
อ.ชุมพร: กราบท่านอาจารย์ค่ะ พูดถึงความละเอียดความลึกซึ้งแล้วก็ความยากที่จะเข้าใจสภาพธรรม แม้ท่านอาจารย์จะกล่าวว่า มั่นคงในความเป็นธรรม แต่ว่า อยู่ในท่ามกลางของสิ่งที่ไม่ได้มั่นคงเป็นอัตตาตัวตน เหมือนยากทีเดียวนะคะ แม้คำนี้จะได้ยินได้ฟัง แต่ก็ยากที่จะมั่นคง กราบท่านอาจารย์ค่ะ
ท่านอาจารย์: ไม่เคยได้ยินได้ฟังเลยจะมีอะไรไหมที่จะเข้าใจสิ่งที่ปรากฏได้?
อ.ชุมพร: ถ้าไม่มีโอกาสได้ยินได้ฟัง ก็ไม่สามารถที่จะเข้าใจได้
ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น มั่นคงแม้แต่ว่า ที่เข้าใจนี่เกิดขึ้นได้อย่างไร ถูกต้องไหม? มั่นคงในความจริงทั้งหมด แล้วเปลี่ยนไม่ได้
สิ่งที่เป็นปัจจัยแล้วทำให้สิ่งหนึ่งสิ่งใดเกิดขึ้น ถ้าไม่มีสิ่งนั้นก็เกิดไม่ได้ แค่นี้! เห็นความเล็กน้อยที่ไม่ว่าอะไรเกิด เกิดไม่ได้ ถ้าไม่มีปัจจัยที่จะทำให้สิ่งนั้นเกิด แค่นี้! รู้มาก่อนหรือเปล่า?
ตั้งแต่เกิดจนตายไม่ว่าอะไรที่เกิด ถ้าไม่มีปัจจัยอาศัยกันและกันทำให้เกิดขึ้น สิ่งนั้นเกิดไม่ได้แน่นอน แล้วเกิดแล้วดับทันที เห็นไหม แล้วอยู่มาอย่างนี้ด้วยความไม่รู้ด้วยความติดข้องมานานเท่าไหร่ แล้วจะให้ไม่เหลือเลยในความไม่รู้ และการยึดถือว่า เป็นสิ่งหนึ่งสิ่งใด ตรงไหมว่า อีกนานเท่าไหร่? และอาศัยอะไรจึงสามารถจะค่อยๆ เข้าใจขึ้นได้ ต้องตรงต่อความจริงทุกอย่าง
อ.ชุมพร: กราบขอบคุณท่านอาจารย์ว่า เริ่มมั่นคงขึ้นมานิดหนึ่งในขณะที่มีโอกาสได้ยินได้ฟัง แต่แม้กระนั้น ท่านอาจารย์กล่าวถึงสิ่งที่เกิดเพราะปัจจัย แล้วก็เกิดดับสลับกันอย่างรวดเร็ว ฉะนั้น สิ่งที่เกิดดับนี้เองเป็นปัจจัยให้เข้าใจผิดว่า เป็นสิ่งหนึ่งสิ่งใด ทั้งๆ ที่สิ่งนั้นเรื่องราวต่างๆ เกิดขึ้นเพราะว่า สภาพธรรมที่เกิดขึ้นเพราะปัจจัย แต่ก็ไม่ได้สนใจความจริง ให้ความสนใจกับสิ่งที่ไม่จริงและสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เป็นเช่นนั้นมาตลอดนะคะท่านอาจารย์
ท่านอาจารย์: ก็แต่ละหนึ่งเดี๋ยวนี้ยังไม่รู้เลย ถูกต้องไหม? แต่ละ หนึ่งธรรม เดี๋ยวนี้ยังไม่รู้เลยว่าเท่าไหร่ มากเท่าไหร่ปานใด ไม่เหมือนกันเลย ไม่ซ้ำกันเลย เกิดขึ้นแล้วดับไป แล้วไม่กลับมาเกิดอีกได้เลย แค่นี้ มั่นคงไหมว่า กว่าจะถึงการประจักษ์แจ้งความจริง ไม่ใช่เดี๋ยวนี้ และไม่ใช่เพราะไม่รู้ไปเรื่อยๆ แต่เริ่ม เข้าใจขึ้นๆ ๆ ในความเป็นธรรม ต้องเป็นธรรม แข็งเป็นแข็ง แค่นี้! มั่นคงหรือเปล่าแค่ฟัง?
