ผู้ฟัง กราบเรียนถามท่านอาจารย์ว่าสิ่งที่ปรากฏ ไม่ว่าจะเป็นทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ แต่ละอย่าง ก็เป็นหนึ่ง ในการเป็นหนึ่งอันนั้น ความหมายของการเป็นหนึ่ง หมายความว่าอย่างไร
ท่านอาจารย์ สิ่งที่กำลังปรากฏทางตาเป็นหนึ่ง คือว่า ไม่ปรากฏทางอื่นเลย เหมือนเสียงก็เป็นหนึ่ง คือ ปรากฏว่ามี เมื่อมีจิตได้ยินเกิดขึ้น ปรากฏได้ทางหู ก็เป็นหนึ่ง กลิ่นก็เป็นหนึ่ง รสก็เป็นหนึ่ง เย็นหรือร้อน อ่อนหรือแข็ง ซึ่งกำลังปรากฏในขณะนี้ ก็เป็นแต่ละหนึ่ง ซึ่งจะปรากฏพร้อมกันไม่ได้เลย
ทุกอย่างที่ปรากฏในขณะนี้ตามความเป็นจริง ต้องปรากฏทีละหนึ่ง เช่น ถ้าคนตาบอด ขณะนี้สิ่งที่กำลังปรากฏทางตา หนึ่งนี้ไม่มี ถ้าคนที่หูหนวก เสียงไม่ปรากฏเลย เพราะฉะนั้น หนึ่งนั้นก็ไม่มี แต่ก็แล้วแต่ว่าจะมีกลิ่นกระทบ หรือว่ารสกระทบ แต่ละหนึ่ง แต่ละหนึ่ง
จริงๆ แล้ว ที่เรากล่าวว่าชีวิต ก็คือ การเกิดขึ้นของสภาพธรรมที่กำลังปรากฏทีละหนึ่งอย่างเร็วมาก โดยความไม่รู้ ก็คิดว่าเป็นเราทั้งหมด แล้วก็ดูเหมือนกับว่า เราจะนับวันเวลาเป็นสั้นที่สุด คือ ๑ วินาที แล้วก็ย่อยลงไปใน ๑ วินาทีนั้น ก็ยังมีสภาพธรรมที่เกิดดับสืบต่ออย่างเร็วมากแต่ละหนึ่ง
สิ่งที่กำลังปรากฏทางตา เหมือนไม่ได้ดับไปเลย ยังปรากฏอยู่ แต่ว่าตามความเป็นจริง ในขณะที่มีสิ่งที่ปรากฏทางตา ก็มีเสียงปรากฏ ถ้าเป็นคนที่มีเหตุผล ก็ต้องรู้ตามความเป็นจริงว่า เสียงกับสิ่งที่ปรากฏทางตา ปรากฏพร้อมกันไม่ได้แน่นอน เพราะเหตุว่าถ้าไม่มีตาเห็นสิ่งที่ปรากฏทางตาขณะนี้ไม่ได้ ก็จะมีแต่เฉพาะเสียง หรือถ้าไม่มีโสตปสาทที่สามารถกระทบเสียง ก็จะมีแต่เฉพาะสิ่งที่ปรากฏทางตา แล้วเงียบสนิท ในขณะที่คนอื่นก็ยังมีเสียงปรากฏให้รู้ว่า แม้ขณะที่เห็นก็เหมือนว่ามีสิ่งที่กำลังปรากฏทางหู คือ เสียงต่างๆ ด้วย นี่คือการเกิดดับสืบต่ออย่างเร็วมากของธรรม
ซึ่งการกล่าวถึงความจริงอันนี้ ก็เป็นการแสดงถึงพระปัญญาคุณของพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ด้วยการบำเพ็ญพระบารมี หลังจากที่ทรงได้รับคำพยากรณ์จากพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงพระนามว่า ทีปังกร ว่าอีก ๔ อสงไขยแสนกัป สุเมธดาบสจะตรัสรู้เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงพระนามว่า พระสมณโคดม ระหว่างนั้นก็มีการได้เฝ้า ได้ฟังธรรม ได้พบพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้ารวมทั้งพระพุทธเจ้าทีปังกร ๒๔ พระองค์
สิ่งที่กำลังปรากฏทางตาขณะนี้เป็นจริงตามที่ได้ทรงตรัสรู้ และทรงพระมหากรุณาแสดงให้คนอื่นได้ยิน ได้ฟัง ได้เริ่มรู้ความจริง เพราะว่าความจริงก็คือว่าเมื่อเกิดแล้วต้องตาย แต่ว่าก่อนตายก็มีการเห็น การได้ยิน แล้วก็หมดไป หมดไป ไม่ได้ย้อนกลับมาอีกเลย ไม่มีอะไรที่เกิดแล้ว ดับแล้ว จะกลับมาอีกได้ ก็เป็นอีกความหมายหนึ่งของแต่ละหนึ่งจริงๆ ภาษาบาลีใช้คำว่า ขันธะ
ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1713
ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