ไม่รู้ว่า ไม่มีตนเป็นธรรม
โดย เมตตา  4 พ.ย. 2569
หัวข้อหมายเลข 53306

[เล่มที่ 76] พระอภิธรรมปิฎก ธรรมสังคณี เล่ม ๑ ภาค ๒ - หน้า 38

มานะ เพราะอรรถว่า ย่อมถือตัว. มานะนั้นมีการทรนงตนเป็นลักษณะ (อุนฺนติลกฺขโณ) มีการยุกย่องสัมปยุตธรรมเป็นรส (สมฺปคฺคหนรโส) มีความปรารถนาดุจธงเป็นปัจจุปัฏฐาน (เกตุกมฺยตาปจฺจุปฏฺาโน) มีโลภะไม่ประกอบด้วยทิฏฐิเป็นปทัฏฐาน (ทิฏิวิปฺปยุตตฺตโลภปทฏฺาโน) พึงทราบว่า เหมือนคนบ้า.


อ.อรรณพ: กราบท่านอาจารย์ครับ ธรรมอะไรที่ทำให้ดูหมิ่นตน เหตุที่ทำให้ดูหมิ่นตนคืออะไรบ้าง อย่างไร ครับ

ท่านอาจารย์: ความไม่รู้ใช่ไหม?

อ.อรรณพ: ไม่รู้อย่างไรจึงดูหมิ่นตนครับ?

ท่านอาจารย์: ไม่รู้ว่า ไม่มีตน เป็นธรรม ทั้งหมดรวมอยู่ที่ความไม่รู้ และโลภะ ทุกขอริยสัจจะ

ที่มีการเกิดขึ้นเป็นไปทั้งหมด ก็เพราะความไม่รู้ความจริง

อ.อรรณพ: เพราะฉะนั้น ที่ดูหมิ่นตนที่คิดว่า ธรรมยากไปเข้าใจไม่ได้ ขณะนั้นก็เพราะไม่รู้

ไม่รู้อะไร อย่างไร ครับท่านอาจารย์

ท่านอาจารย์: ไม่รู้ไปหมด!! แม้เดี๋ยวนี้อะไรก็ไม่รู้ใช่ไหม?

ครอบคลุมหมดทุกอย่าง ไม่รู้ความจริงของทุกอย่างที่มี

อ.อรรณพ: เพราะไม่รู้ความจริงของทุกอย่างที่มี

ท่านอาจารย์: จึงเป็นเราไม่สามารถจะเข้าใจธรรมได้ ธรรมลึกซึ้งไม่ฟังแล้ว

อ.อรรณพ: จึงขอไปทำอย่างอื่นที่เขาคิดว่าทำได้ เช่น ให้เขาไปให้ทาน รักษาศีล อะไรอย่างนี้ครับ เพราะไม่รู้ทุกอย่าง!!

แต่ความยาก ก็เพราะไม่รู้ทุกอย่างก็เลยทำให้ดูหมิ่นตน เพราะฉะนั้น คนที่เคย ตอนนี้กราบเท้าเปลี่ยนประเด็น สำหรับผู้ที่ดูหมิ่นตนด้วยความไม่รู้อย่างนี้ จะเริ่มที่จะไม่ดูหมิ่นตน และเริ่มที่จะศึกษาธรรม ต้องอาศัยปัจจัยอะไรเกื้อกูล ครับ

ท่านอาจารย์: ไม่รู้ แล้วก็สำคัญตนว่า รู้ธรรมไม่ได้ใช่ไหม? จึงไม่ฟัง

เพราะฉะนั้น ถ้าไม่ฟังตราบใด จะเข้าใจความจริงไหม?

อ.อรรณพ: ไม่เข้าใจครับ

ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น คำถามคุณอรรณพว่าอย่างไง?

อ.อรรณพ: ถามว่า ผู้ที่เคยดูหมิ่นตนว่า ธรรมนี่ยาก คงไม่รู้หรอก คงเข้าใจไม่ได้หรอก ก็ไปเจริญกุศลอย่างอื่นดีกว่า การที่เขาจะค่อยคลายจากความดูหมิ่นตน ต้องอาศัย มีอะไรที่จะเกื้อกูลอุปการะให้เขาไม่ดูหมิ่นตนตั้งแต่ต้นครับ

ท่านอาจารย์: คุณอรรณพเคยไม่รู้ใช่ไหม?

