจะเป็นผู้มีปกติสม่ำเสมอนี่ ต้องปัญญาระดับไหนนี่ครับ
ท่านอาจารย์: พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงบำเพ็ญพระบารมี นานๆ ๆ เท่าไหร่ กว่าจะตรัสให้เราได้ฟังคำนี้
อ.อรรณพ: นานๆ ๆ ๆ นานจริงๆ ผมก็ระลึกถึงชาดกที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าในพระชาติที่ท่านเป็นช่างไม้ ทำล้อรถศึก ๒ ล้อครับ ล้อหนึ่งใช้เวลา ๖ เดือนหย่อนไป ๖ วัน ณ. ๖ วันที่เหลือก็ทำอีกล้อภายนอกเหมือนกันเลย ข้างนอกดูไม่ออก แต่พอกลิ้งไปแล้วก็ล้ม ไม่ได้ตั้งนิ่งอยู่ แล้วพระองค์ก็ทรงแสดงธรรม เพราะอะไรพระราชาตรัสถาม พระโพธิส้ตว์ก็ทูลว่า เพราะว่ามีความคด ความฝาดฝื่น ความคดในเนื้อไม้ ตอนพระองค์เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว ไพเราะมากว่า พระองค์ทรงขจัดความคดความฝาดฝื่นในจิตจนหมดสิ้น แล้วก็ทรงแสดงแต่ละคำ
วันนี้ผมก็ซาบซึ้งว่า คำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าคืออะไรโดยนัยนี้ คำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า คือคำที่เป็นประโยชน์ให้ขจัดความเคี้ยวคดลดเลี้ยวในจิต โดยละเอียดและตรง ก็คือเห็นอะไร? จะยืนยันว่าเห็นคน เห็นสิ่งต่างๆ โต๊ะ เก้าอี้ ว่าเป็นความคด ยังไม่ได้เป็นผู้มีปกติสม่ำเสมอนะครับ กราบเท้าท่านอาจารย์ เป็นประโยชน์มากๆ ครับ
ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น กว่าจะรู้ธรรม ประมาทไม่ได้เลย
ไม่ใช่พอฟังแล้วรู้ทันที พอแล้ว เข้าใจแล้ว ข้ามไปสูตรนั้นสูตรนี้เข้าใจหมด แล้วสิ่งที่มีเดี๋ยวนี้ล่ะ!! แล้วสิ่งที่มีเดี๋ยวนี้ล่ะ ลดเลี้ยวแล้วใช่ไหม?
อ.อรรณพ: ครับ แล้วก็พระธรรมทั้งหมด จุดสูงสุดก็รวมลงที่ตรงที่ การรู้สิ่งที่ปรากฏตามความเป็นจริง ตราบใดที่ยังไม่รู้สิ่งที่ปรากฏตามความเป็นจริง ก็ยังเคี้ยวคดลดเลี้ยวอยู่ คดเคี้ยวเลี้ยวลดอยู่
แต่ท่านอาจารย์เตือนตั้งแต่ต้นว่า ฟังพระธรรมแล้วเห็นวี่แววของการที่จะขัดเกลาความคดของจิตหรือเปล่า? ไม่ยอมรับในอกุศลของตน เอาธรรมมาอ้างว่า ก็เป็นสิ่งที่ชัดครับท่านอาจารย์ตั้งแต่เบื้องต้นชัด จนกว่าจะขจัดความเคี้ยวคดในจิตจนกระทั่ง ชอบที่สุดเลย สม่ำเสมอกับความเป็นจริงๆ
ขอเชิญอ่านได้ที่ ..
สมการี คือผู้มีปกติสม่ําเสมอ [ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค]
กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ด้วยความเคารพยิ่งค่ะ
และกราบยินดีในกุศลจิตของ อ.อรรณพ ด้วยค่ะ
กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์ ด้วยความเคารพยิ่ง
ยินดีในกุศลจิตครับ