อ.ชุมพร: กราบท่านอาจารย์ เห็นความสะสมที่สาหัสสากันนะคะ ท่านอาจารย์บอกว่า แข็ง แต่เมื่อใดที่แข็งปรากฏ ก็เป็นโต๊ะเป็นเก้าอี้ แล้วสำคัญผิดว่าสิ่งนี้สำคัญจริงๆ ในชีวิตของเราถ้าไม่มีโอกาสได้ยินได้ฟัง จะไม่สามารถที่จะสละสิ่งที่คิดว่า มี แต่ไม่มีจริง ท่านอาจารย์คะ เรื่องราวต่างๆ ในความคิดนี่ วุ่นวายสับสน แต่ก็ไม่สามารถจะรู้ความจริง เป็นแค่คิดนะคะท่านอาจารย์
ท่านอาจารย์: เพราะว่าเป็นสิ่งหนึ่งสิ่งใดให้คิด ถูกต้องไหม?
อ.ชุมพร: ค่ะ
ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น ไม่ได้รู้ความจริงว่า ไม่มีแม้แต่สิ่งหนึ่งสิ่งใด มีแต่สิ่งที่มีจริงชั่วขณะที่เกิดและดับเร็วสุดประมาณ จนกระทั่งทำให้ปรากฏเป็นรูปร่างสัณฐาน ทรงจำเป็นเรื่องราวต่างๆ ในความมืดก็ไม่รู้
อ.ชุมพร: ค่ะ แม้ฟังความจริง แต่ขั้นการฟังที่มั่นคงแค่ขั้นการฟังไม่สามารถที่จะแทรกในระหว่างที่สะสมมาหนาแน่นจริงๆ สิ่งที่ไม่มีแต่ลวงให้เป็นสิ่งที่มีแล้วก็สำคัญยิ่งในชีวิต เป็นอย่างนั้นนะคะท่านอาจารย์
ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น จึงมีบารมี ไม่ใช่หนึ่งขณะ สองขณะ สามขณะ แต่จนกว่าจะเข้าใจถึงความจริงได้ต้องอาศัยกี่ขณะ?! นานเท่าไหร่จากการที่ไม่เคยรู้มานานเท่าไหร่ เป็นธรรมดา
หนทางเดียวคือปัญญาเข้าใจถูกต้องตามความเป็นจริงในความต่างของความไม่รู้กับความรู้
อ.ชุมพร: ค่ะ เริ่มเห็นตนที่ตั้งอยู่ทุกวัน ตั้งอยู่ด้วยความไม่ชอบมากมายมหาศาลเกินกำลังที่การฟังเล็กๆ น้อยๆ จะเข้าไปแทรกได้เลยค่ะ
ท่านอาจารย์: และถ้าไม่มีการฟังคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าด้วยความเคารพสูงสุดว่าลึกซึ้ง เราจะพูดถึงความละเอียดไหม? เราก็ไปเรื่องโน้นเรื่องนี้หมด เป็นชื่อเป็นเรื่อง แต่ทั้งหมดที่พูด คือเดี๋ยวนี้ทั้งนั้น แต่กว่าจะรู้ว่าเป็นจริงอย่างนั้น ต้องเริ่มเข้าใจตั้งแต่ต้นว่า อะไรเป็นอะไร ไม่ใช่มีแค่เห็น ไม่ใช่มีแค่ได้ยิน ไม่ใช่มีแค่คิดนึก มีจำ มีรู้สึก ใช่ไหม? มีความสนใจ มีความใส่ใจ สารพัดที่มีทั้งวันก็ไม่รู้ จนกว่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะทรงแสดงลักษณะที่มีจริง เป็นสิ่งที่มีจริงแต่ละอย่างที่มีปัจจัยเกิดแล้วดับ เร็วปานนั้น จึงไม่มีใครรู้ความจริงเลย เป็นเพียงสิ่งที่เกิดแล้วก็ดับสืบต่อกัน แต่ก็เป็นเรื่องเป็นราวเพราะจำในรูปร่างสัณฐานที่ปรากฏในความเป็นสิ่งหนึ่งสิ่งใด จนกระทั่งเหมือนมีจริงๆ แต่ดับแล้วทั้งหมดไม่เหลือเลยสักอย่าง
กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ด้วยความเคารพยิ่งค่ะ
และกราบยินดีในกุศลจิตของ อ.ชุมพร ด้วยค่ะ
กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์ ด้วยความเคารพยิ่ง
ยินดีในกุศลจิตครับ