อ.อรรณพ: แน่นอนครับ

ท่านอาจารย์: และเคยเป็นตัวตนใช่ไหม?

อ.อรรณพ: มากมายครับ

ท่านอาจารย์: และ ถ้าไม่ฟังเลย มีหนทางไหมที่จะรู้?

อ.อรรณพ: ไม่มีแน่นอน

ท่านอาจารย์: จะหาทางอื่นได้ไหม?

อ.อรรณพ: ไม่ได้ครับ เพราะฉะนั้น ก็เท่ากับว่า จะถามท่านอาจารย์ก็เหมือนจะถามว่า และอะไรเป็นปัจจัยให้คิดที่จะฟังธรรม

ท่านอาจารย์: ขอโทษนะคุณอรรณพ คำตอบมีคำเดียว ความไม่รู้ คลุมทุกอย่างไหม?

อ.อรรณพ: คลุมทุกอย่าง

ท่านอาจารย์: จะเอาอะไรมาอีกก็ ไม่รู้นั่นแหละๆ

อ.อรรณพ: เพราะฉะนั้น ความไม่รู้ จึงเป็นก้นบึ้ง เป็นเหตุทั่วไปเลยจริงๆ สาธารณะเหตุ แต่คนที่ก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ว่าก็มีศรัทธาที่จะฟังธรรม แล้วก็ค่อยๆ อบรมเจริญความรู้ไปที่จะไม่ดูหมิ่นตนครับท่านอาจารย์

ท่านอาจารย์: คนละขณะใช่ไหม?

อ.อรรณพ: คนละขณะครับ

ท่านอาจารย์: ถ้าไม่เคยมีปัจจัยสะสมมาเลย ไปบอกเขาซิ ไปชวนเขาซิ ไปเชิญเขาซิ สำเร็จไหม!!

อ.อรรณพ: ไม่สำเร็จ ชัดเจนแล้วครับ เพราะฉะนั้น การที่จะไม่ดูหมิ่นตน ก็ต้องอาศัยการสะสมเห็นประโยชน์ของพระธรรม

ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น กว่าจะไม่ดูหมิ่นตน คือขณะนั้นไม่มีมานะ ความสำคัญตน ว่าจะต่ำกว่า สูงกว่า เสมอกัน

อ.อรรณพ: อันนี้ชัดเจนมากครับว่า แม้กระนั้นก็เป็นความสำคัญตนว่า อย่างเราเข้าใจอันนี้ไม่ได้หรอก ก็เป็นมานะ ว่าเราเข้าใจอันนี้ไม่ได้ เพราะฉะนั้น เราก็ไปเอาอย่างอื่นไปทำอย่างอื่นดีกว่า

เพราะฉะนั้น ก็ต้องขึ้นอยู่กับการสะสมอัธยาศัยในพระศาสนาในอดีตด้วย แล้วก็มีกัลยาณมิตรเกื้อกูลในขณะนี้ด้วยครับ

กราบเท้าขอบพระคุณท่านอาจารย์ครับ ที่ได้อาศัยท่านอาจารย์เป็นกัลยาณมิตรที่ดีเยี่ยมที่จะไม่หมิ่นตน แล้วก็คลายจากความสำคัญตน แล้วก็เห็นประโยชน์ของการที่จะฟังพระธรรมอบรมเจริญปัญญาต่อไป

ขอเชิญอ่านได้ที่ ..

ความสำคัญตน

ใครละความสำคัญตนได้

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ด้วยความเคารพยิ่งค่ะ

และกราบยินดีในกุศลจิตของ อ.อรรณพ ด้วยค่ะ



ความคิดเห็น 1     โดย chatchai.k  วันที่ 5 พ.ย. 2569

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์ ด้วยความเคารพยิ่ง

ยินดีในกุศลจิตครับ


ความคิดเห็น 2     โดย Jarunee.A  วันที่ 5 พ.ย. 2569

กราบขอบพระคุณและขออนุโมทนาค่ะ